เกาะกระแส!!! รู้เทรนด์ก่อนใครกับ 25 แนวโน้ม ด้าน เทคโนโลยีในปี2015

เกาะกระแสรู้เทรนด์ก่อนใครกับ 25 แนวโน้ม ด้าน เทคโนโลยีในปี2015

ที่มาบทความ :  25 Technology Trends for 2015 – 2016

บทสรุปจากงาน CES 2015 (Customer Electronic Show)เกี่ยวกับเทรนด์ของเทคโนโลยในปีนี้ที่ทางผู้เขียน Brian Solis

ได้เขียนในบทความ  ได้สรุปได้ดังนี้

 

  1. ไว้อาลัยแด่ Social Media 1.0ที่ตายไปแล้ว

Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัล   การทำการตลาดแบบ Real-time และ content marketing เริ่มสร้างความพึงพอใจ และ พกพาสะดวกมากขึ้น Social Media กลายเป็นจุดเชื่อมโยงหลักสำหรับการส้รางประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า Social Media เชื่อมโยงระหว่างขั้นตอนของ” Zero Moment of Truth” ช่วงเวลาที่ลูกค้าหาข้อมูลชองสินค้าหรือบริการก่อนการตัดสินใจซื้อ และ “Ultimate Moment of Truth” ช่วงเวลาที่ลูกค้าถ่ายทอดประสบการณ์การใช้สินค้าผ่านช่องทาง Social  ดังนั้น Social Media 1.0 หรือการสร้าง Social Media ขึ้นมาเพื่อโฆษณาสินค้าเพียงอย่างเดียว ได้ตายไปแล้ว จงทำให้ Social Media ของคุณมีชีวิต

mkt1

  1. อนาคตในเรื่องของการค้นหาข้อมูลต่างๆและ Search Engine Marketing

มากกว่า88%ของลูกค้าได้รับอิทธิพลมาจาก ผู้ใช้งานคนอื่นๆ เช่นการแสดงความคิดเห็นออนไลน์  อีกทั้งลูกค้ายังมีพฤติกรรรมเริ่มต้นค้นหาจากที่ต่างๆ เช่น Youtube, Pinterest หรือในApplicationต่างๆโดยตรง

  1. Messaging apps จะกลายมาเป็น Social Media แบบใหม่
  2. ในเอเชียและคู่แข่งอื่นๆในต่างประเทศ จะมีการแข่งขันกันในเรื่องของส่วนแบ่งผลกำไรและจะมีการผลักดันในเรื่องของ Massaging ให้ก้าวไปข้างหน้า
  3. หน้าต่างการแจ้งเตือนจะเป็นลักษณะชั้นบางๆ เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงที่รวดเร็ว
  4. นวัตกรรมของจีนจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาทั้งภายนอกและภายใน
  5. The Internet of Things เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นความยุ่งเหยิงที่สวยงาม จนกระทั่งมันกลายเป็น the Internet of Everything โดยในปี 2020 จำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตคาดว่าจะเกิน 40 พันล้าน
  6. อุปกรณ์ไฮเทคที่สวมใส่ได้จะพยายามเข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราในทุกๆวัน

The Apple watch จะสร้างปรากฏการณ์ตอกย้ำเทรนด์ของ “Wearable” ซึ่งมันครอบคลุมไปทั้ง อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมด  แต่ส่วนใหญ่มักจะมีจุดประสงค์เดียว , ซ้ำซ้อน เฉลียวฉลาด หรือ เป็นแบบเรียบง่ายแต่ไร้ประโยชน์ สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือ killer app หรือ Application  เฉพาะรุ่นที่มีเฉพาะบาง Device สามารถชูจุดขายได้เป็นอย่างดี

9) การทดลองเทคโนโลยีเสมือนจริง(Vertual reality) ด้วย Application เฉพาะทาง สำหรับลูกค้า และตลาดธุรกิจ

 

  1. มุ่งเป้าไปที่กลุ่มวัยรุ่นในยุคGeneration Z มักจะมองเรื่องของโทรศัพท์เป็นอันดับแรก

11.Youtube, Vine, etc., ถูกขนานนามว่าเป็น New Hollywood

Youtubers, Viners และระบบการเงินจะช่วยสนับสนุนในนึกถึงHollywood ในช่วงต้นยุค1900 ที่ทำให้เด็กๆส่วนใหญ่สามารถรู้ชื่อของดาราที่ตนชื่นชอบได้ และสามารถค้นหาภาพยนตร์เก่าๆ เพลงดังๆในอดีต เพื่อดึงดูดความสนใจในการหาวิธีการใหม่ในเรื่องของการโฆษณาและเนื้อหาต่างๆ

  1. การรักษาความปลอดภัยในโลกCyber เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยป้องกันเหตุต่างๆ #sonygate
  2. บางบริษัทยังคงเชื่อว่าในโลกอินเทอร์เน็ตไม่ควรเปิดเผยในเรื่องของผลกำไรต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆได้
  3. Music Streaming ยังคงมีอยู่เพื่อทำลายธุรกิจเพลงและงานศิลป์ต่างๆ
  4. Wall Street กลายเป็นผู้มีอิทธิพลอีกแบรนด์ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับลูกค้า
  5. โครงสร้างเงินทุนในฝูงชนเกิดการหยุดชะงักในทุกที่
  6. 163 สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินแบบดิจิตอลมีการไหลเวียนอยู่ใน Bitcoin ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แม้ว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจะลดลง
  7. การชำระเงินผ่านมือถือ ในช่วงปลายของปี2013 เพียง6%ของอเมริกาได้มีการชำระเงินในร้านค้าโดยการสแกนหรือแตะสมาร์ทโฟนที่จุดชำระเงิน ซึ่งต่อไปจะขึ้นเป็น8% ทางบริษัทAppleได้มีการแนะนำว่า Apple Pay จะช่วยผลักดันให้อัตราเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นได้ และเกือบ15%ของลูกค้าStarbucksจะมีการชำระเงินผ่านมือถือ และเกือบ60%ของผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนมักจะชำระเงินผ่านมือถือซะส่วนใหญ่
  8. The Sharing Economy จริงๆแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเช่าและการกู้ยืมเงิน ซึ่งทุกๆอย่างจะกลายมาเป็น On-Demand
  9. องค์กรใหม่ที่มีการจัดการแพลตฟอร์มเพื่อเปลี่ยนการแข่งขันทางโลจิสติก
  10. สงครามไซเบอร์: การต่อสู้ทางการเมืองจะแสดงออกมาในมิติที่ 5
  11. ความเป็นส่วนตัวของคุณจะหมดไป : มันจะได้รับการซื้อขายรับเพื่อได้รับรู้การรักษาความปลอดภัยและยังเป็นสิ่งที่ดีกว่าประสบการณ์ของลูกค้า
  12. การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big data) และ beacons (อุปกรณ์ Hardware ที่เชื่อมเข้ากับ Smart Phone มักใช้ Tracking ในสถานที่ต่างๆ)จะเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าทั้งในโลกออนไลน์ , ใน Application และ ประสบการณ์ในร้านค้า ดังนั้นลองเปิดประตูบายใหม่ๆให้ลูกค้ามาสัมผัสกับแบรนด์คุณในแบบที่ต่างมุมมอง โดยปัจจัยที่คุณควรให้ความสำคัญมีดังต่อไปนี้

– จำนวนคนเข้าร้าน , ยอดผู้เข้าเยี่ยมชมออนไลน์ , ยอดเข้าเยี่ยมชมผ่าน Application

– ปริมาณ และ ความถี่ของการเข้าเยี่ยม พฤติกรรม และกิจกรรมที่เกิดขึ้น

– ความเชื่อมโยงกับแบรนด์

– สินค้าที่โปรดปราน

-ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ (เช่น เพศ อายุ)

– ตำแหน่ง (Location)

– การนำโปรแกรมสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ไปปรับใช้

– คุณภาพของบริการ การจัดคิว และ ยกเลิก Applicaition, หรือ Order สินค้า

– การวางแผนและจัดสรรทรัพยากร

 

mkt2

ตัวอย่าง Baecons : Hardware ที่เชื่อมโยงกับ Smartphone เพื่อส่งส่วนลดต่างๆให้กับลูกค้า โดยเชื่อมโยงผ่าน Bluetooth

 

Beacons นำเสนอโอกาสให้แก่บรรดาธุรกิจเพื่อจะสะสมข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ยังไม่ได้ประโยชน์  เช่น beacon hits and พฤติกรรมผู้บริโภค, ช่วงเวลาในการเช็คอิน ช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดในแต่ละวัน หรือสัปดาห์ จำนวนคนผ่านเข้าออกในแต่ละสถานที่ในแต่ละวัน  เป็นต้น ร้านค้าสามารถพัฒนาสินค้า การจัดสรรพนักงานในแต่ละฝ่าย การบริการ เป็นต้น

  1. Webrooming จะกลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยกว่า Showrooming (69% – 46% ตามลำดับ)

– Millennials (กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อแถมยังเป็นกลุ่มคนที่ใช้งานดิจิทัลมากที่สุด มีช่วงอายุประมาณ 14-32 ปี) ชอบใช้ Webrooming ซะส่วนใหญ่

– Amazon ยังคงเป็นอันดับ1ในการใช้ showrooming and webrooming

– การเชื่อมต่อแบบ Online และ Offline ใช้ประโยชน์จากทั้ง showrooming and webrooming

  1. การทำการตลาดเฉพาะทางกับผู้บริโภคจำนวนมาก และ ชุดโปรแกรมทางการตลาดแบบครบสูตรจะสร้างสนามการแข่งขันของผู้จัดจำหน่าย และเปลี่ยนวิธีคิดของแบรนด์

 

 

10 ข้อแนะนำ ทำ Email Marketing สำหรับมือถือ

ในยุคมนุษย์ก้มหน้า ไปไหนมาไหนเห็นแต่คนคุยกับกล่อง 4 เหลี่ยมโทรได้ ก็โทรศัพท์มือถือไงล่ะครับ การทำการตลาดแบบ  email marketing ก็ย่อมต้องปรับตัวกันเป็นธรรมดาเพื่อให้ทันกับคนยุคนี้

เว็บ Socialmouth.com ได้ให้คำแนะนำแบบ Infographic สำหรับการทำแคมเปญ email marketing บนมือถือไว้น่าสนใจ 10 ข้อครับ ผ่านไปเจอ เลยขอมาแชร์

10 Tips for email marketing campaign สำหรับมือถือ

 

  1. เข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย แต่กลุ่มนั้นมีความต้องการต่างกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่นำเสนอก็ควรเหมาะกับกลุ่มนั้นๆ อย่างที่ผมเคยเขียนถึงหลัก 3 ถูกไว้ ในเรื่อง หลัก 3 ถูกสำหรับ E-Mail Marketing 
  2. เคารพเวลาของลูกค้า
  3. ปรับ email ของท่านให้ดูเหมาะเจาะกับหน้าจอขนาดต่างๆไม่ว่าจะอ่านบนเดสก์ทอปหรือบนมือถือ
  4. หาได้ง่ายๆหน่อย
  5. ใช้ช่องทางอื่นในการสื่อสารแคมเปญคุณด้วย เช่น social media
  6. ใช้เครื่องมือการตลาดมือถือ(mobile marketing) อื่นๆด้วยเช่น mobile coupon, apps
  7. ปรับความยาวของเนื้อหาให้เหมาะกับมือถือ เพราะไม่ใช้เนื้อหาทั้งหมดที่อ่านบนเดสก์ท้อปจะอ่านบนมือถือได้สะดวก
  8. กระตุ้นให้ลูกค้ามี feedback
  9. เป็นผู้นำที่จะใข้เทคโนโลยีใหม่ๆก่อนใคร (early adopters)
  10. เสริมความแกร่งให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าด้วยข้อความหรือเนื้อหาเฉพาะสำหรับลูกค้าเป้าหมาย (personalization) เช่น เรียน คุณ…ชื่อ … แทน การเริ่มด้วย เรียนลูกค้าทุกท่าน ฯลฯ

 

มือถือ.! ช่องทางใหม่คนไทยใช้เน็ต-โซเชียล-ช๊อปปิ้ง

มองย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว (2010) เป็นปีที่มือถือมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งเพราะการเปิดตัวของ Android OS ของ Google ทำให้ราคามือถือที่ใช้ Android OS จะมีราคาที่ถูกและคุณภาพที่สูงในระดับที่สามารถใช้มือถือแทนคอมพิวเตอร์พกพาได้เลยทีเดียว และแน่นอนเมื่อโทรศัพท์มีความสามารถสูงขนาดเทียบเท่าคอมพิวเตอร์พกพาได้ พฤติกรรมของคนไทยก็จะเปลี่ยนไป โดยพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมาจากสถิติของ “รายงานดัชนีชี้วัดในกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยประจำปี” ได้รายงานว่า อัตราส่วนการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือมีอัตราส่วนมากกว่า 50% เลยทีเดียว นั้นหมายความว่าพฤติกรรมของคนไทยเริ่มชินกับการใช้อินเทอร์เนตผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ Social Network เติบโตตามไปด้วยเช่นกัน และสอดคล้องกับสถิติล่าสุดจากทาง Facebook ได้รายงานว่ามีคนใช้ Facebook ผ่านมือถือทะลุ 150 ล้านคนไปแล้ว อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคการใช้ QR Code กับธุรกิจ

ในทุกวันนี้เรามักจะได้เห็น รูปสี่เหลี่ยนหน้าตาประหลาดๆที่มีชื่อว่า QRcode อยู่เกลื่อนกลาดตามท้องถนนหรือตามหนังสือ จริงแล้ว QRcode ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่ณ หรือ อเมริกามามากกว่า 10 ปี โดยครั้งแรกนั้น คนคิดมี concept ให้คนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านมือถือได้โดยไม่ต้องมาพิมพ์ URL ให้เสียเวลา แต่ในเมืองไทยนั้น QRcode ก็เพิ่งได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้มากขึ้นในปีสองปีนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะ Blackberry โทรศัพท์ยอดฮิตของคนไทยสามารถ scan QRcode ได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม หลายๆคนมองว่า การนำ QRcode งานเป็นเรื่องง่ายเพราะแค่หาเว็บไซต์ที่ใช้สร้าง ใส่ url เว็บไซต์เราลงไป แล้วก็ เอา QRcode ที่ได้ไปแปะตามที่ต่างๆก็จบ แต่จริงๆแล้วการนำ Qrcode เข้ามาใช้ในด้านการตลาดมีเรื่องที่ต้องสนใจและให้ความสำคัญ อยู่หลายเรื่องเหมือนกัน อ่านเพิ่มเติม

จับกระแส Mobile Payment

Mobile Paymentหรือ การชำระเงินด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านระบบ Contactless เป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศ ญี่ปุ่น โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ NTT Docomo ภายใต้ชื่อบริการ Osaifu-Keitaiซึ่งเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีฟังก์ชั่น การทำงานเสมือน กระเป๋าเงิน, credit card, ID card และ อื่นๆอีกมากมาย โดยใช้ contactless IC card ที่ชื่อว่า Felica พัฒนาโดยบริษัท Sony ติดไปกับเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เลย

 

ที่ประเทศญีปุ่นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นคนกำหนดและควบคุม คุณสมบัติ ของเครื่องและให้ผู้ผลิตเครื่องผลิตตาม แต่ในไทยคงต้องดูกันว่า ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด จึงจะประสบความสำเร็จ ปัจจัยหลักๆที่ควรคำนึงถึง อาทิเช่น

  • Timing หรือระยะเวลาที่กว่าจะมาแพร่หลายจนทำให้เป็นอีกมาตรฐานหนึ่งของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นเมื่อใด ซึ่งมีผลตอจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จะรองรับมาตรฐาน NFC(Near Field Communication) นั้นมีมากน้อยเพียงใดในตลาดเมืองไทยด้วย (ซึ่งได้ทราบมาว่า GSMA ซึ่งเป็นสมาคมการค้าด้านอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับโลกสมาคมหนึ่ง ได้ออกมาขอให้ผู้ผลิตเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ใส่ NFC function ในเครื่องรุ่นใหม่ที่จะผลิตกลางปี 2009 ซึ่งผลจะเป็นเช่นไร จะมา update กันอีกครั้ง)
  • ราคาเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเฉลี่ย (ตอนนี้ถ้าเป็นเครื่อง Nokia 6212 ราคาเปิดตัว ประมาณ 9,770 บาท Q3 ปี 2008)
  • อุปกรณ์ Reader ณ จุดชำระเงินที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าวมีแพร่หลายมากน้อยเพียงใด

เนื่องด้วยระบบการจัดจำหน่าย และวางคุณสมบัติเครื่องโทรศัพท์ไม่ได้มาจากทางผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่างเช่นในญี่ปุ่น ความร่วมมือที่จะผลักดันให้เกิดบริการดังกล่าว คงต้องวางแผนและพิจารณาให้ดี

 

อย่างไรก็ตามกระแสการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยระบบ Contactless เป็นบริการที่น่าสนใจมาก นี่คงเป็นอีกเหตุผลนึงที่ทาง True เล็งเห็นการทำ Touch SIM ขึ้นมาก่อน โดยการผูกติดส่วนของ contactless chip

มือถือ+เติมเงิน=กระเป๋าเงินในมือถือ

ไม่เพียงแต่เงินสด บัตรเครดิต เอทีเอ็ม และเช็คที่เป็นสัญลักษณ์ของการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการให้กับคนทั่วไป แต่วันนี้…โทรศัพท์มือถือ คืออีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญสำหรับการเป็นกระเป๋าเงินได้ด้วย

หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดลำลองสีสันสดใส ยืนหน้าสุดของคิวต่อซื้อเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวในร้านทรูคาเฟ่ ไม่มีทีท่าจะควักเงินในกระเป๋าออกมาจ่ายค่ากาแฟร้อน ที่โชยกลิ่นหอมกรุ่นแตะจมูกคนต่อแถวถัดไปจนแทบจะทนรอต่อคิวไม่ไหวแต่อย่างใด

ภาพที่เห็นเธอหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายใบเก๋ที่อวดสีสันของมันแข่งกับเสื้อสีสดของเธอได้ไม่แพ้กัน

เธอกดๆ จิ้มๆ ลงบนแป้นโทรศัพท์สองสามนาที เมื่อพนักงานพยักหน้าตอบรับ เธอก็เดินออกจากร้านพร้อมกาแฟร้อนทิ้งคำถามคาใจให้คนที่ต่อคิวได้ขบคิดอยู่ในใจว่า "ฉันจะทำแบบเธอได้ไหม แค่กดๆ จิ้มๆ ก็เหมือนใช้โทรศัพท์มือถือจ่ายค่าน้ำ ค่านม แทนเงินสดได้ หากทำได้ ฉันจะทำได้อย่างไร"

ทรูคาเฟ่คงเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของร้านค้าที่รับจ่ายค่าสินค้าและบริการของทางร้าน ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่ถูกตั้งชื่อให้คุ้นหูว่า กระเป๋าเงินในโทรศัพท์มือถือ นอกเหนือจากร้านค้าอื่นๆ ในหลากหลายสถานที่ อาทิ ร้านขายเสื้อผ้าในจตุจักร และการรับจ่ายค่าบริการรายเดือนต่างๆ ของทรูเอง หลังจากเมื่อหลายเดือนก่อน ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวบริการกระเป๋าเงินในโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า "ทรูมันนี่" หรือ "True Money Service" ออกมา

บริการ True Money Service ที่ว่านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของการใช้จ่ายเงินผ่านระบบโทรศัพท์มือถือที่เรียก ว่า Mobile Payment ที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะให้สิทธิ์คนใช้โทรศัพท์ของตัวเองเป็นที่กักเก็บตัวเลขเงินเอาไว้ ไม่นับรวมการกักเก็บตัวเลขเงินเอาไว้ใช้เป็นค่าโทรศัพท์ออกเหมือนกับโทรศัพท ์มือถือระบบพรีเพดหรือระบบเติมเงิน โดยตัวเลขจำนวนเงินที่กักเอาไว้ใช้เป็นกระเป๋า เจ้าของสามารถใช้แทนเงินสดในการจ่ายค่าสินค้าและบริการตามร้านค้าที่ร่วมโครงการได้นั่นเอง

เริ่มแรกคนใช้โทรศัพท์มือถือของค่าย ทรู ทั้งหน้าเก่าและใหม่ ที่ต้องการใช้บริการกระเป๋าเงินแบบนี้ จำเป็นต้องลงทะเบียนขอใช้บริการที่ศูนย์บริการของทรูเสียก่อน เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะมองเห็นเมนู True Money หน้าตาแตกต่างกันออกไปตามรุ่นของโทรศัพท์มือถือ

ก่อนการใช้งานระบบจะบังคับให้ลงทะเบียนด้วยการพิมพ์เลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมรหัสผ่าน 4 ตัวก่อนทุกครั้ง

เมื่อเริ่มใช้งานได้ เมนูในโทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นทางลัดสำหรับจ่ายค่าบริการของทรูในเครือทั้ง หมด เช่น ชำระค่าบริการทรูมูฟ แบบรายเดือน, จ่ายค่าทรู ยูบีซี, ค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ชำระค่าน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวในร้านทรูคาเฟ่ ทรูไลฟ์ ไปจนถึงจ่ายค่าสินค้าจากร้านค้าในจตุจักรและอีกหลายสถานที่ที่ติดสัญลักษณ์รับจ่ายเงินด้วย True Money ไว้หน้าร้าน

ผู้ใช้สามารถเลือกเติมเงิน เข้ากระเป๋าเงินในโทรศัพท์มือถือได้ ทั้งการขูดบัตรเงินสดหรือ Cash Card ของทรูที่มีมูลค่าหลายระดับ ขูดเสร็จก็ใส่รหัสเข้าไปเหมือนกับการเติมเงิน ระบบก็แจ้งเตือนว่าคุณมีเงินคงค้างในกระเป๋าแล้วกี่บาท หรือจะเลือกผูกบัตรเครดิต และบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยาเข้ากับหมายเลขโทรศัพท์ ทั้งบัตรเครดิตและหมายเลขบัญชีจะทำหน้าที่โอนเงินในจำนวนที่ต้องการตั้งแต่ 50 บาทจนถึง 30,000 บาท เข้ากระเป๋าเงิน เพื่อใช้เป็นเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายค่าบ
ริการข้างต้นก็ได้

คุณสมบัติโดดเด่นของ True Money อยู่ที่การเอื้ออำนวยให้คนไม่ต้องพกพาเงินสด หรือใช้จำนวนเงินดังกล่าวแทนเงินสดเพื่อจับจ่ายในช่วงเวลาที่จำเป็น ที่สำคัญคือช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจากบ้านและที่ทำงาน เพื่อไปจ่ายบริการของเครือทรูที่มีมากมาย เพราะสามารถจ่ายหรือซื้อบริการผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ทันทีนั่นเอง

โดย น้ำค้าง ไชยพุฒ http://www.gotomanager.com