ทำ AdWords ด้วยตนเองกับจ้าง Agency ต่างกันอย่างไร?

สวัสดีชาว Marketingbyte ทุกท่านครับ วันนี้ผมเอาบทความดีๆ เกี่ยวกับ การทำ โฆษณาในช่องทางยอดฮิตที่เรียกว่า “Google Adsword” ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่ เป็นการโฆษณาผ่าน Keywords ที่ลูกค้าค้นหาผ่าน Search Engine ต่างๆ ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในสินค้า หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจริงๆ

 

google-adwords-local-map-featured

ในปัจจุบันมี Agency มากมายที่รับทำโฆษณาผ่าน Google แล้ววิธีไหนที่จะมีประสิทธิภาพดีกว่า ระหว่างการจ้าง Agency ทำโฆษณาให้ดี หรือว่าจะทำ AdWordsด้วยตนเอง?

วันนี้จะมาดูกันว่าความแตกต่างระหว่างการทำ AdWords ด้วยตนเองกับจ้าง Agency ต่างกันอย่างไร? โดยคำแนะนำเหล่านี้เราได้สัมภาษณ์ กูรูด้านการทำ Search Engine Marketing จากบริษัท Redrank.co.th คุณปภาดา อมรนุรัตน์กุล ได้ให้ความรู้ทางทีมงานเกี่ยวกัยการทำการตลาดผ่านช่องทาง Search Engine โดยผ่าน Agency ว่ามาความแตกต่างกันอย่างไร

1. การดูแลจัดการ
เนื่องจากระบบของ Google AdWordsนั้น เป็นในลักษณะของ Pay per click (ppc) :การจ่ายเงินค่าโฆษณาตามจำนวนคนที่คลิกลิ้งก์ โดยเป็นระบบประมูลแข่งกันด้วย keywords ที่ต้องการกับคู่แข่งรายอื่นๆ ที่ซื้อคำเดียวกัน ดังนั้นให้ถามตัวเองก่อนเลยว่า คุณมีเวลามากพอในการที่เข้าไปดูและแข่งค่า bid กับคู่แข่งรายอื่นๆ ตลอดเวลาหรือเปล่า

2. แนะนำให้คำปรึกษา
การสร้าง account AdWords ทำได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือการหา keywords ที่เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อให้แปลงมาเป็นยอดขายให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ใส่ keywords อะไรลงไปก็ได้ คุณสามารถหา keywords ที่ตรงใจคนค้นหาได้แล้วหรือยัง?

3. งบประมาณและการบริหารการเงิน
แน่นอนว่า เราทำโฆษณา ก็ต้องหวังจะมีรายได้เพิ่ม คุณสามารถจัดการกับ budget ที่มีของคุณใหืเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อกดให้ค่าคลิกที่เกิดขึ้น ต่ำที่สุดได้หรือยัง?

 

4. ประเมินและวัดผล
Google มีระบบวัดผลที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถวัดผล roi ได้เลยทีเดียว แถมบอกได้ด้วยว่า การตลาดต่อไปที่เราควรเลือกทำแบบไหนจึงจะเหมาะสม!! คุณอ่านค่าเหล่านั้นและวิเคราะห์เป็นหรือไม่?!?

5. ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ
คุณเคยทำ AdWords มามากน้อยขนาดไหนแล้ว? ซึ่งประสบการณ์คือสิ่งที่สอนกันไม่ได้ .. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายๆ อย่างต้องอาศัยผุ้เชี่ยวชาญ คุณพร้อมที่จะร้บมือกับปัญหาเหล่านี้หรือยัง? เช่น ads ไม่ผ่านการ approve?!

6. การปรับตำแหน่ง
คุณรู้ใช่ไม่ว่า ตำแหน่งการขึ้นของ ads นั่นมีผลมากกับการคลิกของลูกค้า แล้วคุณรู้ไหมว่า การปรับตำแหน่งให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด จะสามารถทำได้ ย่างไร?

7. ความรู้เชิงเทคนิค
AdWords มี tools มากมาย และถูกซุกซ่อนอยู่ในระบบ เพื่อเพิ่มยอดคลิก เพิ่มยอดขาย คุณสามารถเปิด module หรือฟังก์ชั่นเหล่านั้นได้ ว่าแต่คุณได้ลองเปิดใช้งานแล้วหรือยัง?

unnamed (1)2 (2)

 

กรณีตัวอย่าง เรามีงบประมาณ1000 บาท หากทำ โฆษณาเองเราอาจจะได้ราคา cost per click (CPC) ได้ คลิกละ 3 บาท แต่ถ้าเราใช้ agency แน่นอนด้วยประสบการณ์ และ know how มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ (optimize) keyword ที่โดนใจ ส่งผลให้ CPC ต่ำลง เหลือแค่ 1 บาท หรือมากกว่านั้น นั่นแปลว่าในจำนวนเงินที่เท่ากัน ทำกับAgency คุณจะได้ถึง 1000 คลิก แต่ถ้าทำเอง คุณจะได้คลิกแค่ 333 คลิก ต่างกันถึง 3 เท่าทีเดียวนะครับ

 ถ้าอ่านครบ 7 ข้อนี้ คำตอบของคุณคือ “ไม่” จงจ้าง agency เถอะครับ หนึ่งใน Agency ด้าน search engine ที่น่าสนใจคือบริษัท redrank ที่นอกจาก google และ ยังมีบริการไปยัง platformอื่น เช่น baidu search ที่ได้รับความนิยมจากจีนอีกด้วย ใครสนใจเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ redrank.co.th นะครับ

ลองใช้ search engine agency เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณการตลาดของคุณดูนะครับ เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับมันมากกว่าสิ่งคุณคิดหรือเสียเวลาทำเองอย่างแน่นอนครับ :)) !!

 

 

 

 

เคล็ดลับในการเลือกเอเจนซี่แอดเวิร์ดส์

เมื่อวานผมได้ทิ้ง เอาไว้ว่าวันนี้จะมาต่อเรื่อง ของการเลือกเอเจนซี่แอดเวิร์ดส์ ทำไมเราถึงต้องเลือกให้ให้ดีถ้าคุณเลือกไม่ดีแล้วโอกาศที่จะถูกหลอกก็มีสูง โดยทางคุณมุกพิม ได้ให้รายละเอียดเอาไว้คราว ๆ แต่ผมค้นเจอมาจากทาง blog ของ googlethailand โดยทางgoogleได้แนะนำอะไรบ้าง จะขอยกบทความมาทั้งหมดเลยนะครับ

 

สวัสดีค่ะ คุณทราบหรือไม่ว่าคุณสามารถบริหารโฆษณาออนไลน์บนหน้ากูเกิลและบนเว็บไซด์พันธมิตรของเราหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ?กูเกิลแอดเวิร์ดส์? ได้อย่างง่ายๆ โดยที่คุณสามารถสมัครและเริ่มต้นโฆษณาของคุณได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ทั้งไม่มีสัญญา ข้อผูกมัดหรือค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ และคุณก็สามารถเขีียนคำโฆษณาและเลือกคำค้นหาได้ตามที่คุณพอใน แต่หากคุณไม่มีเวลาทำทุกขั้นตอนด้วยตัวคุณเอง คุณก็อาจจะมองหาเอเจนซี่โฆษณาดีๆ ซักรายที่มีประสบการณ์ในด้านนี้เพื่อช่วยบริหารจัดการโฆษาแทนตัวคุณเองค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่คุณควรต้องทราบและควรจะได้รับจากเอเจนซี่เหล่านั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องนี้กัน เพื่อจะช่วยให้คุณทราบว่าลักษณะของเอเจนซี่แบบไหนที่คุณควรพิจารณาให้ดูแลโฆษณาของคุณค่ะ


ก่อนที่จะตัดสินใจใช้บริการกูเกิลแอดเวิร์ดส์คุณควรต้องเข้าใจลักษณะการทำงานของโฆษณาแบบนี้เสียก่อน เอเจนซี่ที่ดีควรอธิบายให้คุณฟังถึงลักษณะการทำงาน การประมูลราคาคำค้นหา การคำนวนค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ลักษณะการเก็บเงิน รวมถึงโอกาสในการปรับปรุงแคมเปญโฆษณาของคุณเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด

 


เมื่อคุณลงโฆษณากับกูเกิลแอดเวิร์ดส์ เอเจนซี่จะสร้างกลุ่มคำค้นหาหรือคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใช้ค้นหาสินค้าต้องของคุณ หรือหากคุณต้องการให้โฆษณาไปปรากฏบนเว็บไซด์พันธมิตร ทางเอเจนซี่จะสามารถตรวจสอบว่ามีเว็บไซด์ใดบ้างที่มีเนื้อหาเข้ากับสินค้าของคุณ หรือสินค้าของคุณควรไปปรากฏบนเว็บไซด์ประเภทใด ซึ่งโดยปกติแล้วการแสดงโฆษณาในลักษณะนี้กูเกิลจะคิดค่าบริการตาม ?ต้นทุนต่อคลิก? (cost-per-click: CPC) หรือ ?ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง? (cost-per-thousand-impressions: CPM) ซึ่งต้นทุนเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตคลิกหรือเห็นโฆษณาของคุณ เอเจนซี่ที่คุณกำลังมองหาก็ควรอธิบายวิธีการคำนวนดังกล่าวให้คุณทราบและคิดค่าบริการโฆษณาของคุณตามที่กูเกิลเรียกเก็บจริงโดยส่งมอบใบเรียกเก็บเงินจากทางกูเกิล และแยกเก็บค่าบริหารจัดการในอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วเอเจนซี่ที่ดีควรส่งรายงานผลการแสดงโฆษณาของคุณด้วยข้อมูลที่ดึงออกมาจากบัญชีกูเกิลแอดเวิร์ดส์ ซึ่งมีการแจกแจงจำนวนครั้งของคลิกรวมทั้งจำนวนครั้งของการแสดงผลโฆษณาในแต่ละวัน เพื่อให้คุณเข้าใจประสิทธิภาพการทำงานของโฆษณาของคุณมากยิ่งขึ้นค่ะ ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติม

Google AdWords เจาะเอสเอ็มอีไทย เพิ่มยอดขาย-ต้นทุนต่ำ

กูเกิลส่ง Google AdWords เจาะลูกค้าเอสเอ็มอี หลังพบมีลูกค้าเป็นผู้ประกอบการ 858,291 ราย หรือราว 85% ของธุรกิจทั้งหมด เผยคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล และซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ชูจุดขายช่วยเพิ่มยอดขาย ต้นทุนต่ำ พร้อมปรับปรุงให้มีการใช้งานภาษาไทยง่ายดายทุกขั้นตอน
???????
???????มร.ชารีฟ เอล อันซารี หัวหน้างานออนไลน์และตัวแทนขาย กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า กูเกิล ได้ส่งโปรแกรม Google AdWords ซึ่งเป็นโปรแกรมการบริหารจัดการโฆษณาออนไลน์ผ่าน Google Search Mass Media และ Niche Media สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SME มาทำตลาดในประเทศไทย หลังจากเปิดให้บริการแก่ภาคธุรกิจอื่นมาตั้งแต่ปี 2548 โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME จำนวน 858,291 รายคิดเป็น 85% ของตัวเลขธุรกิจทั้งหมดในประเทศไทย และพบว่าในปี 2551 ?SME ประมาณ 100,000 รายมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ?
???????
???????นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อเดือนมีนาคม 2552 ประมาณ 13.4 ล้านราย คิดเป็น 20.5% ของจำนวนประชากรในประเทศ ซึ่งมีอัตราเติบโตจากปีที่แล้ว 18% มีผู้ใช้บรอดแบนด์จำนวน 913,000 ทั้งยังพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมค้นหาข้อมูลประเภทต่างๆบนเว็บไซต์ 31.4 % อีเมล 23% อ่านข่าวออนไลน์ 10.3 %
???????
???????อย่างไรก็ดียังพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ซื้อบริการและสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 45.6% ในปี 2551 ซึ่งหนังสือเป็นสินค้าที่มีการสั่งซื้อมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 36.4% ตามด้วยบริการต่างๆ 30.7 % และภาพยนตร์ ดีวีดี 18.1% จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Google AdWords สามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการ SME ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการโฆษณาผ่านออนไลน์ มีต้นทุนต่ำมากโดยจะเห็นได้จากสถิติงบประมาณที่ใช่จ่ายไปกับสื่อออนไลน์คิดเป็น 1% หรือประมาณ 900 ล้านบาท จากเม็ดเงินโฆษณาทั้งหมดที่ 90,000 ล้านบาท และเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักทุกปี
???????
???????นอกจากนี้ประเทศไทยถือเป็นอันดับ1ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่มียอดผู้โฆษณาผ่านทางกูเกิลด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 98.75% โดยที่ผ่านมากูเกิลได้จัดทำโปรแกรมการบริหารจัดการแคมเปญที่เรียกว่า โปรแกรมโฆษณา Google AdWords เพื่อขายโฆษณาผ่านเว็บไซต์กูเกิล ตั้งแต่ปี 2548 โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรร่วมเครือข่ายในการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ Tarad.com weloveshopping และNetdesign โดยลูกค้าที่ใช้งานส่วนใหญ่ยอมรับว่าสามารถช่วยเพิ่มยอดขาย และโฆษณาเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย
???????
???????ทั้งนี้การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ในปัจจุบันถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอี ?เนื่องจากอัตราการโฆษณาดังกล่าวมีต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก เพราะสามารถโฆษณาในอัตราที่เท่าไหร่ก็ได้ ?อีกทั้งยังเหมาะกับสภาวะสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และมีความสะดวกสบาย
???????
???????โดยที่ผ่านมาโปรแกรม Google AdWords นี้ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงให้รองรับกับการใช้งานที่เป็นภาษาไทยตั้งแต่ช่วงปี 2548 ซึ่งมีจำนวนผู้เข้ามาใช้โฆษณาที่ค่อนข้างเยอะกว่า 1,000 รายและมีการเติบโตแต่ละปีที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ในปี 2550 กูเกิลได้ตั้งออฟฟิศในประเทศสิงคโปร์ เพื่อที่จะดูแลลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ที่มา : http://manager.co.th/CyberBIZ/default.html