เทคนิคและเครื่องมือทำงานที่บ้านช่วง ไวรัสระบาด

ช่วงนี้ไวรัส COVID 19 กำลังระบาด การอยู่รวมกัน อยู่ใกล้กันอาจจะทำให้เกิดโอกาสการติดได้ หลายบริษัทก็เริ่มมีมาตรการทำงานที่บ้าน (Work from Home) แต่การทำงานที่บ้านได้ เราจะมีเครื่องมืออะไรบ้าง ที่จะมาช่วยทำให้เราสามารถทำงานด้วยกันได้

อุปกรณ์และเครื่องมือ (Device)

  • คอมพิวเตอร์, Notebook, Tablet หรือ มือถือ คืออุปกรณ์สำคัญในการที่จะทำให้คนสามารถทำงานเชื่อมต่อด้วยกันได้ หากทีมไหนในบริษัททำงานด้วย Notebook ก็คงจะง่ายหน่อย เพราะสามารถยกกลับไปทำงานที่บ้านได้ แต่ถ้าบางทีมทำงานด้วย Desktop หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คุณอาจจะต้องเตรียมตัวได้หลายวิธี
    • เตรียม Notebook บริษัทไว้ให้ทีมเหล่านั้นใช้ (ถ้ามีคนเยอะอาจจะไม่พอ)
    • ให้ทีมงานใช้คอมพิวเตอร์ของตัวเองที่บ้าน (Own Device) ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่า คอมของทีมงาน มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการทำงานหรือไม่? ถ้าแรมน้อยไป บริษัทซื้อเพิ่มให้ก็ได้นะ เพราะเดียวนี้ แรมราคาไม่แพงเท่าไร
อ่านเพิ่มเติม

กลยุทธ์สับหลีกการฝากร้านขายของใน Social Media

ตอนนี้ดาราหลายๆ คนคงเอือมระอากับการชอบลงฝากร้าน หรือแอบเขียน Comment ตาม Social Media ของดาราดังๆ ทำให้ข้อความที่พูดคุยกัน Social Media ของดาราเปรอะไปด้วยข้อความโฆษณา ทำให้ดาราหลายๆ คนเริ่มมีมาตรการณ์ในการป้องกัน เรื่องนี้ ลองมาดูกันครับ

ลงมาดดูบอย ปกรณ์ ให้ลงโฆษณาได้สลับภาพต่อภาพ

image

 

ส่วนทาง “โฟกัส จีระกุล”ถึงขนาดเปิด IG ใหม่ เพื่อหนีบรรดาแม่ค้าที่มาฝากร้านเลยทีเดียว จากบทสัมภาษณ์ของ ไทยรัฐออนไลน์

“ที่โฟกัสต้องเปิดอินสตาแกรมใหม่เพื่อให้ฝากร้านนั้น มันเกิดจากว่า มีคนมาฝากร้านเยอะมากค่ะ เราโอเค กัสเองก็มีรับงานมาลงในไอจีบ้าง แต่เหมือนกับว่าตอนนี้ฝากร้านเยอะเกินไปจริงๆค่ะ บางคนเน้นฝากร้านแต่ไม่ได้คิดจะเมนต์จริงจังอะไร เราก็เสียความรู้สึกนะ มันเหมือนพื้นที่ส่วนตัวเรา เค้าน่าจะให้เกียรติเรานิดนึง” เราก็ได้แก้ปัญหาโดยการเปิดไอจีใหม่เพื่อที่จะให้คนฝากร้านโดยเฉพาะ? “ใช่ค่ะ แต่นานๆครั้งกัสจะเข้าไปดูนะ เพราะว่าไอจีส่วนตัวกัสก็มีไง นานๆครั้งก็เข้าไปดูบ้าง และอัพรูปให้บ้าง” แล้วผลเป็นยังไง คนตามไปฝากร้านที่ไอจีโน้นมากกว่าหรือที่ไอจีส่วนตัวเรามากกว่า? “ก็เหมือนเดิม(หัวเราะ) ไม่ได้ช่วยแก้อะไรเลย สงสัยต้องปิดไอจีนั้นแล้วมั้ง บางคนก็เหมือนไม่ค่อยฟังด้วยมั้งคะ ไม่รู้เหมือนกันนะ” เรารู้สึกยังไง เพราะเหมือนบางคนก็เข้ามาคอมเม้นท์เหมือนไม่ค่อยจริงใจ? “ก็รู้สึกไม่ค่อยดีเนอะ อย่างแรกมันก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา เราก็อยากเห็นความคิดเห็นที่พูดถึงตัวเรา ไม่ใช่แบบว่าจงใจจะมาฝาก ที่จริงตอนแรกมาฝากก็ไม่อยากจะว่า แต่บางคอมเม้นท์นี้สิบกว่าบรรทัดเลย คืออะไร ไม่เข้าใจ” อยากฝากอะไรถึงคนที่ยังมาฝากร้านกับเราอยู่? “คือหลายคนโดนเยอะมาก หนูว่าที่จริงคนที่เป็นดาราอย่างเราเอง เราจะทำอะไรไม่ได้มาก มันต้องอยู่ที่ตัวของคนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้ามากกว่า พื้นที่ส่วนตัวก็เกรงใจกันนิดนึง กัสว่ามีวิธีอื่นที่ทำให้ร้านเค้าขายได้ดีค่ะ มันมีหลายวิธีค่ะ โดยที่ไม่ต้องไปรบกวนพื้นที่ส่วนตัวของใคร แต่ตอนนี้อยากฝากก็ฝากเถอะค่ะ แต่ขอสั้นๆหน่อยได้มั้ย เพราะบางครั้งมันยาวเกินไป ก็มีหงุดหงิดอยากจะบล๊อกเหมือนกันนะ แต่ก็เกรงใจค่ะ”

หรือโก๊ะตี๋ที่ตัวเองทำธุรกิจข้าวมันไก่ก็ถึงอัดคลิปชี้แจงถึงการฝากร้านของบรรดาแม่ค้า พ่อค้าใน IG เลยทีเดียว

“เรื่องฝากร้านที่หนูชี้แจงในไอจีนั้นไม่ได้โกรธ ไม่ได้บ่นนะครับ แต่คือการชี้แจง คือเราทำคลิปลงไป ไม่ต้องเป็นดาราหรอกนะ แบบคนปกติพอเริ่มจะมีชื่อเสียงก็จะเริ่มมีคนเข้ามาฝากร้าน บางคนก็รำคาญ เค้าก็จะโพสต์บ้างไรบ้าง แต่นี้ทำเป็นคลิปกับพี่สรยุทธ แล้วก็มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ว่า คุณไม่อยากสนับสนุนคนที่ทำอาชีพสุจริตเหรอ คุณออกงานทีก็ได้เป็นหมื่นเป็นแสน และเค้าก็พูดประมาณว่าทำไมคุณไม่เห็นใจ มันเป็นพื้นที่สาธารณะ ถ้าคุณไม่อยากให้ใครเข้ามาดูก็ตั้งไพรเวทสิ เราก็เลยได้ชี้แจงไป ว่าเราไม่ได้ว่าอะไรเลยคนทำอาชีพสุจริต เรายินดีด้วยแต่ควรจะรู้กาลเทศะนะ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็แท็กร้านตัวเอง อย่างพี่อั้ม-พัชราภา เค้าลงรูปน้องหมาเสียชีวิต ก็มีคนมาคอมเม้นท์ว่า เสียใจด้วยนะคะ แล้วติดแท็กร้านเค้าตามหลังไป ตามจริงนะไม่ต้องติดแท็กหรอก เพราะชื่ออินสตาแกรมเค้าบอกอยู่แล้ว มีคนอยู่คนนึงเค้าฝากร้านขายรองเท้า แต่เค้าไม่เคยคอมเม้นท์เลย หนูก็ลบและรีพอทสแปมตลอด” เมื่อก่อนบางคนก็ฝากได้ แต่ตอนนี้มันเยอะมาก? “มันเยอะมากจริงๆ คือจริงๆแล้วพื้นที่นี้เราเข้าใจนะ ว่าทำมาหากินสุจริต เราอยากช่วย แต่ก็ควรให้เกียรติกัน เพราะฉะนั้นเวลาขายของขายอย่างมีกาลเทศะ ขายอย่างมืออาชีพ คนเราน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ไม่มีเค้าเราก็อยู่ไม่ได้ เค้าไม่มีเรา เค้าก็อาจขายของไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเวลาคุณมาแท็กหรือมาโพสต์ข้อความอะไร มันเห็นอยู่แล้ว หนูเคยเจอบางคนมา 32 บรรทัดเลยนะ โอ้โห นี่เราจะอ่านคนที่เค้ามาคอมเม้นท์เรานะ ไม่ได้อ่านเลย มีของเค้าคนเดียวเลยทั้งหน้า ก็เลยอัญเชิญ” แต่บางคนก็มองว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะ? “มองอย่างนี้ก็ถูก แต่เค้ามองอย่างนี้รึเปล่า สิ่งที่คุณทำมันเห็นแก่ตัวนะ บุคคลสาธาณะคือบุคคลที่หลายๆคนต้องการติดตามว่าเค้าทำอะไรที่ไหน อย่างไร แต่สิ่งที่คุณทำ คุณไม่ได้ทำเพื่อสาธารณะนะ คุณเอาเงินที่ขายของให้คนอื่นมั้ย คุณก็ทำเพื่อส่วนตัว เพราะฉะนั้นเหรียญมีสองด้าน อย่ามองของเราด้านเดียว ไม่งั้นจะมีเหรอบางรูปที่เราบอกว่า “เชิญฝากร้านได้เต็มที่ ตามสบายเลยครับ” ก็ยืนยันคำเดิมว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม” หลังจากที่เราชี้แจงไป ยังมีคนมาฝากร้านอยู่อีกไหม? “มี แต่ว่าเค้าก็ปรับปรุงขึ้นนะ บางคนอาจจะมาคอมเม้นท์ก่อนแล้วค่อยฝากร้าน เรายินดีเลย”

และเซเลปตัวแม่อย่าง “พลอย-เฌอมาลย์” ก็บอกถึงจุดประสงค์ที่เปิด IG ว่าเพื่อเป็นช่องทางพูดคุยกับแฟนคลับ แต่คนกลับมาฝากร้านเยอะมาก อยากให้ทุกคนเข้าใจ

“ที่ทำไป เพราะต้องการสร้างพื้นที่ไว้ให้เพื่อน หรือแฟนคลับที่ต้องการพูดคุยกับตน เพราะทุกวันนี้ยอมรับว่า คนเข้ามาฝากร้านค่อนข้างเยอะมาก บางครั้งพลอยอยากตอบแฟนคลับแต่ก็ไม่เห็น เป็นเพราะพ่อค้าแม่ค้าที่คอยเข้ามาฝากร้าน จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ”.

 

 

ขอบคุณรูปภาพและบทสัมภาษณ์จาก ไทยรัฐออนไลน์ครับ

แต่ก็ไม่ได้มีแค่กระแสแอนตี้เพียงอย่างเดียว  เพราะดาราที่ทำธุรกิจก็เข้าใจคนเป็นพ่อค้า แม่ค้า  พื้นที่IG ของเหล่าดารา เซเลป เปรียบเสมือน “ทำเลทอง” ในการขายของ ที่วันๆหนึ่งสามารถเข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมาก   แต่พ่อค้าแม่ค้า ควรดูถึงกาลเทศะในการโพสด้วย เพราะบางภาพ เนื้อหาไม่เหมาะแก่การฝากร้าน เช่นภาพที่เศร้า เสียใจ การฝากร้านเปรียบเสมือนการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเหล่าดารา

มาดูกันในมุมมองของเหล่าบรรดาแฟนคลับ และผู้ติดตามอย่างเราๆกันบ้าง ว่ามีความเห็นกันอย่างไร เกี่ยวกับการฝากร้านบน IG

“เราว่าเค้าต้องมีรำคาญบ้างอ่ะ ขนาดเราแค่ติดตาม อ่านเจอยังรำคาญเลย

ไม่ใช่ว่าดาราไม่อ่านคอมเม้นท์นะ ว่างๆ เค้าก็คงอ่านบ้างแหละ ที่เราคิดว่าเค้าอ่านเพราะ เราเคยไปเม้นท์ว่า อยากเห็นรูปดาราคนนั้นกับสามีเค้าบ่อยๆ น่ารักดี ไม่นานเค้าก็โพสรูปเค้ากับสามีแล้วบอกว่า เห็นมีคนบอกว่าอยากเห็นกันเยอะ เลยโพสซะเลย อิอิ ดีใจมาก

อีกอย่างคิดดูว่า เวลาที่เค้าอัพรูปแล้วมีคนกดไลค์เยอะๆ แต่พอเข้าไปดู มีร้านเกือบทั้งหมด เค้าคงคิด แบบ สรุปชอบจริงๆหรือแค่อยากให้ชื่อร้านมันขึ้น

บางทีเค้าโฟสรูปที่เค้าไปเที่ยวมีความสุข แต่คอมเม้นท์มีแต่ขายของ เราว่ามันเสียความรู้สึกนะ แต่เราก็เห็นใจว่า คนขายของก็ไม่รู้จะโฆษณายังไง ก็คงอยากทำมาหากิน แต่ถ้าถามว่าดาราหรือแฟนคลับรำคาญไหม เราเชื่อว่ามี”

ขอบคุณความเห็นของOrange Tabby Cat   จากกระทู้พันทิป “IG ดารา อยากรู้จัง ว่าดารา รำคาญ บ้างมั๊ยที่มีคนไปขายของฝากร้าน

บรรดาแฟนคลับก็มีมุมมองที่คล้ายๆ ดารา คือ บางคน รำคาญ   บางคนเข้าใจ และอยากให้คำนึงถึงกาลเทศะในการฝากร้านกันสักนิด

พ่อค้าแม่ค้าใน IG ก็ดูกันดีๆนะครับว่าโพสไหนควรฝากร้าน หรือไม่ควรฝาก  โพสให้ถูกที่ ถูกเวลาดีที่สุดครับ 🙂

คำแนะนำในการรับ-แชร์ข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์

สถานการณ์แบบนี้ ข่าว ทีวี ถูกลดบทบาทลงไปอย่างมาก ออนไลน์และ Social Media ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการรีบข้อมูลข่าวสารของหลายๆ คนไปแล้ว เพราะคือช่องทางเดียวที่ยังคงรับได้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Line เป็นต้น

ด้วยการที่ข้อมูลในโลกออนไลน์ถูกบิดเบือนได้ง่าย และมีหลายๆ ครั้งที่ข้อมูลส่งต่อๆ กันมาเป็นข้อมูลที่ผิด เราเองในฐานะผู้รับสาร และอาจจะเป็น “ผู้ส่งสาร” ต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะข่าวสารที่คุณรับมาอาจจะ

– เป็นข้อมูลที่ไม่จริง หรือถูกบิดเบือน
– เป็นข้อมูลที่เกิดมานานแล้ว หรือไม่ทันต่อเหตุการณ์
– ข้อมูลที่มีความจริงเพียงส่วนเดียว ไม่พูดถึงทั้งหมด

เช็กให้ดีก่อนแชร์ เราควรเช็กยังไง
– เป็นข้อมูลที่มีการอ้างอิงถึงแหล่งที่มา หรือต้นสังกัดจริงๆ ลองตามกลับไปดูเว็บไซต์หรือ social media ของแหล่งข้อมูล
– เช็กข้อมุลให้ดีก่อน ว่าเป็นข่าวหรือข้อมูลเก่าหรือเปล่า หากเป็นภาพ ลองเอาภาพนั้นค้นหาใน google image ดู
– หากไม่มั่นใจ อย่าแชร์ โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นไปในทางเชิงลบ เพราะคุณอาจมีส่วนร่วมในการเผยแพร่นั่นๆ

ดังนั้นก่อนจะแชร์อะไร จงระมัดระวังให้ดีก่อนนะครับ

ภาวุธ ป้อม พงษ์วิทยภานุ

เทคนิคการดูข้อมูล Google Analytics ที่หลากหลายโดยนำมาเชื่อมกับ Google Fusion Tables

นักการตลาดหลายๆ คนใช้ Google Analytics อยู่แล้ว แต่วันนี้ผมมีเทคนิคการนำ Google Fusion Tables มาเชื่อมกับ Google Analytics เพื่อดูข้อมูลที่ลึกและปรับไปมาได้ละเอียดมากขึ้น ลองมาดูวิธีกันครับ

  • Google Fusion Tables มันคือ “เว็บแอพสำหรับจัดการข้อมูล” เพื่อนำไปสร้างเป็น visualization หรือเว็บแอพแบบอื่นๆ มันเคยเป็นบริการแยก (ดู Fusion Tables) ตอนนี้ถูกรวมเข้ามาใน Google Docs ในฐานะเอกสารชนิดใหม่ หรือเรียกง่ายๆ มันเป็นเครื่องมืดจัดการข้อมูลที่ใช้จัดเก็บ บริหาร ทำงานร่วมกัน สร้างภาพข้อมูล และเผยแพร่ตารางข้อมูลต่าง ๆ

    ตัวอย่างเช่น WikiEDData ใช้ Google Fusion Table เพื่อวาดแผนที่ระดับความยากจนในเขตโรงเรียนต่าง ๆ ของรัฐวอชิงตัน: “สีเหลืองบ่งชี้ถึงระดับความยากจนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของรัฐวอชิงตัน, สีส้มหมายถึงอยู่เหนือค่าเฉลี่ย, สีแดงหมายถึงระดับความยากจนอยู่ที่ร้อยละ 10 หรืออยู่เหนือค่าเฉลี่ยมาก ๆ เมื่อคลิกที่เขตใดเขตหนึ่ง มันจะแสดงลิงก์ไปยังเขตดังกล่าว พร้อมกับประวัติข้อมูลความยากจนตามเวลา”

เทคนิคการดูข้อมูล Google Analytics ที่หลากหลายโดยนำมาเชื่อมกับ Google Fusion Tables

Web Trends 2014 แนวโน้มเว็บไซต์ปี 2014

ประเด็นที่คนทำเว็บไม่ควรพลาดจากงาน Webpresso จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ “Web Trends 2014” ซึ่งเราได้รับเกียรติจาก 4 กูรู ของวงการ มาร่วมเสวนาในครั้งนี้ และ 14 ประเด็นเด็ดจากงานเสวนาหัวข้อนี้ จะมีอะไรบ้างนั้น มาเริ่มกันเลย

1.  Website เป็นการสื่อสารช่องทางหนึ่ง เราต้องเข้าใจว่าผู้ใช้ (user) ของเราเป็นใคร และเราจำเป็นต้องทำงานเพื่อตอบโจทย์ของเขา และต้องสื่อสารให้เขาเข้าใจให้ได้

 

2.  สิ่งเดียวที่ Web ทำแบบ Application ไม่ได้ คือระบบ Notification เพราะ web จำเป็นต้องให้ ผู้ใช้เปิดหน้าเว็บค้างไว้ จึงจะแจ้งเตือนได้ ซึ่ง Application สามารถแจ้งเตือนได้ แม้ว่าจะปิดหน้าเว็บไปแล้วก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ Chrome App ก็ได้มีการพัฒนา ให้ Developer สามารถสร้าง Notification ถึงผู้ใช้ได้ ผ่าน Chrome browser เพียงแค่เปิด Google Chrome ทิ้งไว้

 

3. สิ่งสำคัญ สำหรับ Web Designer ในปี 2014 คือ

  • Responsive website เป็นสิ่งที่จำเป็น และช่วยให้แสดงผลบน Mobile ได้ และให้คิดว่า Mobile First คือนอกจากเป็น Responsive แล้ว ยังต้องสามารถเข้าถึงได้เร็วอีกด้วย
  • เนื้อหาที่ดีไม่ควรไม่เกิน 250 ตัวอักษร เนื้อหาต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆ (section) โดยแต่ละส่วนมีประเด็นชัดเจน เพราะคนมีสมาธิสั้น
  • เว็บควรมีลูกเล่นที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชม เช่นมี Animation บ้างเล็กน้อย

 

4.  การทำเว็บแต่ก่อนไม่สามารถที่จะปรับ Scale ของเว็บได้ง่ายเหมือนในปัจจุบัน  เมื่อมีผู้เข้าชมจำนวนมากขึ้น มักจะก่อให้เกิดปัญหา ทั้งในด้านของระบบและเม็ดเงินที่ต้องลงทุน แต่ในปัจจุบัน สามารถที่จะทำเว็บด้วย Scale เล็กๆก่อน และอัพเกรดเมื่อเว็บเติบโตมากขึ้นได้ง่าย ซึ่ง Programmer ควรคิดเรื่องของ Scale ไว้ตั้งแต่เริ่มต้น

 

5.  ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมี Framework ที่ช่วยให้ Programmer ทำงานได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม ก็จะทำให้ประยุกต์ใช้ Framework ได้ยาก ไม่กล้าที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Framework รวมถึงจะปรับเปลี่ยนไปใช้ Framework อื่นก็ทำได้ยาก ซึ่งสำหรับคนทำงานไอทีแล้ว เราควรสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานให้ทันสมัยได้อยู่ตลอดเวลา

 

6.  สิ่งสำคัญที่ Web Programmer ควรคิดถึงในปี 2014 นี้ คือ Cloud Computing  ลองเขียนโปรแกรมผ่านระบบ Cloud เพื่อเรียนรู้การทำงานอีกรูปแบบ รวมถึง Cloud Computing ยังช่วยให้สามารถดึงข้อมูลจากทั่วโลกได้รวดเร็วขึ้น และการที่ความเร็วอินเตอร์เน็ตสำหรับการเชื่อมต่อออกนอกประเทศของเว็บไซต์มีความรวดเร็ว ส่งผลดีต่อการทำ SEO เพราะมีความเร็วที่มากกว่าในการเข้าถึงข้อมูล

 

7.  ถึงแม้ว่าทุกๆปี 7-8 ปีที่ผ่านมา เราจะพูดเสมอว่า ปีหน้า เป็นปีของ “Mobile” แต่ในปีนี้เชื่อได้ว่า ปี 2014 นี้ จะเป็นปีของ “Mobile” สังเกตุได้จากทั้งผู้ประกอบการธุรกิจทาง Mobile เช่น Line ที่เริ่มมีการโฆษณาเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่ เช่น ทำโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่นการโฆษณา Smart phone แต่ก่อนเราจะเน้นที่ความฉลาดของ smart phone แต่ในปัจจุบันกับเน้นการโฆษณาเกี่ยวกับการใช้งาน ว่าสามารถใช้งานได้ง่าย ซึ่งสื่อได้ว่าผู้ทำโฆษณาต้องการเข้าถึงทุกคน

8.  Content สำหรับ Facebook ต้อง “สั้น กระชับ” ความยาวของข้อความไม่ควรเกิน 2 บรรทัด, ควรเน้นที่รูปภาพ ซึ่งรูปภาพที่ใช้ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้อง “โคตรสวย” และ หากเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอยาว ให้เพิ่ม Link เข้าไปแทน การเขียนข้อความยาวๆ บน Facebook

 

9.  Content ที่ดี ไม่ใช่การ Talk About Product แต่ต้อง Talk Around Product

 

10.  บทบาทของ Web Content จะไม่ใช่แค่การทำ Content ให้กับเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่จะรวมถึง Content, Social, Community และ Digital PR อีกด้วย

 

11.  ในตลาดของการโฆษณา Display Ads เป็นประเภทโฆษณาที่มีมูลค่าสูงสุด และยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี ส่วนรูปแบบการโฆษณาที่มีการเติบโตของมูลค่าการโฆษณาเพิ่มขึ้น คือ Search Marketing , Social Media Ads และ Video advertising

12. มูลค่าการลงทุนทางการโฆษณาที่ลดลงคืองบด้าน Creative ที่มูลค่างบเริ่มเพียงพอต่อการผลิตชิ้นงานแล้ว และแบรนด์หันมาให้ความสำคัญลงเม็ดเงินทาง Media มากขึ้น

 

13.  Web Marketing  ควรแบ่ง Target ของผู้รับสื่อโฆษณาให้ลึกขึ้นต้องซอย section ให้เล็กลง เพื่อให้เข้าถึงผู้รับสารได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

 

14.  หลักคิดของ Gray Vaynerchuk คือ การลงข้อความเพื่อ Engagement User นั้น เหมือนการปล่อยหมัดแย็บไปเรื่อยๆ แต่คุณยังต้องมี “หมัดฮุก” เป็นทีเด็ดไว้ปิดการขาย

 

ข้อมูลมาจาก สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย

 

[VDO] กลยุทธ์การทำ Content Marketing และ Social Media Crisis Management ในมุมมองของนักสื่อสารมวลชน

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) จัดงานเสวนา “กลยุทธ์การทำ Content Marketing และ Social Media Crisis Management ในมุมมองของนักสื่อสารมวลชน” มีผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวสาร ข้อมูลทางออนไลน์มาหลายคนมาก อยากให้ดูกันครับ

มาดูผลการสำรวจการเติบโตของ E-Commerce ประเทศไทยปี 2556

มาดูข้อมูลสรุปของ E-Commerce ประเทศไทยในปี 2556 (2013) จัดเก็บข้อมูลโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในการออกไปเก็บสำรวจข้อมูล และด้านล่างจะเป็นการสรุปการเติบโตของ E-Commerce ของไทยตั้งแต่ปี 2005 จนถึง 2012 (ปีล่าสุด)

c7f658b724d3735735c88cc7073b8355

7f573094ad0ab08ae21571ba8beed9c85e5e3fc7e10128bdf284bc3fb971256eaa56d5a5ead12aad93ad9a4c3a4ac5828ec40a921420e4f929e023b721caf291f253dd3917f5b81b99263a9a09599f38f4d546ba05b6a91646ef74093ca0a0fd

 

74984b9dac978d9defae390e3f5e7f22
จากมูลค่าอีคอมเมิร์ซปี 2554 เท่ากับ 783,998 ล้านบาท ลดลงมาเหลือ 744,419 ล้านบาทในปี 2555 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของมูลค่า B2G โดยเฉพาะในส่วนของ e-Auction ดูผลการวิเคราะห์อัตราการเปลี่ยนแปลงในตารางนี้

ปีของข้อมูล 2554 2555  % change
Total     783,998    744,419 –         5.05
B2B     291,209    282,946 –         2.84
B2C      99,706    121,392         21.75
B2G     393,083    340,081 –       13.48
ไม่ผ่าน e-Auction        5,034        4,627 –         8.09
ผ่าน e-Auction     388,049    335,454 –       13.55

 

จากตารางดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าตัวที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซรวม ปี 2555 ก้อคือมูลค่า B2G ที่ขายผ่าน e-Auction ซึ่งลดลงจากปี 2554 มากถึง 13.6% ในขณะที่มูลค่า B2B ของปี 2555 ลดลงจากปี 2554 เพียง 2.8% แต่เป็นที่น่ายินดีว่ามูลค่าตลาด B2C ในปี 2555 เติบโตสูงขึ้นจากปี 2554 ถึงร้อยละ 21.8%

ข้อมูลเพิ่มเติมผมรวมไว้ที่นี่ครับ