ทำ “SEO” ดันเว็ปไซต์ให้ติดหน้าแรก Google ด้วยตัวเอง

     ใครที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง ไม่ว่าหน้าเว็บของคุณจะเป็นบทความ หรือขายของ คุณก็คงอยากให้มีจำนวนคนเข้ามาดูมากๆอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ

     ถ้าอย่างนั้นเราควรเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าชมเข้าเว็บได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาผ่าน Google Adword ที่เป็นการเสียเงินผ่านการคลิ๊ก แต่ใช้วิธีโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรก ของเว็ป search engine ต่าง เช่น Google Yahoo Bing ด้วยการทำ SEO  กันดีกว่าค่ะ

     ภาพรวมของการทำSeo ถูกแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ 2 หัวข้อ

  • On Page SEO  การปรับแต่งภายในในเว็ปไซต์  
    • การตั้งชื่อเว็บไซต์ต้องบ่งบอกเนื้อหาหลักของเว็บไซต์                                                           
    •  สร้างเนื้อหาในเว็บให้มี คำค้นหา (keyword)                                                                            
    • ทำหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสำหรับทุกๆหน้าจอ (Responsive web design)                            
    • สร้างเนื้อหาให้ตรงความต้องการและมีประโยชน์กับผู้อ่าน
  • Off Page SEO   การมีลิ้งค์เชื่อมจากเว็บไซต์อื่น/ Social Media ต่างๆ (Backlink)

On page SEO

  •  การตั้งชื่อเว็บไซต์ต้องบ่งบอกเนื้อหาหลักของเว็บไซต์

การที่ชื่อเว็บไซต์ควรเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาหลัก เพราะผลการค้นหา Google จะปรากฏชื่อเว็บไซต์ก่อนที่จะเห็นเนื้อหาและยิ่งชื่อเว็บไซต์มีความน่าสนใจหรือคำพูดตรงความต้องการของผู้อ่านมากเท่าไหร่ จะยิ่งมีโอกาสที่คนจะคลิ้กเข้าไปดูเนื้อหาในเว็บไซต์เรามากยิ่งขึ้น

  •  เริ่มต้นสร้างเนื้อหาให้มี Keyword

แทรกKeyword ที่คนมักจะค้นหาอยู่เยอะๆ รวมถึงคำที่เป็น Synonymในหน้าเว็บไซต์ Google ก็ถือว่าเป็น Keyword เดียวกัน เช่น จะเสิชว่า SEO ก็ได้ หรือ Search Engine Optimizationก็ได้

แทรกKeywordทั้งTitle ,ย่อหน้าแรกของบทความด้วยเพราะทั้ง Title และย่อหน้าแรกมักจะถูกนำไปแสดงอยู่บนผลการค้นหาด้วย พอคนเสิชคำ Keyword ที่เราแทรกๆไว้จะทำให้อันดับการค้นหาของเราอยู่อันดับต้นๆ เป็นการบอก Google ให้รู้ว่าบทความเรามีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาที่มักจะค้นกันนะ แต่อย่าใส่ Keyword ที่มากเกินไปเพราะ Google จะจับได้ว่าเราพยายามยัดคำเข้าไป และไม่เป็นธรรมชาติ

  •  ทำหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสำหรับทุกๆหน้าจอ (Responsive web design)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากอุปกรณ์ที่คนใช้ในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตไม่ได้มีเพียงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ(Desktop)แล้ว แต่สมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์ที่คนเข้าใช้มากที่สุดถึง 82.1% และใช้งานเฉลี่ยถึง 5.7 ชั่วโมงต่อวัน รองลงมาคือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์พกพา และแท็บเล็ต

ดังนั้นรูปแบบของหน้าเว็บไซต์ต้องทำให้เหมาะกับอุปกรณ์ทุกๆแบบเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นด้วย

  •  สร้างเนื้อหาให้ตรงความต้องการและมีประโยชน์กับผู้อ่าน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เวลาเราเขียนบทความ หรือ ทำผลิตภัณฑ์ใดๆ เราต้องรู้ความต้องการของผู้อ่านเสมอ ต้องรู้ว่าคนเหล่านั้นอยากอ่านเนื้อหาแบบไหน อยากได้สาระความรู้ หรือความบันเทิง ไม่ใช่เขียนตามใจเราอย่างเดียว

อีกทั้งเนื้อหาควรมีความสดใหม่อยู่เสมอ ให้ทันต่อสถานการณ์ และยิ่งเนื้อหามีความเป็น Original มากเท่าไหร่ คือเนื้อหาต้องมีไม่ซ้ำและไม่เป็นการดัดแปลงจากเว็บไซต์อื่น  Google จะเห็นความสำคัญของเว็บไซต์เรามากขึ้น

นอกจากนี้ความยาวของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์มีผลต่ออันดับด้วย หน้าเว็บจะต้องไม่มีความยาวที่ยาวเกิน รวมถึงเนื้อหาที่มีแต่น้ำคนจะยิ่งอ่านข้าม และไม่สนใจ ผลวิจัยบอกว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรกมักจะมีเนื้อหาที่มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 1,890 คำ

Off page SEO

คือการสร้าง Backlink เชื่อมจากเว็บไซต์อื่นเข้ามาเว็บไซต์เรา ยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นเหมือนการยกย่อง กลายๆว่าเนื้อหา และคุณภาพของเว็บเราดีจึงมีคนอ้างอิงถึงเว็บเรามากและ เว็บอื่นๆเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของเว็บไซต์เค้าด้วย แต่เราสามารถสร้าง ลิ้งค์ด้วยตัวเองจาก Social media ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook Instagram หรือ Twitter  ลิ้งไปยังเว็บไซต์เรา ลากผู้ใช้จากช่องทางหนึ่งไปยังอีกช่องทางหนึ่งเพื่อเพิ่ม Traffic ได้

ฝึกฝนทำ SEO ด้วยตัวเองบ่อยๆ แรกๆอาจจะใช้เวลานาน แต่ถ้าคล่องขึ้นแล้วคุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างคนอื่นเลยค่ะ  ^^

 

เคล็ดวิชาใช้ Video เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ SEO ของคุณติด Top ในหน้า Google

ที่มา : Using Videos to Improve Your SEO by Ben Theis

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมีหน้าที่ที่สำคัญมากในการเผชิญหน้ากับโลกธุรกิจ และสถานการณ์เศรษฐกิจ และค้นพบกับความท้ายทายที่หลากหลาย และโอกาสที่ธุรกิจใหญ่ไม่ได้ทันสังเกต ในขณะที่องค์กรใหญ่ใช้เงินหมดไปเป็นหลักล้านเพื่อหว่านโฆษณา แต่ธุรกิจเล็กๆใช้ประโยชน์จากการบอกแบบปากต่อปาก และ การวางแผนการตลาดที่รัดกุม พุ่งไปที่เป้าหมาย และควบคุมทิศทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน

 hifi-video-seo

วิชามาร- ธุรกิจขนาดเล็ก กับการทำ SEO

ในโลกของการทำ SEO กำลังจะเปลี่ยนไป และเจ้าของธุรกิจ SMEs ทั้งหลายอาจคิดไม่ถึงว่าพวกเขามีทรัพยากรหรือองค์ความรู้ที่ช่วยเพื่มประสิทธิภาพให้แก่การทำ SEO ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อแผนการตลาดของพวกเขา อย่างไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่ง่ายมากอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าคุณเพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO ของคุณได้ด้วยการเพิ่ม Video ลงใน Youtube   การทำ SEO ด้วย Video เป็นเครื่องมือที่คาดไม่ถึงแต่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มอันดับในการทำ SEO ได้อย่างรวดเร็ว และได้ผล

จากการศึกษาพบว่ากลุ่มผู้ใช้สินค้า หรือบริการ และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ มักตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นที่มองเห็นได้ เช่น วีดีโอสั้นๆ หรือ รูปภาพ มากกว่าบทความยาวๆ หรือ การโพสเนื้อหาว่าทำไมธุรกิจของคุณถึงเหมาะสมกับพวกเขา เพื่อสนองความต้องการของพวกเขาด้วยวีดีโอที่กระชับ ตรงประเด็น เพื่อเพิ่ม Engagemnt ของวีดีโอ และป้อนลูกค้าเข้าสู่ธุรกิจ SMEs ของคุณ

กลยุทธ์การตลาดที่รอบด้าน:

วีดีโอสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่สูง หรือ Production ที่อลังการ แต่การสื่อสารข้อความที่คุณต้องการส่งไปยังกลุ่มลูกค้า ด้วยความจริงใจผสมกับมุขตลก เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจทั้งหลายควรพยายามทำให้ได้มากที่สุด  วีดีโอ ประเภท How-to ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะโน้มน้าวให้ลูกค้าของคุณเห็นความสำคัญ หรือประโยชน์ ของสินค้า บริการ ที่คุณกำลังนำเสนอ การแชร์วีดีโอเหล่านี้ไปยังหลายช่องทาง เช่น Twitter  Youtube Facebook fanpage และช่องทางอื่นๆ สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าเป้าหมายที่ดูวีดีโอได้ดีพอกับการ Like Share และ Re-tweet

SMEs บางเจ้าอาจพบว่าการบริหาร YouTube channel อาจมากเกินกำลัง ,แต่การมีวีดีโอบน Youtube ที่อธิบายว่าธุรกิจของคุณคืออะไร และ บริษัทคุณมีความสามารถในด้านไหน จะช้วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำแผนการตลาดด้าน SEO ได้อย่างน่าทึ่ง!!

สิ่งสำคัญที่สุด:

แต่สุดท้ายแล้วการทำ SEO ที่ดี ไม่ใช่แค่การทำเนื้อหาบน Youtube หรือ วีดีโอที่ดีเท่านั้น แต่ส่วนผสมระหว่างการตลาดด้านออนไลน์ และ ออฟไลน์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันแสดงถึงการเข้าถึงของแบรนด์คุณบนโลกโฆษณาทั้งหมด (ออนไลน์ และออฟไลน์) ปัจจัยสำคัญคือการปรับปรุงคุณภาพของ การทำการตลาดผ่าน Video ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเชิง SEO  (ทำให้อันดับในการ Search ดีขึ้น) การเพิ่มเนื้อหาที่น่าสนใจผ่าน Social Media อื่นๆ และเพิ่มปริมาณลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเดิมให้ผูกพันกับบริษัท และสนใจกับสิ่งที่บริษัทของคุณทอยู่  ในที่สุด การกระจายของเนื้อหาและข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อติดปีกธุรกิจของคุณ อย่าลืมเอาไปใช้ เคล็ดลับเป็นยังไงมาบอกกันบ้างนะครับ 😀

5 เคล็ดลับ การใช้ Google Analytic ติดปีกธุรกิจของคุณ!!

5 เคล็ดลับ การใช้ Google Analytic ติดปีกธุรกิจของคุณ!!

40-Google-Analytics-Solutions3

 

 

Google Analytics อาจดูน่าเข้าใจยาก เมื่ือคุณพยายามทำความเข้าใจ ลอง 5 อ่านเคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อเข้าใจเครื่องมือมากขึ้นกันครับ

#1. ทำความคุ้นเคยกับหน้าเพจของ Google Analytic

เมื่อคุณเข้าสู่ระบบของบัญชีr Analytics และคลิกหน้าโปรไฟล์ของเว็บไซต์ของคุณ จากนั้นไปที่ส่วนของ Reporting ที่ด้านซ้าย คุณจะเห็น 4 เมนู ลองไปดูกันว่าแต่ละคืออะไร ใช้ทำอะไร

 
Audience – ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ
Acquisition – ช่องทางที่เขาเข้าเว็บไซต์ของคุณ
 
Behaviour – สิ่งที่ผู้ชมเข้าชมในเว็บไซต์ของคุณ

Conversions – การกระทำที่พวกเขาเหล่านั้นทำ (อธิบายในรายละเอียดด้านล่างครับ)

เราสามารถกำหนดช่วงวันที่ได้จากช่องช่วงวัยที่ด้านขวาบนหน้าเพจ ซึ่งค่าเริ่มต้นตือ 30 วันก่อนหน้าวัน ณ ปัจจุบัน เราสามารถกำหนดค่าใหม่ โดยเลือกวันเรื่มต้นที่เราต้องการดูข้อมูล และเลือกวันสุดท้ายที่อยากให้ข้อมูลแสดงผล จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Apply

เราสามารถเปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลาที่แตกต่างกันได้ เช่น ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว โดยคลิกที่ปุ่ม Compare และเลือกที่เมนูด้านข้างว่าคุณต้องการเปรียบเทียบช้อมูลปัจจุบันกับช่วงเวลาอื่นในรูปแบบใด

#2. รู้จักผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ

คลิกไปที่ปุ่มตัวเลือก Audience Overview ที่ด้านซ้าย เราจะเห็นข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของ sessions (visit–จำนวนครั้งในการเข้าชมเวปไซต์), users  และ pageviews

Analytics เก็บข้อมูลจากเพจว่ามีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเท่าไหร่ และเรียกมันว่า session  ถ้าผู้เยี่ยมชม–visitor (หรือผู้ใช้ user) หยุดการเข้าชมหรือเปลี่ยนไปดูเพจอื่นเป็นเวลานาน เช่น 30 นาที  Analytics จะถือว่า session นั้นสิ้นสุด ดังนั้นหากในครั้งหน้า ผู้ชมเข้ามาที่เวปไซต์อีกก็จะถือเป็น session ใหม่ สาเหตุว่าทำไมตัวเลขของ Session ถึงได้มากกว่าตัวเลขของ Users เพราะusers เดียวกันอาจมาเยี่ยมชมเวปไซต์ของคุณมากกว่าหนึ่งครั้งภายในช่วงเวลานั้นๆ

Pageviews คือตัวเลขของเพจที่ผู้ชมดูในช่วงแต่ละsession และหน้าเพจนี้จะแสดงผลเรื่องของผู้เยี่ยมชมรายใหม่ และผู้เยี่ยมชมรายเก่าที่กลับมา ระยะเวลาที่เขาเข้ามาชมเวปไซต์ของเรา และ bounce rate (อธิบายในรายละเอียดด้านล่าง)
คลิกเมนูด้านซ้ายที่ตัวเลือก Location เพื่อดูว่าผู้ชมมาจากประเทศไหน คุณสามารถเจาะลงไปในแผนที่เพื่อดูรายละเอียดเกียวกับ Location

ตัวเลือก Technology และ Mobile แสดงถึงอุปกรณ์สื่อสาร และ Browser ใช้เพื่อเข้ถึงเวปไซต์ของคุณ

ดังนั้นประเด็นที่คุณสามารถทดสอบหรือหาจากที่นี่คือ

  • จำนวครั้งที่เข้าชมเวปไซต์ของเราโตขึ้นรึเปล่านะ ?
  • จำนวนของผูเข้าชมใหม่ มีกี่คน ?
  • Bounce rate คืออะไร ? คือจำนวนของคนที่เข้ามาดูเวปไซต์และคลิกออกไปในระยะเวลาอันสั้น นี่อาจเป็นตัวเลขสำคัญหากคุณอยากให้ผู้ชมอยู่บนเว็บไซต์ของคุณนานๆ แต่ก็เป็นสัญญาณได้ว่าผู้ชมได้ข้อมูลที่เขาต้องการเร็วเกินไป

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับธุรกิจ และกลยุทธ์ของทางเว็บไซต์ของคุณ และจุดประสงค์ที่ชัดเจนว่าคุณจะวัด และวิเคราะห์ไปเพื่ออะไร แต่การวัดผลสิ่งเหล่านี้ก็เป็นการวัดประสิทธิภาพของธุรกิจ และกลยุทธ์ของเว็บไซต์ของคุณได้

#3. เข้าใจที่มาของผู้ชม

ลิ้งก์ Acquisition Overviewจะแสดงผลสถิติภาพรวมว่าที่มาหลักของคนที่มาเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณ ซึ่งมี 6 ช่องทาง ดังนี้

  1. Social คนที่เข้ามาจากsocial media
  2. Direct, คนที่เข้ามาจากการพิมพ์ชื่อ Url เว็บไซต์ของคุณลงใน Browser โดยตรง
  3. Organic Search, ผู้ชมที่เข้ามาจากการค้นหาผ่านเว็บไซต์ประเภท Search Engine
  4. Referral, คนที่มาจากการคลิกลิ้งก์ที่เว็บไซต์อื่นๆที่อ้างอิงเว็บไซต์ของคุณ
  5. Email, มาจากการส่งอีเมลล์ของคุณ
  6. Other, หากคุณใช้บริษัทตัวกลางในการส่งเนื้อหา เช่น  dlvr.it
ลองคลิกเข้าไปที่ All Traffic เพื่อดูแหล่งข้อมูล 10 อันดับที่นำผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณได้มากที่สุด คุณอาจจะเจอแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น จำนวนผู้ชมหน้าใหม่ที่มาจากเวปไซต์เหล่านี่ ระยะเวลาที่เขาเข้าชมเวปไซต์เรานานแค่ไหน (เวลาเฉลี่ยต่อ Session ) จำนวนเพจที่พวกเขาเข้าชม

คุณควรค้นหาว่าพวกเขาเหล่านั้นค้นหาคุณจากอะไรโดยการคลิก Campaigns, Keywords, Organic.

ข้อมูลของ keywords ที่ผู้ชมใช้ในการค้นหาผ่าน Google หรือ search engine อื่นๆ และเชื่อมมายังเว็บไซต์ของคุณ
คำถามคือ Keyword เหล่านี้สำคัญอย่างไร มันเป็นคำใบ้ว่าคุณจะทำการตลาดบนโลกดิจิตอลอย่างไร หากคุณกลับไปที่เว็บไซต์ที่ลิ้งก์หาคุณ ดู Keyword มันกำลังบอกถึงประสิทธิภาพการทำSEO บนเวปไซต์ของคุณ

#4. หาให้เจอ!! ข้อมูอะไรพวกเขากำลังดูอยู่

คลิกที่ลิ้งก์ Site Content All Pages เพื่อค้นหาว่าเนื้อหาอะไรที่ผู้ชมกำลังชมอยู่  รายงานนี้อ้างอิงจากเพจ URLs ดังนั้นบางครั้งการคลิกหัวข้อของเพจควบคุมง่ายกว่า หากคุณไม่คุ้นเคยกับ URL แต่คุ้นเคยกับเพจ และหัวข้อทีโพสมากกว่า

เราจะะได้เห็นจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราในแต่ละเพจ และเวลาที่พวกเขาใช้ในการดูแต่ละเพจ และรวมถึงจำนวนคนที่ออกจากเว็บไซต์เราจากหน้าเพจนั้นๆด้วย

เราสามารถกรองข้อมูลตัวรายงานนี้ได้ โดยการพิมพ์ Keyword ตั้งแต่ 1  Keyword ขึ้นไปในช่อง Search ที่ใต้กราฟในด้านขวา และคลิกปุ่มไอคอน search

สาเหตุที่สิ่งเหล่านี้สำคัญ เพราะคุณจะ…

  • สร้าง  landing pageสำหรับแคมเปญการตลาดใหม่ๆ และคุณต้องการวัดประสิทธิภาพของแคมเปฐนี้
  • ต้องการตรวจสอบว่ามีใครที่คลิก newsletter เพื่อสมัครสมาชิกกับเพจของคุณ
  • มียอดเข้าชมเพจที่อธิบายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของคุณเท่าไหร่

ด้วยข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถนำข้อูลไปวางแผนกลยุทธ์ หรือวาง content ในเว็บไซต์ของคุณ และรู้ได้ว่าเนื้อหาแบบไหนมีผู้ชมมากที่สุด และได้รับความนิยม

เคล็ดลับฉบับง่าย : ด้านบนของURL หรือ Page Title คุณจะเห็นกล่องข้อความในส่วนที่สอง คลิกมันและเพิ่มปัจจัยอื่นๆที่คุณต้องการรู้เข้าไปในรายงาน ยกตัวอย่าง เช่น คุณอาจเขียนบลอก และเผยแพร่ทางอีเมลล์ และทาง Social Media  แต่คุณต้องการแน่ใจว่า ผู้ชมมาจากช่องทางไหน เท่าไหร่

การกรองรายงานของคุณจากการโพสท์ในบลอก ต่อมานั้นคลิกไปที่ Secondary Dimension  คลิก Acquisition จากนั้นคลิก Sourceคุณจะเห็นคอลัมน์ใหม่ที่ด้านขวามือของเพจคุณที่แสดงที่มาของผู้อ่านของบลอกของคุณ

สรุปคือ การจะ Filter หรือกรองข้อมูลในรายงานของคุณ เลือกเพจหนึ่งเพจที่คุณต้องการ หลังจากนั้น คลิกไปที่Secondary Dimension ตามด้วยคลิก Acquisition และสุดท้ายคลิก Source ข้อมูลคอลัมน์ใหม่ก็จะแสดงผลถึงที่มาของคนที่เข้าชมเวปไซต์เรา

ลองทดสอบดูเพื่อทำความเข้าใจถึงลักษณะเนื้อหาที่ผู้ชมชื่นชอบ แหล่งที่มาของคนที่เข้าเยี่ยมชมเวปไซต์ของคุณ 

#5. ตั้งเป้าหมาย

คุณสามารถตั้งเป้าหมายบน Google Analytics ที่จะช่วยเก็บข้อมูล conversions บนเว็บไซต์ของคุณ  บางที่คุณอาจจะสนใจว่าใครสมัครรับข่าวสารจากคุณหรือว่าใครซื้อสินค้า บริการจากคุณ และนี่คือวิธีการตั้งเป้าหมาย

1)ค้นหาลิ้งก์บนเวปไซต์ของคุณสำหรับfor the end of the action you want to track. So for example the Thank you for Signing up page or Thanks for purchasing page on your website. Copy that link and paste it into a notepad or wordpad.

2) ไปที่ Admin on the top menu on Google Analytics and at your Account page on the 3rd column you will see Goals, click on that option.

3) คลิกที่ปุ่ม New Goal สีแดง จะมีตัวเลือกบางอันขึ้นมาเช่น  people creating an account, downloading หรือ ตัวเลือกอื่นๆ ในตัวอย่างนี้ คลิกไปที่ Custom และเลือกถัดไป

4)พิมพ์เป้าหมายของคุณลงไป เช่น ซื้อสินค้า หรือ สมัครสมาชิก คุณสามารถตั้งเป้าหมายที่แตกต่างกันไปได้ แต่ในกรณีนี้เราจะตั้งเป้าหมายในเรื่อง Destination คลิกไปที่ next step.
5) วาง  URL ลงไปในตอนท้ายเพจที่คุณบันทึกไไว้  คุณสามารถคลิก Verify เป้าหมายนี้เพื่อดูว่าเป้าหมายของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรใน 7 วันสุดท้าย
6) คลิกปุ่ม Create Goal

เมื้อคุณสร้างเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว คุณกลับไปที่ รายงาน และคุณจะเห็นว่าคนซื้อของผ่านเว็บไซต์ของคุณ หรือสมัครสมาชิกเว็บไซต์คุณอย่างไร พวกเขามีแหล่งที่เข้าถึงเวปไซต์ที่แตกต่างกัน หรือลักษณะการค้นหาเนื้อหาที่แตกต่างกัน หรือแม้กระทั่ง ประเทศที่อยู่หรือ ภูมิลำเนาของคนเหล่านั้น

นี่คือตัวอย่างอีกหนึ่งอันว่าแหล่งเวปไซต์ที่อา้งถึงเว็บเราที่จะช่วยให้เราพัฒนาเป้าหมายได้ คลิกไปที่รายงานเรื่อง Acquisition All Referrals

ด้านบนของกราฟคุณจะเห็นตัวเลือก Goal Set คลิกแล้วคุณจะได้เห็นอัตราเป้าหมายของคุณในแต่ละโเวปไซต์ที่อ้างอิงถึงคุณ ( referrer ) และนี่คือตัวอย่างการแสดงผลของ Twitter และ Facebook ด้วย เป้าหมายที่เป็นอัตรา conversion rates ในคอลัมน์ที่ 3

ทำไมมันถึงสะดวก และง่ายต่อผู้ใช่้ บางที่คุณอยากจะเทียบว่า แหล่งที่มาที่แตกต่างกันจะสร้างผลลัพธ์เป็นอย่างไรในเรื่องเดียวกัน ช่องทางบางช่องทางดีกว่าช่องทางอื่นๆ ในแง่ของการสมัครสมาชิกหรือซื้อสินค้าหรือเปล่า  This can help you tweak your marketing. ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่า Twitter จะสร้าง Visit ได้น้อยให้แก่ Mykidstime (เว็บไซต์ของผู้เขียน) แต่ยอดการสมัครสมาชิกเพื่อติดตามข่าวสารกลับสูงกว่า Facebook

บางทีเราอาจตัดสินใจออกแคมเปญแจกของขวัญกับผู้ใช้ Twitter ในการสมัครสมาชิกติดตามข่าวสารทางอีเมลล์เพื่อเป็นรางวัลแก่พวกเขา หรือเราจะออกแคมเปญแจกของขวัญให้คนใน Facebook ที่สมัครสมาชิกเพื่อกระตุ้นให้ช่องทางนี้มีอัตรการสมัครสมาชิกเพิ่ม

 

ข้อมูลในลักษณะนี้จะช่วยให้คุณวางกลยุทธ์การตลาดและการทำ CRM ในขณะเดียวกันก็วัดผล Call to Action (ซื้อสินค้า หรือ สมัครสมาชิก)บนเว็บไซต์ของคุณได้ด้วย

 

ที่มา : 5 Quick Tips for Using Google Analytics for Your Business  โดย  Director at Mykidstime Ltd

เนื้อหาสดๆใหม่ๆ เสิร์ชเอ็นเจิ้น มันชอบ The Benefit of Fresh Content

Content is King วลีนี้ หมายความว่า เนื้อหาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับ เสิร์ชเอ็นเจิ้น การที่เราจะมีอันดับดีๆได้ Content เราต้องดี?หรือเนื้อหาของเว็บไซต์เราต้องดีนั่นเอง แต่หากถามว่า Good Content เนื้อหาที่ดี มีอะไรเป็นตัววัดละ?? (ถามเอง..ตอบเองแล้วกัน) สำหรับผมแล้ว สิ่งที่จะบ่งบอกว่า content ที่ดีมันเป็นยังไงมีดังนี้

1. Unique Content
มันหมายความถึง เนื้อหา Content ที่ไม่ซ้ำใคร (ใครทำเว็บปั่นๆ ดึงบทความชาวบ้านมา..แบบนั้นแหละครับ หุหุ) แต่ก็มีข้อแม้สำหรับบางบล็อกและเว็บไซต์ที่ดึงข่าวแบบ RSS หรือการนำข่าวสารจากเว็บอื่นๆมาลงในบล็อกตัวเอง ( แบบ Refer กลับไปเว็บไซต์เจ้าของข่าว และบทความ) แบบนี้ถือว่าโอเคครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เสิร์ชเอ็นเจิ้นจะจัดให้เว็บไซต์ที่มี Unique Content มีอันดับที่ดีกว่า ( ผมเจอมากับตัวเองแล้วครับ อิอิ) ซึ่งสามารถที่จะสรุปได้ว่า Unique Content นั้นสามารถที่จะถีบให้อันดับใน SERP พุ่งสูงขึ้นมากกว่า คู่แข่งได้แน่นอนครับ

2. Fresh Content
ของสดๆใหม่ๆ ย่อมดีกว่าของเก่าๆ (เหี่ยวๆ เอ๊ะ!! มันเกี่ยวกันไหม??) เอาเป็นว่า Fresh Content เนื้อหาใหม้ ที่เราหมั่นอัพเดตให้กับเว็บไซต์ ของเรา ทุกๆวัน ทุกๆ อาทิตย์ ย่อมดีกว่า เว็บไซต์ที่อัพเดต เดือนละครั้ง สองครั้งแน่นอน เพราะในมุมมองของ เสิร์ชเอ็นเจิ้น บล็อก หรือเว็บไซต์ที่อัพเดตเนื้อหาบ่อยๆ บอทหรือ เหล่าแมงมุม จะแวะเวียนมาหาทุกๆวัน วันละหลายๆครั้ง ( ตามทฤษฎี ของเหล่าเซ๊ยน? SEO บอทมาบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีครับ..อันนี้ฟันธง) สำหรับ Fresh Content ที่เราอัพเดตให้กับบล็อกหรือเว็บไซต์ของเรา อาจจะเป็น บทความที่นำมาจากที่อื่นก็ได้(และ Refer กลับนะครับ)? แต่มันก็มาใหม่ที่บล็อกหรือเว็บไซต์ของเรา ถือว่า เป็น Fresh Content นะครับ

3. Fresh & Unique Content
มาดูอันนี้ครับ เอา Fresh กับ Unique มารวมกันซะเลย แบบนี้ สุดยอดดด!! ของสดๆ ใหม่ๆ ไม่เหมือนใคร อันนี้ถือว่าเป็น King of Content เลยหละครับ แต่มันสร้างกันไม่ได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก
บทสรุป: วิธีการที่เหล่าโปรแกรมเมอร์สมองใส เขาทำอะไรกันบ้างเพื่อที่จะได้ซึ่ง Fresh Content แบบไม่ Unique กันดูครับ วิธีหลักๆ ก็คือการใช้ RSS parser เอามาเป็นตัวช่วยในการอัพเดตข่าวสารใหม่ๆให้กับบล็อกของตัวเอง แบบอัตโนมัติครับ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆมาช่วยมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอให้จำไว้อยู่เสมอนะครับว่า Unique Content และ Fresh Content สู้ Fresh & Unique Content ไม่ได้นะครับ เรื่อง Content มันมีอีกเยอะมากครับ

7 เว็บค้นหาที่เก่งกาจกว่ากูเกิล

คนทั่วโลกรู้จักและติดใจ “กูเกิล” จนทำให้คำว่า “กูเกิล” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อแบรนด์ของบริษัทอินเทอร์เน็ตที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก แต่กลับเป็นชื่อของ “กริยา” ในการค้นหาข้อมูลบนโลกไซเบอร์ไปเสียแล้ว จึงมีคำพูดติดปากชาวเน็ตเวลาที่หาข้อมูลใดๆ ไม่เจอว่า “ลองกูเกิลดูหรือยัง?”

แต่วันนี้เรามีเว็บค้นหาที่เป็นทางเลือกใหม่ (Alternative Search Engine) สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ของสิ่งที่ต้องการค้นหาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น หารูปก็จะได้รูป หาเพลงก็จะได้ฟังเพลง หาเอกสารก็จะได้ไฟล์ PDF โดยที่ไม่ต้องคลิกสารพัดลิงก์ไปมา พร้อมสแกนกันจนปวดตาอีกทีหนึ่ง

อย่างไรก็ดี สำหรับเซียนคอมฯ ที่รู้จักวิธีการ “แฮกกูเกิล” ด้วยการใส่โค้ดลับหลายสิบตัวลงไปในช่องค้นหาเพื่อที่จะได้ข้อมูลใดๆ จากกูเกิล ก็อยากให้มาลองใช้เว็บที่เราแนะนำในครั้งนี้ ไม่แน่อาจจะติดใจวิธีค้นหาแบบบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดก็เป็นได้

เว็บที่เราจะแนะนำในครั้งนี้จะแบ่งผลการค้นหาออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ การค้นหา ภาพ เพลง วิดีโอ และเอกสาร
ถ้าคิดคีย์เวิร์ดเจ๋งๆ ได้แล้วก็ลุยกันเลย!

ค้นหาเพลง

www.songza.com
เป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายๆ ทุกครั้งที่พิมพ์คำค้นหาจะมีคำใกล้เคียงขึ้นมาแสดงให้ด้วย และทุกเพลงจะสามารถดูมิวสิกวิดีโอประกอบไปด้วยได้ เพราะเพลงที่ได้ฟังนั้นเป็นการดึงเสียงเพลงมาจากเว็บวิดีโอชื่อดังต่างๆ นั่นเอง สุดท้ายก็คือ สามารถคัดลอกโค้ดเพลงไปติดไว้ที่บล็อกของตัวเองได้อีกด้วย
www.midomi.com
สำหรับคนที่มักประสบปัญหาอยากฟังเพลงใดเพลงหนึ่ง กลับนึกชื่อเพลงไม่ออก แต่สามารถร้องเพลงนั้นได้ เว็บนี้ก็เหมาะกับคุณเป็นที่สุด เพียงแค่คอมพิวเตอร์ของคุณมีไมค์ และเปล่งเสียงของตัวเองร้องเพลงนั้น ท่อนใดก็ได้ ประมาณ 10 วินาที ระบบก็จะค้นหาเพลงนั้นๆ หรือเพลงใกล้เคียงมาให้ด้วย
จากที่ทดลองสามารถหาเพลงทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่งได้หมด นอกจากนี้แล้วคุณยังฟังเสียงร้องเพลงของผู้ใช้คนอื่นๆ ที่ร่วมหาเพลงๆเดียวกับคุณได้ด้วย โดยคลิกที่ปุ่ม Play All Recordings
หมายเหตุ:
1. เมื่อใช้ครั้งแรก หลังจากคลิกที่ปุ่ม “Click and Sing or Hum” จะมีหน้าต่างเล็กๆ เปิดขึ้นมา โดยที่คุณจะต้องกด จะต้องกดปุ่ม “Allow” กับ Adobe Flash Player Setting ก่อน
2. ผู้ที่ใช้ไอโฟนสามารถโหลดโปรแกรมของ midomi มาลงที่เครื่องและใช้งานแบบเดียวกับการค้นหาเพลงผ่านเว็บด้วยการฮัม หรือร้องเพลงได้เลย ที่นี่ ค้นหารูป
ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่า การค้นหารูปนั้นควรจะใช้ค

Free submit (เกือบ) 300 website ด้วยวิธีง่ายๆ ในเว็บเดียว

ช่วงนี้จุกพอจะมีเวลาว่าบ้างแล้ว ก็เลยกลับมาสำรวจเว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาในอดีต บางเว็บไซต์ ranking ตกบ้าง บางเว็บไซต์ google ranking ขึ้นบ้าง ที่จุกเช็ค google page rank ตกไปนั้นจุกเองก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรเพราะว่า ไม่ได้ update นานมากแล้ว (เกือบปี) เพราะทำขึ้นเพื่อทดลองวิธีการหาเงินผ่าน Google Adsense หน่ะครับ (เหมือนที่พี่ๆ หาเงินผ่าน Google Adsense นั่นแหล่ะครับ)

หลังจากเริ่มเห็นผลการใช้ google adsense ทำเงินให้บ้างแล้ว จุกจึงย้อนกลับมาสนใจเว็บไซต์เก่าๆ ที่ทำไว้ และหาทางเพิ่มเนื้อหา เพิ่ม keywords เพื่อ backlinks และอีกหลายๆ อย่างที่จะทำให้เว็บไซต์เรามี traffic เพิ่มขึ้น อีกวิธีหนึ่งที่จุกต้องทำเพื่อเพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์ก็คือ ต้องทำตัวเองให้ไปอยู่ใน web directory ต่างๆ โดยเฉพาะของต่างประเทศ เพราะเว็บไซต์ที่จุกหาเงินจาก adsense นั้นเป็นภาษาปะกิด (english) ครับ

เกริ่นมาซะนาน เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ?..
วันนี้จุกพบเว็บไซต์หนึ่งที่ช่วยเราได้มาก สำหรับการนำเว็บไซต์เราเข้าไปอยู่ใน directory ของเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลกอย่างง่ายดาย โดยที่เราไม่ต้องคอยเข้าไป submit website ของเราเองกับ website ต่างๆ ง่ายๆ คือ submit เว็บไซต์เกือบ 300 website ได้ในเว็บเดียว แถมยังเลือกได้ด้วยว่าจะ submit เข้าเว็บไซต์ของประเทศอะไรบ้าง?. เว็บไซต์ที่ว่านี้คือ allsitecafe.com

ใช้ง่ายครับ ก็แค่กรอกข้อมูลของเว็บไซต์เรา จากนั้นก็คลิกที่ปุ่ม submit รอดูผลลัพธ์ เมื่อระบบมัน submit หมดแล้วก็กลับมา submit ใหม่อีกครังหนึ่ง ทำจนครบทุกประเทศ จะได้ได้เยอะๆ ครับ

+300 website submission
Now you can submit your website to 275 search engines with our free website submission
service ? Simply fill out the free url submission form and submit your website free

submit เว็บไซต์มากๆ ได้ ในครั้งเดียว

หมายเหตุ :

  1. submit นี้ เหมาะสำหรับ website ภาษาอังกฤษ นะครับ (ภาษาไทย ไม่ควรทำ)
  2. email ควรกรอก email ของเราเอง เพราะบางเว็บไซต์จะ email ผลการ submit มาบอกเรา และบางเว็บไซต์ก็ให้เรา confirm ด้วย
  3. แนะนำ หลังกดปุ่ม submit และรอผลลัพธ์จนหมดแล้ว ให้ คลิก BACK ที่ browser หรือคลิก << go back จะกลับมาหน้าข้อมูลโดยข้อมูลไม่หาย

ลองเอาไป submit website ของตัวเองกันดูนะครับ

ปล. เหตุที่ในเนื้อหาของจุก บางคำภาษาไทยบ้าง บางคำใช้ภาษาอังกฤษบ้าง เช่น website-เว็บไซต์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสที่ search engine จะเข้ามายังเว็บไซต์จุกครับ รวมๆ trick SEO Tricks ครับ ไม่ว่ากันนะครั

 

ข้อมูลจาก http://www.ijook.com/promote-blog-website/free-submit-300-website-175.html