6 เทรนด์ มาแน่!! การตลาดผ่าน Social Media ปี 2015

มาดูกันว่าในปี 2015 เทรนด์อะไรที่มาแรงในการทำการตลาดผ่าน Social Media
เหล่า Online Retailer ควรจับตาดูเทรนด์ทั้ง  6 ข้อ นี้ให้ดี

1. Social Network เฉพาะกลุ่มมาแน่

Social Network กระแสหลัก เช่น  Facebook, Twitter และ LinkedIn กำลังถูกท้าทายจาก Social Network นอกกระแสที่กำลังมาแรงในปี 2015 ยกตัวอย่างเช่น  Ello  Social Network ไร้โฆษณา จากที่กำลังทดสอบตลาดในช่วง Beta ซึ่งได้รับความสนใจจากนักพัฒนา Social Media เป็นจำนวนมาก
ไม่ว่า Ello สร้างระบบ ecosystem ของตัวเองหรือไม่ก็ตาม มันก็สร้างจุดสนใจที่สำคัญแก่ผู้เล่นรายหลักในตลาดว่า  niche social network เช่น Snapchat และ Path เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง
และจากหลักฐานเพิ่มเติมว่า Social Network ตามความสนใจ เช่น Foodie Social Media สำหรับคนที่รักอาหาร  และ  Fitocracy เว็บไซต์สำหรับผู้ที่สนใจในฟิตเนส  ส่วนPolyvore และ Kaboodle ซึ่งเป็น Social Network สำหรับการซื้อของผ่าน social
Foodie is a social network for food lovers.รูปภาพ : Foodie — Social Network สำหรับคนรักอาหาร

2. Google+ กำลังจะตาย

ขณะที่มีผู้เล่นในตลาดเป็นจำนวนมาก , Google+ ไม่ค่อยเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการตลาดผ่าน Social Network  เห็นได้จากจำนวนผู้ใช้ของ Google+ ที่ลดลง

การจากไปของ Vic Gundotra หัวหอกคนสำคัญของ Google+ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ,เนื่องจากความล้มเหลวของ Google Authorship, ที่ชี้วัดว่าsocial network ได้สูญเสียความมั่นคง และ สับสนกับบทบาทที่เป็นเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เจ้าตลาด ที่พยายามเข้ามาบุกตลาด Social Media

3. ความพยายามโฆษณาผ่าน Social Network จะมีมากขึ้น

ในทางปฏิบัติ social networkทุกตัวพุ่งความพยายามไปยังการโฆษณาซึ่งเป็นความจริงที่เห็นได้ชัดจาก Facebook, Twitter, and LinkedIn. ส่วน Pinterest Instagram และ Snapchat กำลังทดลองระบบโฆษณาอยู่

Facebook ใช้การโฆษณากลับไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผสมผสานกับความสามารถของร้านค้าที่จะ upload ฐานข้อมูลลูกค้าผ่านฟังก์ชั่นCustom and Lookalike Audiences ซึ่งเป็นความพยายามจาก Facebook ที่จะสร้างแพลทฟอร์มเพื่อการโฆษณาให้ครบถ้วนที่สุด

Twitter’s Tailored Audiencesที่ สามารถนำเสนอเนื้อหาให้แก่ผู้ใช้ที่แสดงความสนใจของพวกเขา สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของการโฆษณาของ Twitter

4. การทดลองขายสินค้าผ่านSocial  จะได้รับความนิยมมากขึ้น

ในปีที่ผ่านมา ทั้ง Twitter และ Facebook กำลังทดลองที่จะรวมการขายสินค้าผ่าน platforms ของพวกเขา Twitter ออกบริการ Product Cards ที่สามารถออกแบบการนำเสนอสินค้าในรูปแบบของรูปภาพ คำบรรยาย และรายละเอียดหลักของสินค้า

นอกจากนี้ Twitter และ Facebook ยังทดสอบปุ่ม Call to Action “Buy” ในปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า tweets และ postsที่มีปุ่ม “Buy ” สามารถสร้างการซื้อจากนักช้อปออนไลน์ได้มีประสิทธิภาพกว่า

5.การใช้ Social Media ที่เน้นรูปภาพ กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในบทความ“Add Visuals to 2015 Social Media Marketing” ได้กล่าวไว้ว่า Social network เช่น Pinterest, Instagram, Snapchat และ Vine มีการเติบโตค่อนข้างเร็ว และจะเติบโตไปอีกในปี 2015

เนื่องจากการกรองเนื้อหาใน Facebook News Feed ซึ่งจำกัดการเข้าถึงลูกค้าของกลุ่มธุรกิจ และ แบรนด์ต่างๆ พวกเขาจึงถูกบังคับให้หาหรทางใหม่ๆที่จะนำเสนอสินค้าและบริการ ทางเลือกที่น่าสนใจคือ Instagram และ Pinterest เพราะทั้งคู่ไม่ได้ใช้ algorithm เพื่อพิจารณาเนื้อหาที่ให้ผู้ใช้เห็น

นักการตลาดใช้ Instagram เป็นเครื่องมือพื้นฐานของSocial  network. อ้างอิงจาก oneindustry report,นักการตลาดที่ใช้เวลา 40 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นใน 1 สัปดาห์ มักจะเน้นการทำการตลาดผ่าน  Instagram มากกว่าในอดีต และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มขึ้นกว่า 49% ในปี 2015

6. LinkedIn จะรุกเข้าไปสู่การทำการตลาดแบบ  B2B

LinkedIn ได้เป็นผู้นำของ social network ในการทำการตลาดระหว่างธุรกิจ (B2B) และกำลังจะเป็นเจ้าตลาดในปี 2015

จากบางบัญชีใน LinkedIn พบว่ากว่า 88% ของนักการตลาดแบบ  B2B ใช้LinkedIn และ Social Network ตัวนี้นำลังจะพัฒนา Platform ที่สามารถสร้างเนื้อหาในระยะยาวที่แตกต่างจาก social network อื่นๆที่ไม่มีเนื้อหาที่ดึงดูดผู้ใช้ที่เป็นธุรกิจ

 

ที่มา: http://www.practicalecommerce.com/articles/77304-6-Social-Media-Marketing-Trends-for-2015

จัดอันดับจำนวนคนใช้ Twitter ในโลกนี้ (Global Twitter User Ranking)

มาดูกันว่าจำนวนคนใช้ Twitter ในโลกนี้ (Global Twitter User Ranking) ในปี 2013 แต่ละประเทศนี้มีจำนวนเท่าไร หากดูตัวเลขของประเทศหลักๆ ที่น่าสนใจได้แก่ สูงสุดได้แก่ประเทศจีน 84.4 ล้านคน ซึ่งน่าแปลกใจที่ตัวเลขของคนจีนเยอะขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ Twitter ถูกแบน (Ban) ในประเทศจีน อันดับ  2 รองลงมาคือ อเมริกา 38.3 ล้านคน และอันดับ 3 คือ อินเดีย 36.6 ล้านคน สำหรับประเทศไทย อยู่อันดับที่ 17 เท่ากับเวียตนามที่ 4.5 ล้านคน แต่หากเทียบกับข้อมูลของ Trend.in.th จะพบว่ามี 2,685,854 คน ซึ่งจากการสอบถามไปยัง @icez  พบว่าเป็นจำนวนคนที่ใช้งานจริง (Active User) นั้นหมายถึง 40% ของผู้ใช้ Twitter ในไทยเป็นคนที่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ (Non Active User) เลยทีเดียว

No. Country User (million)
1. China 84.4
2. USA 38.3
3. India 36.6
4. Indonesia 22.2
5. Brazil 15.3
6. Japan 13.7
7. Philippines 11.8
8. Russia 10.4
9. Mexico 8.6
10. UK 8.4
11. Turkey 8.2
12. South Korea 6.7
13. Spain 5.9
14. South Africa 5.4
15. Saudi Arabia 4.8
16. Canada 4.6
17. Thailand 4.5
17. Vietnam 4.5
19. France 4.1
20. Germany 3.8
21. Argentina 3.7
22. Italy 3.4
23. Malasia 3.1
24. Australia 1.8
25. Poland 1.7
25. UAE 1.7
27. Netherlands 1.1
28. Taiwan 1.0
29. Singapore 0.6
30. Sweden 0.5
31. Ireland 0.4
32. Hong Kong 0.3
จำนวนคนใช้ Twitter แต่ละประเทศ

จำนวนคนใช้ Twitter แต่ละประเทศ

ข้อมูลอ้างอิงมาจาก GlobalWebIndex

 

 

 

สร้างแบรนด์ด้วย Twitter

คิดว่าคุณผู้อ่าน POSITIONING คงรู้จักหรือใช้งาน Twitter กันอยู่บ้างแล้วนะครับ ระยะนี้กระแสของการอัพเดตว่า ?เรากำลังทำอะไรอยู่? ผ่านทางเครื่องมือที่เรียกกันว่า Micro-blogging อย่าง Twitter, Plurk, Dipity, Yammer (เน้นใช้ในองค์กร) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ต้องยกเครดิตให้ต้นไอเดียคือ Twitter ด้วยเจ้าตัว Micro-blogging นี่เองที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้ลึกมากขึ้น ลึกยังไง ลองนึกภาพตามนะครับ

 

ทุกวันนี้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนกับแฟนกันได้หลายทาง จะใช้อีเมล จะเขียนบล็อก หรือจะโทรศัพท์ไปก็ทำได้หมด แต่ว่ามันมีช่องว่างในการสื่อสารอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ว่า เราคงไม่เมลไปบอกเพื่อนเราแน่ๆ ว่า ?ตอนนี้กินกาแฟอยู่? ?ตอนนี้นั่งรอลูกค้าอยู่? เพราะเพื่อนอาจจะงงว่าเราจะส่งไปทำไม และตรงนี้เองที่ Micro-blogging อย่าง Twitter เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเรา มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการส่งข้อความไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง

ทุกวันนี้มีคนใช้ Twitter ทั่วโลกนับล้านราย ทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในแบบเฉพาะทาง และด้วยความแตกต่างตรงนี้นั่นเองที่ทำให้นักการตลาดหลายคนสามารถใช้มันเป็น เครื่องมือในการทำการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าและบริการของตัวเองได้ แต่การสร้างแบรนด์ผ่านทาง Twitter นั้นจำเป็นที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของมันสักนิดนึงก่อนว่า

Twitter ค่อนข้างเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล ทำอะไรในรูปแบบของบริษัท ที่ดูเป็นงานเป็นการจะไม่ค่อยเวิร์ค อีกทั้งมันยังมีสไตล์ที่ค่อนข้างเป็นกันเอง ง่ายๆ เหมือนภาษาพูดคุยกับเพื่อน การสร้างแบรนด์ด้วย Twitter ที่น่าสนใจจึงมีอยู่ประมาณ 5 แบบ

1. แจ้งข่าว
ถ้าหากว่าบริษัทของเรากำลังมีข่าวอะไรจะอัพเดตกับคนทั่วไป ก็ใช้ Twitter แจ้งข่าวได้ครับ ถ้าคนที่สนใจในสินค้าและบริการของเรา เขาอยากติดตามเราอยู่แล้ว การแจ้งข่าวแบบนี้ควรทำให้บ่อยหน่อย อย่างน้อยก็วันละครั้ง เพื่อให้สมาชิก Twitter รู้สึกได้ว่าคุณมีความเคลื่อนไหว แต่การแจ้งข่าวก็ต้องเป็นข่าวที่กระทบในระดับบุคคลสักหน่อยนะครับ เช่นมีสินค้าใหม่ออกแล้ววางขายที่ไหน อันนี้พอได้ แต่ถ้าข่าวประเภทโฆษณาชวนเชื่อ หรือออกแนว PR แบบเก่าๆ อันนี้ไม่เหมาะครับ

2. Customer Support
บางทีการตอบคำถามลูกค้าก็ช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างเช่นถ้าหากว่าเราเป็น Home Depot แล้วเราเข้าไปใน Twitter เปิดให้คนถามเรื่องการซ่อมแซมบ้านทำอย่างไร เราก็เข้าไปตอบคำถามลูกค้า เช่น ลูกค้าถามว่า ?ประตูห้องน้ำเสียจะแก้ไขเบื้องต้นยังไงได้บ้าง? เราก็ตอบคำถามลูกค้าทางนี้พร้อมกับลิงค์ภาพและวิธีการซ่อมแซมประตูในเว็บของ เราทาง Twitter นอกจากจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าจนพอใจได้แล้ว ลูกค้ายังอาจติดต่อเราเพื่อซื้อสินค้าของเราเพิ่มเติมอีกก็ได้ อันนี้ที่อเมริกาเขามีอยู่จริงๆ นะครับ ลองเข้าไปดูกันได้ที่ http://twitter.com/TheHomeDepot

3. Feedback
บางทีถ้าหากว่าเรานั่งรอลูกค้าโทรมาหาเราอย่างเดียวทางโทรศัพท์ก็พอได้ นะครับ แต่จะดีมากถ้าหากว่าเรามีทีมงานที่คอยตอบ คำถามลูกค้าแบบสั้นๆ ง่ายๆ ทาง Twitter ที่ตอบได้เลยทันที ไม่ต้องให้ลูกค้าต้องมานั่งคอยเรา หรือนั่งฟังเครื่องตอบรับ ?กดหนึ่งเพื่อเลือกบริการ กดสองตามด้วยเครื่องหมายดอกจัน? อันนี้เห็นบางบริษัทในเมืองไทยทำกันแล้ว

4. มี Special Offer ให้บ้าง
ถ้าหากว่าบังเอิญคุณมีอะไรพิเศษ เช่น ลดราคาสินค้าพิเศษ (จริงๆ นะครับ ไม่ใช่ลดกันทุกเดือน) ที่เราคิดว่าน่าจะแรงพอที่คนจะสนใจและ
ตัดสินใจทันที เช่นลด 70% ล้างสต๊อก หรือรับสิทธิ์จอง iPhone ก่อนใคร แบบนานๆ ที แล้วลูกค้าจะรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญกับเขาจริงๆ ไม่ใช่สักแต่โฆษณา

5. ข้อความบ้าๆ
ส่งข้อความที่ทำให้สนุกและเป็นกันเองเข้าไว้ อาจไม่ต้องเกี่ยวกับสินค้าและบริการของเราเลยก็ได้ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเราค่อนข้างเรียกร้อง ความเป็นกันเองสูงมากกว่าประเทศอื่นๆ ถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นคนไทย อันนี้ขอแนะนำครับว่าบางทีมันต้องมีลูกบ้ากันบ้างครับ

อย่างผมเองปกติเคย ?Tweet? แต่เรื่องของบริษัทวันนึงพอเปลี่ยนมาเป็นเรื่องการ์ตูนที่พนักงานที่บริษัท ดูกันตอนพักเที่ยง ปรากฏว่ามีคนสนใจเพียบเลย ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าและบริการเลยแต่ลูกค้าจะรู้สึกได้ว่าเรามีชีวิต จิตใจ มีลูกบ้า และที่สำคัญเขาอาจรู้สึกว่าเราเข้าถึงได้ง่าย ไม่ได้อยู่ในแบบของการพูดคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท แต่เขากำลังคุยกับคนคนนึงที่มาจากบริษัทนี้ และคนคนนี้ก็เป็นคนธรรมดา

แต่ท้ายที่สุด Twitter ก็เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร หัวใจสำคัญของการสื่อสารอย่างไรก็ยังเป็นเรื่องของเนื้อหาที่เราต้องการ เราต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของมันเท่านั้นเอง สำหรับบริษัทที่เน้นเรื่องความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่เคร่งขรึม Twitter ก็อาจจะไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับเราก็ได้ครับ อันนี้ต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

กรณีศึกษา Starbucks
http://twitter.com/starbucks
ที่ Starbucks ในอเมริกาจะมีพนักงานคอยตอบคำถามลูกค้าอยู่ โดยทางบริษัทจะใช้ Twitter
เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงลูกค้าอีกทางหนึ่ง เพราะมีทีมงานอยู่แล้ว ก็เพียงจัดเอาพนักงานบางส่วนมาคอยตอบคำถามทาง Twitter เพิ่มเติม โดยพนักงานของ Starbucks จะมีวิธีการตอบ รวมถึงการชวนลูกค้าคุยว่า ส่วนตัวแล้วเขาชอบดื่มกาแฟแบบไหน ใส่กาแฟกี่ช้อน ทำงานสาขาอะไร ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ในหน้าโปรไฟล์มันจะดูออกเป็น Corporate แต่ถ้าเราคุยแบบเป็นกันเอง ดูสบายๆ ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดี ความรู้สึกที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ก็จะสอดคล้องกับที่ Starbucks วางไว้คือ สบาย รีแลกซ์ เป็นกันเอง เหมือนลูกค้าคุยกับคนนะครับ ไม่ได้คุยกับหุ่นยนต์

นอกจากนี้ทาง Starbucks ยังเปิด Twitter Account อีกอันเพิ่มที่ชื่อว่า http://twitter.com/MyStarbucksIdea ที่ใช้สำหรับให้ลูกค้าเสนอฟีดแบ็กเข้ามา ส่งลิงค์ไปที่ http://mystarbucksidea.force.com เว็บที่ลูกค้าสามารถร่วมกับบริษัทในการปรับปรุงบริษัทอีกด้วย

Tips & Tricks
– คำนึงถึงคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ของเราให้ดีว่าเราเหมาะจะใช้ Twitter หรือไม่ สินค้าบางอย่างอาจจะเหมาะกับ Twitter อย่างเช่น เราเป็นสปา เพราะเน้นการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง สบายๆ ให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายกับแบรนด์
– ใช้สีแบ็กกราวนด์ของหน้า Twitter ของเราให้สอดคล้องกับสีของแบรนด์เรา
– สร้างลิงค์จากหน้าโปรไฟล์ไปที่เว็บไซต์ของเรา เพราะมันคือการโฆษณารายละเอียดของสินค้าและบริการของเราแบบไม่ยัดเยียด
– พยายามอย่าส่งข้อความอะไรที่ไม่มีประโยชน์ต่อคนอ่าน ยกเว้นว่าคุณต้องการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแบบที่คุณต้องการให้เป็น
– สื่อสารด้วยภาษาพูด อย่าใช้ภาษาทางการแบบ Corporate

สร้างแบรนด์ด้วย Twitter

คิดว่าคุณผู้อ่าน POSITIONING คงรู้จักหรือใช้งาน Twitter กันอยู่บ้างแล้วนะครับ ระยะนี้กระแสของการอัพเดตว่า ?เรากำลังทำอะไรอยู่? ผ่านทางเครื่องมือที่เรียกกันว่า Micro-blogging อย่าง Twitter, Plurk, Dipity, Yammer (เน้นใช้ในองค์กร) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ต้องยกเครดิตให้ต้นไอเดียคือ Twitter ด้วยเจ้าตัว Micro-blogging นี่เองที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้ลึกมากขึ้น ลึกยังไง ลองนึกภาพตามนะครับ

ทุกวันนี้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนกับแฟนกันได้หลายทาง จะใช้อีเมล จะเขียนบล็อก หรือจะโทรศัพท์ไปก็ทำได้หมด แต่ว่ามันมีช่องว่างในการสื่อสารอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ว่า เราคงไม่เมลไปบอกเพื่อนเราแน่ๆ ว่า ?ตอนนี้กินกาแฟอยู่? ?ตอนนี้นั่งรอลูกค้าอยู่? เพราะเพื่อนอาจจะงงว่าเราจะส่งไปทำไม และตรงนี้เองที่ Micro-blogging อย่าง Twitter เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเรา มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการส่งข้อความไม่เกิน 140 ตัวอักษรนี่เอง

ทุกวันนี้มีคนใช้ Twitter ทั่วโลกนับล้านราย ทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในแบบเฉพาะทาง และด้วยความแตกต่างตรงนี้นั่นเองที่ทำให้นักการตลาดหลายคนสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือในการทำการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าและบริการของตัวเองได้ แต่การสร้างแบรนด์ผ่านทาง Twitter นั้นจำเป็นที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของมันสักนิดนึงก่อนว่า

Twitter ค่อนข้างเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล ทำอะไรในรูปแบบของบริษัท ที่ดูเป็นงานเป็นการจะไม่ค่อยเวิร์ค อีกทั้งมันยังมีสไตล์ที่ค่อนข้างเป็นกันเอง ง่ายๆ เหมือนภาษาพูดคุยกับเพื่อน การสร้างแบรนด์ด้วย Twitter ที่น่าสนใจจึงมีอยู่ประมาณ 5 แบบ

1. แจ้งข่าว
ถ้าหากว่าบริษัทของเรากำลังมีข่าวอะไรจะอัพเดตกับคนทั่วไป ก็ใช้ Twitter แจ้งข่าวได้ครับ ถ้าคนที่สนใจในสินค้าและบริการของเรา เขาอยากติดตามเราอยู่แล้ว การแจ้งข่าวแบบนี้ควรทำให้บ่อยหน่อย อย่างน้อยก็วันละครั้ง เพื่อให้สมาชิก Twitter รู้สึกได้ว่าคุณมีความเคลื่อนไหว แต่การแจ้งข่าวก็ต้องเป็นข่าวที่กระทบในระดับบุคคลสักหน่อยนะครับ เช่นมีสินค้าใหม่ออกแล้ววางขายที่ไหน อันนี้พอได้ แต่ถ้าข่าวประเภทโฆษณาชวนเชื่อ หรือออกแนว PR แบบเก่าๆ อันนี้ไม่เหมาะครับ

2. Customer Support
บางทีการตอบคำถามลูกค้าก็ช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างเช่นถ้าหากว่าเราเป็น Home Depot แล้วเราเข้าไปใน Twitter เปิดให้คนถามเรื่องการซ่อมแซมบ้านทำอย่างไร เราก็เข้าไปตอบคำถามลูกค้า เช่น ลูกค้าถามว่า ?ประตูห้องน้ำเสียจะแก้ไขเบื้องต้นยังไงได้บ้าง? เราก็ตอบคำถามลูกค้าทางนี้พร้อมกับลิงค์ภาพและวิธีการซ่อมแซมประตูในเว็บของเราทาง Twitter นอกจากจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าจนพอใจได้แล้ว ลูกค้ายังอาจติดต่อเราเพื่อซื้อสินค้าของเราเพิ่มเติมอีกก็ได้ อันนี้ที่อเมริกาเขามีอยู่จริงๆ นะครับ ลองเข้าไปดูกันได้ที่ http://twitter.com/TheHomeDepot

3. Feedback
บางทีถ้าหากว่าเรานั่งรอลูกค้าโทรมาหาเราอย่างเดียวทางโทรศัพท์ก็พอได้นะครับ แต่จะดีมากถ้าหากว่าเรามีทีมงานที่คอยตอบ คำถามลูกค้าแบบสั้นๆ ง่ายๆ ทาง Twitter ที่ตอบได้เลยทันที ไม่ต้องให้ลูกค้าต้องมานั่งคอยเรา หรือนั่งฟังเครื่องตอบรับ ?กดหนึ่งเพื่อเลือกบริการ กดสองตามด้วยเครื่องหมายดอกจัน? อันนี้เห็นบางบริษัทในเมืองไทยทำกันแล้ว

4. มี Special Offer ให้บ้าง
ถ้าหากว่าบังเอิญคุณมีอะไรพิเศษ เช่น ลดราคาสินค้าพิเศษ (จริงๆ นะครับ ไม่ใช่ลดกันทุกเดือน) ที่เราคิดว่าน่าจะแรงพอที่คนจะสนใจและตัด

twitter is twisster

หลังจากมีการท้าทายกันระหว่าง แอสตัน คุชเชอ สุดหล่อของหลาย ๆ คน กับ CNN ว่าจะใครจะมีคนติดตามข่าวสาร ผ่าน twitter ถึง1,000,000 คนก่อนกัน แล้วผลก็จบลงกันอย่างที่ทารบว่าสุดล่อของเราเป็นฝ่ายชนะโดยงานรางวัลที่แข่งกันนั้นจะเอาไปบริจาคที่ไหนนั้น ผมไม่ทราบครับ (อย่ามาถามผมนะ)
หลังจากนั้นเริ่มมีคำถามออกมาว่าเจ้า twitter มันคืออะไร twitter คือเว็บ social network อีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่มาก โดยรูปแบบการใช้งานง่าย ๆ คือเราจะบอกว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่โดยส่งข้อความสั้น 140ตัวอักษร โดยในทางประเทศกระแส twitter นั้นมาแรงมากจนทาง CNN ได้บอกให้นักข่าวของตัวเองหัดเขียนข่าวที่มีความสั้นหรือแม้แต่หลาย ๆ สถาบันการศึกษาเริ่มที่จะให้ความสนใจและมีการสอนการเขียนข่าวขนาดสั้นลงในtwitter
นอกจากนี้ twitter ถูกสร้างให้กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ที่ทรงอนุภาคมากยิ่งขึ้น ในประเทศไทยสนพ.หลาย ๆ ที่ นักการตลาด เริ่มใช้ twitter เข้ามาเผยแพร่ข้อมูลกิจกรรมทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็ย หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ Dstation (จะมาหาเข้าเข้าร่วมกีฬาสีเหรอวะ) เว็บไซต์social bookmarkต่าง ๆ ก็ใช้อาธิเช่น Zickr และด้วยการที่ความนิยมสูงขึ้น ทำให้เจ้าtwitter กลายเป็น พายุTwisterอยู่ในขณะนี้แล้วดูแล้วว่าเจ้านกน้อยตัวนี้จะสร้างความตื่นตะลึงได้อีก