5 ขั้นตอนง่ายๆ ดึงดูดคนด้วย facebook advertising

       เคยไหมคะเวลาขายสินค้าออนไลน์บางวันก็มีคนเข้ามาดูเยอะบ้าง น้อยบ้าง แล้วทำยังไงถึงให้มีคนเข้ามาดูมากขึ้นตลอดโดยเสียเงินน้อยที่สุด?

      Marketingbyte ขอบอกเลยนะคะว่าลง โฆษณาใน Social Media อย่าง Facebook จะได้ผลลัพธ์มากที่สุดเมื่อเทียบกับใน Social media อื่นๆเพราะจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนนั้นมีมากถึง 1.5 พันล้านคน ซึ่งสามารถเลือกเป้าหมายได้ว่าจะขายกับใคร เพียงแค่คุณมีเงิน 30 กว่าบาทก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว  ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้าเลยค่ะมาดูขั้นตอนต่างๆกันเลย  >>>

1.กำหนดเป้าหมายทางการตลาด

     ในหน้าแรกของเฟสบุ๊คเข้าไปที่ สร้างโฆษณา>ใส่ชื่อแคมเปญ>เลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาด

หลังจากนั้นก็ใส่ชื่อแคมเปญ และเลือกวัตถุประสงค์การตลาด

  การเลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาดนี้เราเลือกจาก3 วัตถุประสงค์ทางการตลาด   ซึ่งมี 3 ระดับตามความต้องการในการสื่อสาร  การรับรู้ การพิจารณา และคอนเวอร์ชั่น

  •     การรับรู้         คือ ทำให้คนรู้จักสินค้าเรามากขึ้น
  •     การพิจารณา คือ หลังจากที่รู้จักแล้วนำสินค้าเรามาพิจารณา     และหาข้อมูลเพิ่มเติม
  •     คอนเวอร์ชั่น  คือ ทำให้สนใจและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ

 สามารถดูคำอธิบายของแต่ละวัตถุประสงค์เพิ่มเติมได้โดยเอาเมาส์ไปวางที่เครื่องหมาย i

    2.กำหนดกลุ่มลูกค้าที่เราจะสื่อสารด้วย

      

    ยิ่งเรากำหนดได้เฉพาะกลุ่มมากเท่าไหร่ยิ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจริงได้มากเท่านั้น

ซึ่งจำนวนลูกค้าที่ เข้าถึงได้ควรมีประมาณ 50,000-100,000 คน  ต่อไปนี้คือหัวข้อในการทำให้กลุ่มลูกค้าเราแคบลงนะคะ

 

 

ความสนใจ: เวลาเลือกความสนใจของกลุ่มลูกค้าควรหลีกเลี่ยง ความสนใจทั่วไปที่ทุกคนสนใจเหมือนกัน แต่ควรเลือกสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนของกลุ่มลูกค้าเช่น ชอบสินค้าแบรนด์  เพลง  หนังสือรวมถึงเฟสบุ๊คเพจ

ที่อยู่ : เลือกที่อยู่ของกลุ่มลูกค้าให้จำกัดลงโดยระบุ ประเทศ , เขต, แขวง, หรือรหัสไปรษณีย์

ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ ภาษาหรือใส่พฤติกรรมเฉพาะของกลุ่มลูกค้าได้

3.ระบุงบประมาณและตารางเวลา

    ในงบประมาณเราต้องดูว่าเราจะจ่ายเท่าไหร่ในระยะเวลาอย่างไร   มีให้เลือกรายวัน กับตลอดชีพ ถ้าระยะเวลารายวันจะต้องลงเงินในปริมาณเฉลี่ยต่อวันในจำนวนเงินเท่ากันที่คุณคิดว่าจะจ่าย

    แต่ถ้าระยะเวลาตลอดไปคือการระบุจำนวนเงินทั้งหมดที่จะต้องจ่ายหลังจากนั้นก็ระบุวันที่เริ่มต้น และสิ้นสุดของการทำโฆษณาด้วยค่ะ

4.ออกแบบโฆษณาของคุณ

เลือกสื่อที่จะใช้สื่อสารกับลูกค้า เช่น รูปภาพเดี่ยว สไลด์รูปภาพ  หรือวีดีโอถ้าในส่วนรูปภาพ ควรมีขนาด1200 🇽 628 พิกเซล

 

และเราสามารถเลือกรูปภาพเองจากไฟล์ของเราหรือทางเฟสบุ๊คกำหนดให้ก็ได้  ต่อไปนี้จะเป็นส่วนประกอบต่างๆของโฆษณานะคะ

  1. รูปภาพที่เราโพส  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการที่คนจะหยุดเลื่อนและเปลี่ยนมาคลิ้กแอดของเรา
  2. หัวข้อเรื่อง ควรเป็นข้อความที่จับความสนใจของผูุ้คนได้และบอกได้ว่านี่คือโฆษณาเกี่ยวกับอะไร  ซึ่งไม่ควรเกิน 25 ตัวอักษร
  3. ข้อความ  ควรบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโฆษณาว่าคุณจะสื่ออะไรซึ่งไม่ควรเกิน 90 ตัวอักษร
  4. ปุ่ม call to action  คือปุ่มที่เมื่่อคลิกแล้วจะนำพาไปสู่อีกเว็บไซต์นึงซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นaction ไหนเช่น “Buy now” “subscribe” “contact us”
  5. คำอธิบายลิงก์ ไว้สำหรับบอกที่อยู่ของลิงก์ และคำอธิบายของเนื้อหาในลิงก์นั้น

      โดยที่จะมีหน้าสำหรับการใส่ที่อยู่URL ,ชื่อที่เราแสดง URL และหัวข้อเรื่อง รวมถึง รายละเอียดการจ่ายเงินให้เขียนให้ครบถ้วน

    นอกจากนี้เราสามารถดูมุมมองการใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆได้เช่น ในจอเดสก์ท้อป จอสมาร์ทโฟน รวมถึง ในหน้าแรกของโปรแกรม Instagram

5.ทำความเข้าใจกับรายงานผลโฆษณาในเฟสบุ๊ค

       เลือกเฉพาะผลที่เราสามารถวัดได้ เช่นจำนวนลูกค้าเข้ามาเท่าไหร่ จำนวนการคลิ้ก รวมถึงรายละเอียดของลูกค้าเราว่าเค้ามีเพศอะไร อายุเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์ใดในการเข้าดู


จบไปแล้วนะคะกับ ขั้นตอนการใช้ Facebook Advertising ไม่ยากเลยใช่ไหมคะลองไปทำกันดูแล้วมาบอก Marketingbyte ได้นะคะ

cr.Headway capital infographic

 

 

ค้นให้เจอ !!! ปัจจัยไหนในการทำการตลาดผ่าน Social Media ที่ช่วยเพิ่มผลกำไรให้เราจริงๆ

การทำการตลาดบน Social mediaก็มีค่าใช้จ่ายเหมือนกับการตลาดในช่องทางอื่นๆ หลายๆคนที่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Network ชอบพูดว่ามันเป็นวิธีการที่ฟรี ! ขณะที่หลายส่วนของการทำการตลาดบน social media ไม่เก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าแต่สิ่งที่เป็นต้นทุนคือ”เวลา”นั่นเอง และ ต้นทุนของเวลาก็คือ “เงิน” ดังนั้น มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเก่งในเรื่องการทำการตลาดบน Social Media หรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่างหาก.

เพื่อทดลองและตัดสินใจผลตอบแทนของการลงทุนในที่แท้จริงของธุรกิจ คุณต้องเข้าใจเป้าหมายของธุรกิจของคุณ  มันเป็นสิ่งสำคัญเมื่อคุณจะสร้างเป้าหมายในการทำการตลาด social ว่าคุณต้องการที่จะบรรลุอะไร อย่างเฉพาะเจาะจง โดยมองทั้งในภาพรวม และสามารถบรรลุเป้าหายในแต่ละแคมเปญบน Social media

มีปัจจัยที่หลากหลายในการวัดผลที่ Social Media

social

 

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป้าหมายของคุณสอดคล้องกับตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินผล

อย่าประมาทกับเป้าหมายของ มันเป็นสิ่งสำคัญกับการเชื่อมโยงระว่างเป้าหมายกับสิ่งที่คุณสามารถวัดได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการวัดผลอะไรก็ตามที่จะสร้างยอดขายจากแคมเปญนั้นๆ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าคุณต้องดูตัวเลขในส่วนไหน   ปัจจับที่คุณจะพิจารณา คือ ยอดขายมาจากไหน กิจกรรมใดที่ทำแล้วเกิดยอดขายและไม่เกิดยอดขาย สิ่งนี้เองทำให้เห็ยว่าปัจจัยใดสำคัญกับธุรกิจของคุณจริงๆ

ตรวจดูลำดับความสำคัญของทุกการทำการตลาดใหม่ผ่าน Social Media

นอกจากรู้ว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ยอดขาย แล้ว เราควรลำดับความสำคัญของแต่ละปัจจัยด้วย เช่น คุณต้องการที่จะเพิ่มผู้รับข่าวสารรายใหม่ (Newsletter Subscriber ) และวางแผนไว้ว่าจะทำ ปัจจัยแรกที่ควรตรวจสอบคือ จำนวนผู้ขอรับข่าวสาร ณ ปัจจุบัน การวัดจำนวนผู้ขอรับข่าวสารมีจำนวนเท่าใดในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์ และแต่ละเดือน เพื่อจะบรรลุแผน 90 วันได้ แล้วการโฆษณาทาง Facebook ของคุณสามารถเพิ่มตัวเลขเหล่านี้ได้ไหม  คุณจะสามารถเพิ่มยอดผู้ติดตามข่าวสารโดยที่ไม่โฆษณาได้เท่าไร

รู้ให้แน่ ทำไมกำไรถึงขึ้น หรือลง

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มันจะลดต้นทุนและทำให้กำไรคุณ “ดู” เพิ่มมากขึ้นเพราะกระแสเงินสดของคุณจะดูง่ายขึ้น และ ยอดเงินในบัญชีของคุณก็จะดูสูงขึ้น แต่ความจริงก็คือ กำไรไม่ได้เพิ่มขึ้นหรอก… แต่คุณลดต้นทุนต่างหาก ลองให้ความสนใจไปกับกิจกรรมที่คุณอาจไม่รู้ว่ามันเพิ่ม หรือ ลดต้นทุนรายเดือนให้ของกิจาร เมื่อทำแบบนี้แล้วคุณก็จะรู้ได้ว่า กำไรของคุณขึ้นหรือลง เพราะอะไรกันแน่ การเพิ่มกำไรจากการลดต้นทุนไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรอก มันเป็นเรื่องที่ดี แต่ในขณะที่คุณลดต้นทุน คุณไม่ควรลดกิจกรรมทางการตลาดบน Social  Media ตามนะ

ตรวจสอบตัวชี้วัดด้วยข้อสันนิษฐานขั้นต้น

ปัจจัยสำคัญที่คุณควรวัดผลอยู่เสมอคือ ค่า likes  shares  comments  click-through rates  และ conversions.เพราะมันคือค่าเป็นตัวชี้วัดของทีมการตลาด  หากมีตัวใดที่ดี ในขณะที่ปัจจัยอื่นไม่ดี  มันจะทำให้คุณเกิดความคิดที่จะวางแผนเลือกชนิดของโฆษณาของแคมเปญการตลาดใน social media

เข้าใจหลุมพรางของผลตอบแทนจากการลงทุน ปจจัยทั้งมหดที่มีผลในแต่ละแคมเปญการตลาดผ่าน Social media  ต้นทุนเท่าไหร่ เวลาและแรงที่ต้องทุ่มเทไป สิ่งเหล่านี้คุ้มค่าหรือไม่ การวัดผลอย่างสม่ำเสมอจะเป็นเครื่องมือนำทางคุณได้เป็นอย่างดี

 

ที่มาบทความ : https://website-designs.com/online-marketing/effectively-measuring-your-social-marketing-to-determine-real-business-roi/

ประวัติของ F-Commerce [Infographic]

ตอนนี้ F-Commerce (Facebook Commerce) ถือว่ามาแรงมาก หลายๆ ธุรกิจเริ่มนำ Facebook เข้ามาเชื่อมโยงและเพิ่มเป็นช่องทางการทำธุรกิจมากขึ้น แต่ที่มาที่ไปของ F-Commerce เป็นอย่างไร เรามาดู infographic by Sonia Malpeso กันดีกว่าครับ อ่านเพิ่มเติม

ใช้รูปโฆษณาใน Facebook อย่างไรให้คนคลิกเยอะๆ

รูปที่ใช้โฆษณามีผลต่อการคลิกถึง 70 เปอร์เซน เพราะฉะนั้น รูปที่คุณใช้ในการโฆษณาต้องโดดเด่นจริงๆ

เทคนิคเหล่านี้สามารถลดค่าใช้จ่ายของคุณบนโฆษณา Facebook ได้ โดยจะทำให้คนคลิกมากขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการโฆษณาของคุณลงด้วย

1. ใช้รูปภาพที่ดึงดูด เช่น รูปผู้ชายหรือผู้หญิง

ถ้า target คือผู้ชาย ให้ใช้รูปผู้หญิงที่มีเสน่ห์ หรือถ้า target เป็นผู้หญิง อาจจะใช้รูปผู้ชายที่มีความสามารถ เป็นต้น

2. ใช้รูปจริงๆ แทนรูป stock

คนชอบรูปจริงๆมากกว่า เพราะรูป stock มันดู fake ซึ่งก็เหมือนกับการที่เราชอบเห็นรูป profile ของเพื่อนเป็นหน้าเพื่อนจริงๆมากกว่ารูปอื่นๆที่ไม่ใช่หน้าเพื่อน

3. ใช้สีที่ตัดกับโทนสีน้ำเงินของ Facebook

เป้าหมายของการโฆษณาคือการดึงดูดความสนใจให้ได้ ถ้าอยากจะทำให้โฆษณาโดดเด่น ก็ควรใช้สีที่ตัดกับสีโทนน้ำเงินของ Facebook ซึ่งจะทำให้คนสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ใช้รูปคนยืนอยู่บนสนามหญ้าสีเขียว ซึ่งจะทำให้โฆษณาดูโดดเด่น คนก็จะคลิกมากขึ้น

4. ใช้กรอบสีแดง

การใช้กรอบเป็นเส้นบางๆสีแดงบนโฆษณา จะตัดกับสีน้ำเงินของ Facebook ทำให้คนเห็นโฆษณาของคุณได้ง่าย

นี่ก็เป็นเทคนิคง่ายๆในการใช้รูปโฆษณาบน Facebook นะครับ ลองมาดูรูปข้างล่างกันว่าโฆษณาไหนที่ทำให้คุณสนใจได้บ้าง

อ่านเพิ่มเติม

Infographic ของ F-Commerce (Facebook Commerce)

Creative Feed ซึ่งเป็น Digital Agency ได้สร้าง Infographic ของ F-Commerce (Facebook Commerce) ขึ้นมาเพื่อให้เห็นถึงว่า Facebook ได้กลายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ซื้อสินค้า รวมถึงการ “บอกต่อเพื่อน” เกี่ยวกับสินค้าหรือแบรนด์ที่ตนชื่นชอบ ถือว่าเป็น Infographic  ของ F-Commerce แบบกระฉับๆ

อยากให้คนไทย ลองมาทำ Infograhic กันมากขึ้นครับ จากข้อมูลที่เรามีอยู่ของคนไทยในปัจจุบันครับ

ที่มา : http://socialcommercetoday.com/ อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคเพิ่ม Likes ใน Facebook จากแบรนด์ต่างๆ

หลังจากที่ส่วนของ MarketingByte Facebook Pages Ranking เปิดได้ไม่นาน ก็มีธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ เข้ามานำ Facebook Pages ของตัวเองเข้ามาอยู่ในส่วนนี้ โดยในระบบมีส่วนที่แสดงให้เห็นถึง Growth หรือการเติบโตของจำนวน Likes ที่มีคนกดใน Facebook Pages ของแต่ละแบรนด์หรือธุรกิจ มาดูกันว่าแต่และแห่งเค้าใช้เทคนิคอะไรในการเพิ่ม Likes ให้กับ Facebook Pages ของเค้ากันครับ  หรือใครสนใจ แคมเปญการใช้ twitter ก็มีให้ดูได้เช่นกันที่นี่ อ่านเพิ่มเติม

10 ข้อดีของ Facebook Fan Page ต่อธุรกิจ

Facebook นั้นเป็น Social Network ให้คนมาปฎิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่สังคมของการช้อปปิ้ง แล้วทำไมบริษัทของคุณจะต้องเสียเวลาและทรัพยากรบุคคลมาคอยดูแล Fan Page นี้ด้วยล่ะ (Fan Page คือ หน้าโปรไฟล์ของบริษัท) ถึงแม้ว่าสมาชิกที่มาเป็นแฟนบริษัทหรือธุรกิจของคุณจะไม่ได้มีความสนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาได้รับก็คือความรู้สึกเชื่อมโยงกับบริษัทในทางใดทางหนึ่ง อย่างน้อยก็เพราะพวกเขายอมรับว่าเป็น ‘แฟน’ ของคุณแล้วยังไงล่ะ อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคการใช้และปรับแต่งหน้า Facebook Page แบบใหม่ให้แจ่มแจ๋ว

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับหน้า Fan Page ของ Facebook ซึ่งเพื่อนๆก็คงจะได้เห็นกันแล้วว่ามีฟีเจอร์หลายๆอย่างเพิ่มเข้ามา วันนี้เราจะมาดูกันนะครับว่าเราจะใช้และปรับแต่งหน้า Fan Page แบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติม