อัพเดทความรู้ กับ “ศัพท์แสง” ที่นักการตลาดออนไลน์ ห้ามพลาด!! (ตอนที่ 1 )

     หลังจากอัพเดทเทรนด์กันไปในบทความที่แล้ว วันนี้เราจะมา Back to Basic อัพเดทความรู้เรื่องพื้นฐานการตลาดออนไลน์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งคำจำกัดความและคำศัพท์เฉพาะของเครื่องมือการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาดออนไลน์ หรือออฟไลน์ก็ควรรู้ข้อมูลเหล่านี้ไว้ ไม่งั้น คุณจะคุยกับเขา…ไม่รู้เรื่อง
     กว่าสิบปีที่ผ่านมาจำนวนของประชากรอินเทอร์เน็ตโลกได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด กว่า 3 พันล้านคน เริ่มเข้าถึงช่องทางออนไลน์ และส่งอีเมลกันกว่า 500 ล้านฉบับ และยังดู VDO ใน Youtube กว่า 3 พันล้านครั้งในทุกๆวัน
     ในเมื่อโลกอินเทอร์เน็ตเติบโต และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การตลาดออนไลน์ก็เช่นกัน ปัจจุบันมีหลายหลายแผนก หน้าที่ และวิธีการเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ และ Infographic นี้ถือเป็นคู่มือชั้นดีที่จะช่วยให้คุณเข้าใจการตลาดออนไลน์ในภาพรวมมากยิ่งขึ้น
 
ภาพรวมและการทำ Content Marketing
Digital Marketing 
การสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้อย่างแนบเนียนผ่านช่องทางการตลาดดิจิทัลที่หลากหลาย เช่น มือถือ เกมส์ แอพลิเคชัน วิทยุออนไลน์ ข้อความSMS และช่องทางอื่นๆ
Inbound marketing 
ดึงดูด ให้ความรู้ และสร้างความบันเทิงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายผ่านเนื้อหาที่ดึงดูด เทคนิคการทำ SEO และเครื่องมือทางการตลาดที่ตอบสนองผุ้บริโภคได้ (Interactive tools) เพื่อเอาชนะคู่แข่งและสร้างความภักดีจากลูกค้า
Content Curation 
เจาะลึกเข้าไปในท่ามกลางข่าว เนื้อหาที่น่าสนใจ และเลือกเนื้อหาที่มีคุณภาพที่จะแชร์ไปยังสื่อของคุณ สร้างหน้าฟีดข่าวแบบครบวงจรให้กับกลุ่มเป้าหมายของคุณ
Content Marketing 
สร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ น่าสนใจ และสร้างความบันเทิง ในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น โพสท์ Facebook บทความในบลอก VDO หรือ Infographic เพื่อสร้างแรงดึงดูด และเพิ่มการจดจำของแบรนด์ รวมไปจนถึงการชนะใจลูกค้าอีกด้วย
ศัพท์แสงควรรู้ 
ประเภทของสื่อ ในการตลาดออนไลน์เราสามารถแยกประเภทของสื่อตามลักษณะการเป็นเจ้าของได้ดังนี้
Paid Media 
สื่อโฆษณาที่เราต้องจ่ายเงินซื้อ เช่น บทความโฆษณา (Advertorial) การโปรโมทโพสท์ Facebook รวมถึงการลงโฆษณาใน Search Engine ด้วย
Owned Media 
สื่อที่เป็นของแบรนด์ หรือของบริษัทเรา เช่น การโพสท์ Facebook แบบไม่โฆษณา หน้าเว็บไซต์ บลอก หรือ Social Media อื่นๆ
Earned Media 
สื่อที่เราได้เพิ่มเติมจากการแชร์ของกลุ่มลูกค้าบนช่องทางต่างๆ เช่นลูกค้าแชร์เนื้อหาที่เราโพสท์บน Facebook ส่วนตัวของเขา หรือการแชร์ Vdo โฆษณาจากยูทูปของแบรนด์เรา ลงไปใน Facebook เป็นต้น
ครั้งหน้ามาพบกับคำศัพท์และการทำการตลาดออนไลน์บนเว็บไซต์กันต่อในซีรีส์ Online Marketing 101 นะคะ อย่าลืมกดแชร์และให้กำลังใจทีมงานด้วยค่ะ
ที่มาบทความ :https://www.wrike.com

ทำ AdWords ด้วยตนเองกับจ้าง Agency ต่างกันอย่างไร?

สวัสดีชาว Marketingbyte ทุกท่านครับ วันนี้ผมเอาบทความดีๆ เกี่ยวกับ การทำ โฆษณาในช่องทางยอดฮิตที่เรียกว่า “Google Adsword” ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่ เป็นการโฆษณาผ่าน Keywords ที่ลูกค้าค้นหาผ่าน Search Engine ต่างๆ ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในสินค้า หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจริงๆ

 

google-adwords-local-map-featured

ในปัจจุบันมี Agency มากมายที่รับทำโฆษณาผ่าน Google แล้ววิธีไหนที่จะมีประสิทธิภาพดีกว่า ระหว่างการจ้าง Agency ทำโฆษณาให้ดี หรือว่าจะทำ AdWordsด้วยตนเอง?

วันนี้จะมาดูกันว่าความแตกต่างระหว่างการทำ AdWords ด้วยตนเองกับจ้าง Agency ต่างกันอย่างไร? โดยคำแนะนำเหล่านี้เราได้สัมภาษณ์ กูรูด้านการทำ Search Engine Marketing จากบริษัท Redrank.co.th คุณปภาดา อมรนุรัตน์กุล ได้ให้ความรู้ทางทีมงานเกี่ยวกัยการทำการตลาดผ่านช่องทาง Search Engine โดยผ่าน Agency ว่ามาความแตกต่างกันอย่างไร

1. การดูแลจัดการ
เนื่องจากระบบของ Google AdWordsนั้น เป็นในลักษณะของ Pay per click (ppc) :การจ่ายเงินค่าโฆษณาตามจำนวนคนที่คลิกลิ้งก์ โดยเป็นระบบประมูลแข่งกันด้วย keywords ที่ต้องการกับคู่แข่งรายอื่นๆ ที่ซื้อคำเดียวกัน ดังนั้นให้ถามตัวเองก่อนเลยว่า คุณมีเวลามากพอในการที่เข้าไปดูและแข่งค่า bid กับคู่แข่งรายอื่นๆ ตลอดเวลาหรือเปล่า

2. แนะนำให้คำปรึกษา
การสร้าง account AdWords ทำได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือการหา keywords ที่เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อให้แปลงมาเป็นยอดขายให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ใส่ keywords อะไรลงไปก็ได้ คุณสามารถหา keywords ที่ตรงใจคนค้นหาได้แล้วหรือยัง?

3. งบประมาณและการบริหารการเงิน
แน่นอนว่า เราทำโฆษณา ก็ต้องหวังจะมีรายได้เพิ่ม คุณสามารถจัดการกับ budget ที่มีของคุณใหืเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อกดให้ค่าคลิกที่เกิดขึ้น ต่ำที่สุดได้หรือยัง?

 

4. ประเมินและวัดผล
Google มีระบบวัดผลที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถวัดผล roi ได้เลยทีเดียว แถมบอกได้ด้วยว่า การตลาดต่อไปที่เราควรเลือกทำแบบไหนจึงจะเหมาะสม!! คุณอ่านค่าเหล่านั้นและวิเคราะห์เป็นหรือไม่?!?

5. ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ
คุณเคยทำ AdWords มามากน้อยขนาดไหนแล้ว? ซึ่งประสบการณ์คือสิ่งที่สอนกันไม่ได้ .. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายๆ อย่างต้องอาศัยผุ้เชี่ยวชาญ คุณพร้อมที่จะร้บมือกับปัญหาเหล่านี้หรือยัง? เช่น ads ไม่ผ่านการ approve?!

6. การปรับตำแหน่ง
คุณรู้ใช่ไม่ว่า ตำแหน่งการขึ้นของ ads นั่นมีผลมากกับการคลิกของลูกค้า แล้วคุณรู้ไหมว่า การปรับตำแหน่งให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด จะสามารถทำได้ ย่างไร?

7. ความรู้เชิงเทคนิค
AdWords มี tools มากมาย และถูกซุกซ่อนอยู่ในระบบ เพื่อเพิ่มยอดคลิก เพิ่มยอดขาย คุณสามารถเปิด module หรือฟังก์ชั่นเหล่านั้นได้ ว่าแต่คุณได้ลองเปิดใช้งานแล้วหรือยัง?

unnamed (1)2 (2)

 

กรณีตัวอย่าง เรามีงบประมาณ1000 บาท หากทำ โฆษณาเองเราอาจจะได้ราคา cost per click (CPC) ได้ คลิกละ 3 บาท แต่ถ้าเราใช้ agency แน่นอนด้วยประสบการณ์ และ know how มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ (optimize) keyword ที่โดนใจ ส่งผลให้ CPC ต่ำลง เหลือแค่ 1 บาท หรือมากกว่านั้น นั่นแปลว่าในจำนวนเงินที่เท่ากัน ทำกับAgency คุณจะได้ถึง 1000 คลิก แต่ถ้าทำเอง คุณจะได้คลิกแค่ 333 คลิก ต่างกันถึง 3 เท่าทีเดียวนะครับ

 ถ้าอ่านครบ 7 ข้อนี้ คำตอบของคุณคือ “ไม่” จงจ้าง agency เถอะครับ หนึ่งใน Agency ด้าน search engine ที่น่าสนใจคือบริษัท redrank ที่นอกจาก google และ ยังมีบริการไปยัง platformอื่น เช่น baidu search ที่ได้รับความนิยมจากจีนอีกด้วย ใครสนใจเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ redrank.co.th นะครับ

ลองใช้ search engine agency เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณการตลาดของคุณดูนะครับ เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับมันมากกว่าสิ่งคุณคิดหรือเสียเวลาทำเองอย่างแน่นอนครับ :)) !!

 

 

 

 

อำนาจบนโลก Social สิ่งสำคัญที่นักการตลาด Social Media ไม่ควรมองข้าม

ที่มา : The Importance of Social Authority in Social Media Marketing 

AUTHORITY

 

นักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนให้ความสำคัญกับขั้นตอนต่างๆในการทำการตลาดบน Social  Media  แต่การทำการตลาดบนช่องทาง Social Media ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จในทุกๆธุรกิจ ทุกคนมีเพจบน Facebook และเจ้าของธุรกิจที่พร้อมจะทุ่มงบโฆษณา เช่นเดียวกันกับในช่องทาง Twitter LinkedIn  MySpace และ ทุกๆคน Social Mediaที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่บริษัทที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดดังกล่างนั้นมีเพียงไม่กี่ราย

บริษัทที่ประสบความสำเร็จเข้าใจในสิ่งสำคัญ โดยที่ธุรกิจอีกกว่า 90% ไม่เข้าใจ  สิ่งนั้นคือ “อำนาจบนโลก Social Media ” ที่มีความสำคัญมากกว่าแค่การนำเสนอผ่าน Social Media  บริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จมักใช้เงินทางการตลาดที่สูงปรี๊ด!  และรวมถึงชั่วโมงการทำงานบนอินเทอร์เน็ตที่บริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จได้ทุ่มเทมากเกินไป เพื่อสร้างอำนาจทาง Social

อำนาจบนโลก Social Media คืออะไร

การมีอำนาจในโลกก social media อาจเหมือนกับการที่จริงจังกับกิจกรรมบน social media  การมีอำาจในsocial media authority หมายถึงคนทั่วไปมองคุณว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของคุณเอง สิ่งที่คุณพูดจะถูกติดตามโดย” tastemakers” และ “the king makers” ผู้ซึ่งต้องการรักษาความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าซึ่งมีมากพอที่จะทำให้คุณอยู่รอกในธุรกิจ สรุปได้ว่ายิ่งคุณมีอำนาจทาง Social Media มากเท่าไหร่ คุณจะลดความทุ่มเทในทำการตลาดบน Social Media น้อยลงเท่านั้น

ทำอย่างไรเราถึงจะมีอำนาจบน Social Media

ธุรกิจขนาดเล็กทั้งหลายควรให้ความสำคัญในการเพิ่มอำนาจบน Social Media ในแบรนด์ที่ตนเองเกี่ยวข้องอยู่  แม้ว่าคุณจะลงโฆษณาเพื่อโปรโมทบนเฟสบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ ในสิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดในอุตสาหกรรมของคุณ  แต่มันไม่ได้สร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น สิ่งที่คุณได้จากการสร้างอำนาจบนโลก Social Media คือความน่าเชื่อถือต่างหาก

อ่านเพิ่มเติม FREE และวิธีสร้าง Traffic เข้าเว็บไซต์ในราคาต่ำ

และอ่านฉบับหนังสือได้ที่นี่: http://mytoptier-business.com/maximum-traffic/

มีหลายวิธีที่เราจะสามารถเพิ่มอำนาจบนโลก Social Media ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลา และค่อนข้างน่าเบื่อ ดังนั้นวิธีการใดที่ทำได้โดยอัตโนมัติ สามารถทำได้โดยไม่ดูเสแสร้งจนเกินไป

ขั้นตอนแรก คุณควรนำเสนอตัวเองผ่าน Internet อย่างสม่ำเสมอ ทุกที่ๆบริษัทปรากฏอยู่ คุณก็ต้องไปปรากฏเช่นกัน นั่นแปลว่าคุณต้องเข้าไปฝังตัวตาม Webboard หรือ ในกรุ๊ปต่างๆบน Social เพื่อนำเสนอบริษัทของคุณเอง

ขั้นตอนที่สอง คุณควรมีข้อมูลว่าตอนนี้ผู้คนกำลังค้นหาหรือ ต้องการอะไร เมื่อคุณสร้างบัญชีใน Social Media ของคุณแล้ว ลองซุ่มอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์เฉพาะกลุ่มหลายๆเว็บไซต์ บางทีคุณอาจจะได้ต้นแบบที่จะเป็นเป้าหมายต่อไปของคุณ คุณจะเรียนรู้แนวโน้มธุรกิจ และค้นพบว่า หากต้องการค้นหาสิ่งที่ผู้คนต้องการได้จากแหล่งข้อมูลไหน หากคุณคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในอุตสาหกรรมนั้นแล้ว คุณสามารถนำเสนอข้อมูลใหม่ๆที่น่าสนใจได้

ขั้นตอนที่สาม ทะลุเป้าหมายด้วยการทำ Guest Post (Guest Post: คือการไปเขียนบนความใน Blog ของคนอื่น บทความนั้นจะต้องใหม่และไม่ซ้ำกับของบน Blog คุณ) และเป็นผู้นำในด้านนี้ การ Guest blogging หรือ Guest Post เป็นวิธีการที่ดีที่คุณจะสามารถเป็นแนวหน้าในบรรดาเหล่าผู้นำเทรนด์ในอุตสาหกรรมของคุณ ไม่ใช่การอ้างชื่อในบลอกตัวเองเท่านั้น การทำการตลาดบน social media ของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากมันมีพื้นฐานมาจากบลอก และการทำ Guest Post นั้นถูกมองเป็นขั้นตอนต่อไปหลายๆอุตสาหกรรม

รายละเอียดในกลยุทธ์ข้างต้นต้องใช้เวลาและความพยายาม บางขั้นตอนอาจต้องจ้าง outsourced หรือใช้คนภายในเพื่อรับผิดชอบงานนี้ สุดท้ายนี้ จำไว้ให้ดีว่ามีหู ของผู้คน (หมายถึงอำนาจที่จะเข้าถึงใจกลุ่มผู้ฟัง) ย่อมดีว่ามีงบประมาณที่ไม่จำกัด

เกาะกระแส!!! รู้เทรนด์ก่อนใครกับ 25 แนวโน้ม ด้าน เทคโนโลยีในปี2015

เกาะกระแสรู้เทรนด์ก่อนใครกับ 25 แนวโน้ม ด้าน เทคโนโลยีในปี2015

ที่มาบทความ :  25 Technology Trends for 2015 – 2016

บทสรุปจากงาน CES 2015 (Customer Electronic Show)เกี่ยวกับเทรนด์ของเทคโนโลยในปีนี้ที่ทางผู้เขียน Brian Solis

ได้เขียนในบทความ  ได้สรุปได้ดังนี้

 

  1. ไว้อาลัยแด่ Social Media 1.0ที่ตายไปแล้ว

Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัล   การทำการตลาดแบบ Real-time และ content marketing เริ่มสร้างความพึงพอใจ และ พกพาสะดวกมากขึ้น Social Media กลายเป็นจุดเชื่อมโยงหลักสำหรับการส้รางประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า Social Media เชื่อมโยงระหว่างขั้นตอนของ” Zero Moment of Truth” ช่วงเวลาที่ลูกค้าหาข้อมูลชองสินค้าหรือบริการก่อนการตัดสินใจซื้อ และ “Ultimate Moment of Truth” ช่วงเวลาที่ลูกค้าถ่ายทอดประสบการณ์การใช้สินค้าผ่านช่องทาง Social  ดังนั้น Social Media 1.0 หรือการสร้าง Social Media ขึ้นมาเพื่อโฆษณาสินค้าเพียงอย่างเดียว ได้ตายไปแล้ว จงทำให้ Social Media ของคุณมีชีวิต

mkt1

  1. อนาคตในเรื่องของการค้นหาข้อมูลต่างๆและ Search Engine Marketing

มากกว่า88%ของลูกค้าได้รับอิทธิพลมาจาก ผู้ใช้งานคนอื่นๆ เช่นการแสดงความคิดเห็นออนไลน์  อีกทั้งลูกค้ายังมีพฤติกรรรมเริ่มต้นค้นหาจากที่ต่างๆ เช่น Youtube, Pinterest หรือในApplicationต่างๆโดยตรง

  1. Messaging apps จะกลายมาเป็น Social Media แบบใหม่
  2. ในเอเชียและคู่แข่งอื่นๆในต่างประเทศ จะมีการแข่งขันกันในเรื่องของส่วนแบ่งผลกำไรและจะมีการผลักดันในเรื่องของ Massaging ให้ก้าวไปข้างหน้า
  3. หน้าต่างการแจ้งเตือนจะเป็นลักษณะชั้นบางๆ เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงที่รวดเร็ว
  4. นวัตกรรมของจีนจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาทั้งภายนอกและภายใน
  5. The Internet of Things เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นความยุ่งเหยิงที่สวยงาม จนกระทั่งมันกลายเป็น the Internet of Everything โดยในปี 2020 จำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตคาดว่าจะเกิน 40 พันล้าน
  6. อุปกรณ์ไฮเทคที่สวมใส่ได้จะพยายามเข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราในทุกๆวัน

The Apple watch จะสร้างปรากฏการณ์ตอกย้ำเทรนด์ของ “Wearable” ซึ่งมันครอบคลุมไปทั้ง อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมด  แต่ส่วนใหญ่มักจะมีจุดประสงค์เดียว , ซ้ำซ้อน เฉลียวฉลาด หรือ เป็นแบบเรียบง่ายแต่ไร้ประโยชน์ สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือ killer app หรือ Application  เฉพาะรุ่นที่มีเฉพาะบาง Device สามารถชูจุดขายได้เป็นอย่างดี

9) การทดลองเทคโนโลยีเสมือนจริง(Vertual reality) ด้วย Application เฉพาะทาง สำหรับลูกค้า และตลาดธุรกิจ

 

  1. มุ่งเป้าไปที่กลุ่มวัยรุ่นในยุคGeneration Z มักจะมองเรื่องของโทรศัพท์เป็นอันดับแรก

11.Youtube, Vine, etc., ถูกขนานนามว่าเป็น New Hollywood

Youtubers, Viners และระบบการเงินจะช่วยสนับสนุนในนึกถึงHollywood ในช่วงต้นยุค1900 ที่ทำให้เด็กๆส่วนใหญ่สามารถรู้ชื่อของดาราที่ตนชื่นชอบได้ และสามารถค้นหาภาพยนตร์เก่าๆ เพลงดังๆในอดีต เพื่อดึงดูดความสนใจในการหาวิธีการใหม่ในเรื่องของการโฆษณาและเนื้อหาต่างๆ

  1. การรักษาความปลอดภัยในโลกCyber เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยป้องกันเหตุต่างๆ #sonygate
  2. บางบริษัทยังคงเชื่อว่าในโลกอินเทอร์เน็ตไม่ควรเปิดเผยในเรื่องของผลกำไรต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆได้
  3. Music Streaming ยังคงมีอยู่เพื่อทำลายธุรกิจเพลงและงานศิลป์ต่างๆ
  4. Wall Street กลายเป็นผู้มีอิทธิพลอีกแบรนด์ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับลูกค้า
  5. โครงสร้างเงินทุนในฝูงชนเกิดการหยุดชะงักในทุกที่
  6. 163 สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินแบบดิจิตอลมีการไหลเวียนอยู่ใน Bitcoin ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แม้ว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจะลดลง
  7. การชำระเงินผ่านมือถือ ในช่วงปลายของปี2013 เพียง6%ของอเมริกาได้มีการชำระเงินในร้านค้าโดยการสแกนหรือแตะสมาร์ทโฟนที่จุดชำระเงิน ซึ่งต่อไปจะขึ้นเป็น8% ทางบริษัทAppleได้มีการแนะนำว่า Apple Pay จะช่วยผลักดันให้อัตราเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นได้ และเกือบ15%ของลูกค้าStarbucksจะมีการชำระเงินผ่านมือถือ และเกือบ60%ของผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนมักจะชำระเงินผ่านมือถือซะส่วนใหญ่
  8. The Sharing Economy จริงๆแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเช่าและการกู้ยืมเงิน ซึ่งทุกๆอย่างจะกลายมาเป็น On-Demand
  9. องค์กรใหม่ที่มีการจัดการแพลตฟอร์มเพื่อเปลี่ยนการแข่งขันทางโลจิสติก
  10. สงครามไซเบอร์: การต่อสู้ทางการเมืองจะแสดงออกมาในมิติที่ 5
  11. ความเป็นส่วนตัวของคุณจะหมดไป : มันจะได้รับการซื้อขายรับเพื่อได้รับรู้การรักษาความปลอดภัยและยังเป็นสิ่งที่ดีกว่าประสบการณ์ของลูกค้า
  12. การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big data) และ beacons (อุปกรณ์ Hardware ที่เชื่อมเข้ากับ Smart Phone มักใช้ Tracking ในสถานที่ต่างๆ)จะเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าทั้งในโลกออนไลน์ , ใน Application และ ประสบการณ์ในร้านค้า ดังนั้นลองเปิดประตูบายใหม่ๆให้ลูกค้ามาสัมผัสกับแบรนด์คุณในแบบที่ต่างมุมมอง โดยปัจจัยที่คุณควรให้ความสำคัญมีดังต่อไปนี้

– จำนวนคนเข้าร้าน , ยอดผู้เข้าเยี่ยมชมออนไลน์ , ยอดเข้าเยี่ยมชมผ่าน Application

– ปริมาณ และ ความถี่ของการเข้าเยี่ยม พฤติกรรม และกิจกรรมที่เกิดขึ้น

– ความเชื่อมโยงกับแบรนด์

– สินค้าที่โปรดปราน

-ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ (เช่น เพศ อายุ)

– ตำแหน่ง (Location)

– การนำโปรแกรมสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ไปปรับใช้

– คุณภาพของบริการ การจัดคิว และ ยกเลิก Applicaition, หรือ Order สินค้า

– การวางแผนและจัดสรรทรัพยากร

 

mkt2

ตัวอย่าง Baecons : Hardware ที่เชื่อมโยงกับ Smartphone เพื่อส่งส่วนลดต่างๆให้กับลูกค้า โดยเชื่อมโยงผ่าน Bluetooth

 

Beacons นำเสนอโอกาสให้แก่บรรดาธุรกิจเพื่อจะสะสมข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ยังไม่ได้ประโยชน์  เช่น beacon hits and พฤติกรรมผู้บริโภค, ช่วงเวลาในการเช็คอิน ช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดในแต่ละวัน หรือสัปดาห์ จำนวนคนผ่านเข้าออกในแต่ละสถานที่ในแต่ละวัน  เป็นต้น ร้านค้าสามารถพัฒนาสินค้า การจัดสรรพนักงานในแต่ละฝ่าย การบริการ เป็นต้น

  1. Webrooming จะกลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยกว่า Showrooming (69% – 46% ตามลำดับ)

– Millennials (กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อแถมยังเป็นกลุ่มคนที่ใช้งานดิจิทัลมากที่สุด มีช่วงอายุประมาณ 14-32 ปี) ชอบใช้ Webrooming ซะส่วนใหญ่

– Amazon ยังคงเป็นอันดับ1ในการใช้ showrooming and webrooming

– การเชื่อมต่อแบบ Online และ Offline ใช้ประโยชน์จากทั้ง showrooming and webrooming

  1. การทำการตลาดเฉพาะทางกับผู้บริโภคจำนวนมาก และ ชุดโปรแกรมทางการตลาดแบบครบสูตรจะสร้างสนามการแข่งขันของผู้จัดจำหน่าย และเปลี่ยนวิธีคิดของแบรนด์

 

 

ค้นให้เจอ !!! ปัจจัยไหนในการทำการตลาดผ่าน Social Media ที่ช่วยเพิ่มผลกำไรให้เราจริงๆ

การทำการตลาดบน Social mediaก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกับการตลาดในช่องทางอื่นๆ หลายๆคนที่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Network ชอบพูดว่ามันเป็นวิธีการที่ฟรี ! ขณะที่หลายส่วนของการทำการตลาดบน social media ไม่เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าแต่สิ่งที่เป็นต้นทุนคือ”เวลา”นั่นเอง และ ต้นทุนของเวลาก็คือ “เงิน” ดังนั้น มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเก่งในเรื่องการทำการตลาดบน Social Media หรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่างหาก.

เพื่อทดลองและตัดสินใจผลตอบแทนของการลงทุนในที่แท้จริงของธุรกิจ คุณต้องเข้าใจเป้าหมายของธุรกิจของคุณ  มันเป็นสิ่งสำคัญเมื่อคุณจะสร้างเป้าหมายในการทำการตลาด social ว่าคุณต้องการที่จะบรรลุอะไร อย่างเฉพาะเจาะจง โดยมองทั้งในภาพรวม และสามารถบรรลุเป้าหายในแต่ละแคมเปญบน Social media

มีปัจจัยที่หลากหลายในการวัดผลที่ Social Media

social

 

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป้าหมายของคุณสอดคล้องกับตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินผล

อย่าประมาทกับเป้าหมายของ มันเป็นสิ่งสำคัญกับการเชื่อมโยงระว่างเป้าหมายกับสิ่งที่คุณสามารถวัดได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการวัดผลอะไรก็ตามที่จะสร้างยอดขายจากแคมเปญนั้นๆ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าคุณต้องดูตัวเลขในส่วนไหน   ปัจจับที่คุณจะพิจารณา คือ ยอดขายมาจากไหน กิจกรรมใดที่ทำแล้วเกิดยอดขายและไม่เกิดยอดขาย สิ่งนี้เองทำให้เห็ยว่าปัจจัยใดสำคัญกับธุรกิจของคุณจริงๆ

ตรวจดูลำดับความสำคัญของทุกการทำการตลาดใหม่ผ่าน Social Media

นอกจากรู้ว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ยอดขาย แล้ว เราควรลำดับความสำคัญของแต่ละปัจจัยด้วย เช่น คุณต้องการที่จะเพิ่มผู้รับข่าวสารรายใหม่ (Newsletter Subscriber ) และวางแผนไว้ว่าจะทำ ปัจจัยแรกที่ควรตรวจสอบคือ จำนวนผู้ขอรับข่าวสาร ณ ปัจจุบัน การวัดจำนวนผู้ขอรับข่าวสารมีจำนวนเท่าใดในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์ และแต่ละเดือน เพื่อจะบรรลุแผน 90 วันได้ แล้วการโฆษณาทาง Facebook ของคุณสามารถเพิ่มตัวเลขเหล่านี้ได้ไหม  คุณจะสามารถเพิ่มยอดผู้ติดตามข่าวสารโดยที่ไม่โฆษณาได้เท่าไร

รู้ให้แน่ ทำไมกำไรถึงขึ้น หรือลง

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มันจะลดต้นทุนและทำให้กำไรคุณ “ดู” เพิ่มมากขึ้นเพราะกระแสเงินสดของคุณจะดูง่ายขึ้น และ ยอดเงินในบัญชีของคุณก็จะดูสูงขึ้น แต่ความจริงก็คือ กำไรไม่ได้เพิ่มขึ้นหรอก… แต่คุณลดต้นทุนต่างหาก ลองให้ความสนใจไปกับกิจกรรมที่คุณอาจไม่รู้ว่ามันเพิ่ม หรือ ลดต้นทุนรายเดือนให้ของกิจาร เมื่อทำแบบนี้แล้วคุณก็จะรู้ได้ว่า กำไรของคุณขึ้นหรือลง เพราะอะไรกันแน่ การเพิ่มกำไรจากการลดต้นทุนไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรอก มันเป็นเรื่องที่ดี แต่ในขณะที่คุณลดต้นทุน คุณไม่ควรลดกิจกรรมทางการตลาดบน Social  Media ตามนะ

ตรวจสอบตัวชี้วัดด้วยข้อสันนิษฐานขั้นต้น

ปัจจัยสำคัญที่คุณควรวัดผลอยู่เสมอคือ ค่า likes  shares  comments  click-through rates  และ conversions.เพราะมันคือค่าเป็นตัวชี้วัดของทีมการตลาด  หากมีตัวใดที่ดี ในขณะที่ปัจจัยอื่นไม่ดี  มันจะทำให้คุณเกิดความคิดที่จะวางแผนเลือกชนิดของโฆษณาของแคมเปญการตลาดใน social media

เข้าใจหลุมพรางของผลตอบแทนจากการลงทุน ปจจัยทั้งมหดที่มีผลในแต่ละแคมเปญการตลาดผ่าน Social media  ต้นทุนเท่าไหร่ เวลาและแรงที่ต้องทุ่มเทไป สิ่งเหล่านี้คุ้มค่าหรือไม่ การวัดผลอย่างสม่ำเสมอจะเป็นเครื่องมือนำทางคุณได้เป็นอย่างดี

 

ที่มาบทความ : https://website-designs.com/online-marketing/effectively-measuring-your-social-marketing-to-determine-real-business-roi/

แม่ค้าออนไลน์ฟังทางนี้!! วิธีเขียนอธิบายสินค้าอย่างไรให้ได้ใจคนซื้อ

การขายของออนไลน์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการดึงดูดลูกค้า สร้างความผูกพัน และขายของ   เจ้าของธุรกิจ eCommerce เข้าใจถึงความสำคัญกับรูปภาพของสินค้า ซึ่งยังมีหลายคนอาจหลงลืมสิ่งที่สำคัญไม่แพแ้กันคือคำบรรยายสินค้า หากไม่มีคำบรรยายที่บอกรายละเอียดหรือดึงดูด อย่าหวังว่าลูกค้าจะมาเข้าร้านของคุณ อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าการไม่มีคำบรรยาอะไรเลย!!!

หากคุณคิดจะเขียนคำบรรยายสินค้า ลองตอบคำถามต่อไปนี้:

 

ทำไมเขาต้องซื้อสินค้าบนร้านออนไลน์ของเรานะ??

การเขียนคำโปรย และบรรยาย สินค้าให้ที่ดี จะทำให้ร้านออนไลน์ของคุณ สุดเจ๋ง!! พยายามเขียนประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้จากสินค้าจริงๆ หลีกเลี่ยงคำโฆษณาที่ Over เช่น มันคือสิ่งที่เจ๋งที่สุด!…. อะไรทำนองนั้น เพราะไม่มีลูกค้าที่ไหนเขาเชื่อคุณหรอก พยายามทีี่จะเปิดใจให้กว้าง เปิดเผย และซื่อสัตย์กับลูกค้า (โฆษณาอย่างตรงไปตรงมา)

จุดเด่นหรือวามพิเศษของสินค้าคุณคืออะไร??

เขียนความพิเศษที่สำคัญจริงๆลงไป บางที่คุณอาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิากาเรือนเก่าของคุณพ่อที่ขีดเขียนช่วงเวลาดีๆของคุณ

จุดขายที่สำคัญหรือโดดเด่น คืออะไร

ถ้าคุณบอกไม่ได้ว่าสินค้านี้คุ้มค่าเงินกับที่ลูกค้าต้องจ่ายอย่างไร คุณต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ลูกค้าควรเข้าใจอย่างชัดเจนว่าทำไมสินค้านี้มันถึงขายได้นะ

ทำไมคุณถึงภูมิใจนำเสนอมัน??

ลองโพสสินค้าที่คุณ”ภูมิใจนำเสนอ” มันมากและบอกเขาไปด้วยนะว่าทำไม เช่น ผมไม่แน่ใจว่าจะลงน้ำหนักแปรงได้ดีเท่านี้ ผมคิดว่าผมต้องใช้เวลาฝึกระบายสีอย่างน้อย 6 เดือน จนผมลองใช้มันนั่นแหละ!!!

ประโยชน์หรือคุณค่าที่สำคัญ 3-5 ข้อสำหรับลูกค้าที่จะซื้อสินค้านี้คืออะไร?

อธิบายประโยชน์ของสินค้าจากมุมมองลูกค้า ไม่ใช่ตัวคุณ !!! (ต้องเขียนในสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง)

ข้อมูลที่จำเป็นที่ลูกค้าควรรู้คืออะไร?

“สินค้าเรามีขนาดๅ12′ x 16′ ขนาดพอๆกับผ้าเช็ดตัวชายหาดใช่ไหมคะ?” คุณควรบอกขนาด หรือสี หรือลักษณะอื่นๆที่อธิบายสินค้าได้ชัดเจน

มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับสินค้าที่จะทำให้ลูกค้าประหลาดใจรึเปล่า?

มันสิ่งที่ลูกค้ายังไม่รู้เกี่ยวกับสินค้า อาจเป็นที่มา หรือแรงบันดาลใจเบื้องหลังการของสินค้าชิ้นนี้  ลองบอกพวกเขาดูสิ

ทำไมสินค้านี่ถึงเหมาะกับ ______?

จงเติมคำในช่องว่าง มันอาจจะเป็นช่วงเวลาในวันหยุด เช่น วันแม่ วันพ่อ หรืออะไรก็ตาม ลองนำเสนอไอเดียให้กับลูกค้าก็เป็นวิธีการที่ดีในการเพื่มยอดขาย

ตอบคำถามง่ายๆโดยไม่ต้องคิดมาก  จากนั้นเรีนยเรียงคำตอบโดยใช้คำสำคัญ หรือ Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายมักใช้ค้นหาสินค้าที่พวกเขาสนใจในอินเทอร์เน็ต ห้ามใช้ keyword ที่ผิดเลือกใช้คำที่สามารถอธิบายสินค้าของคุณได้จริงๆ

จากนั้นเพิ่มประโยชน์ และคำอธิบายเกี่ยวกับความสูง น้ำหนัก สี และลักษณะอื่นๆ ที่สำคัญเพื่อเป็นข้อมูลแก่ลูกค้า นอกจากนี้คุณอาจใส่เรื่องราวที่ทำให้ลูกค้าประหลาดใจ อาจเป็นบริการเสริมต่างๆ เช่น จัดส่งฟรี ห่อของขวัญฟรี หรือการให้ลูกค้าแสดงความเป็นตัวตนร่วมกับสินค้าของคุณไม่ทางใดก้ทางหนึ่ง

อ้างอิงถึงสินค้าที่ลูกค้าเป้าหมายของคุณอาจจะอยากดู  ให้อยู่ในหน้าแรกของร้านค้า คุณสามารอ้างอิงสื่ออื่นๆที่คุณเคยถูกตีพิมพ์ หรือการใช้ Influencer หรือผู้มีชื่อเสียงมารับรองคุณภาพสินค้าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ มันเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ ถ้ามันเป็นความจริง(เพราะฉะนั้นอย่าโม้ !!)  หากคุณเคยถูกพูดถึงหรือถูกเขียนถึงลองบอกให้ลูกค้าคุณรู้ ั  มันเพิ่มความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้การใช้  testimonial  (ผู้เคยลองใช้ผลิตภัณฑ์) ยิ้่งตอกย้ำถึงคุณภาพของสินค้า ที่ทำด้วยรักและความใส่ใจ

 

 

ที่มาบทความ :https://website-designs.com : Writing Great Product Titles and Descriptions For Your eCommerce Store by FX Digital

ฮอทฮิต เกมออนไลน์ เทรนด์โฆษณาใหม่มาแล้ว

ในโลกเสมือนจริง สาวนักเต้นในเกมออนไลน์ ?ออดิชั่น? สามารถเลือกแดนซ์บน Stage ที่มีโลโก้ ?เอ็มเค สุกี้? ประทับอยู่ทั่วไป หากยังไม่จุใจยังมีเพลงโฆษณา ?เอ็มเค?ให้แดนซ์ได้อีก

…อีกด้านหนึ่งในโลกที่เป็นจริง พนักงานเสิร์ฟในร้านเอ็มเคสุกี้ เลือกเพลงในเกมออดิชั่น มาใช้ประกอบท่าเต้นให้ลูกค้าที่มากินสุกี้ได้เพลิดเพลินกับบริการเหนือความคาดหมายเหล่านี้มาแล้ว อ่านเพิ่มเติม