9 เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่น่าจับตามองในปี 2016

สำหรับปี 2016 ที่มาแล้ว หลายๆคนอาจนึกถึงงานเฉลิมฉลอง , เป้าหมายปีใหม่  หรือ การไปช้อปปิ้งสินค้าลดราคาต่างๆ เหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเช่นเดียวกันกับนักการตลาดหลายๆคนที่พยายามทำนายกระแส หรือเทรนด์การตลาดที่จะเกิดขึ้นในโลกของดิจิทัล
ดังนั้นเก็บต้นคริสมาสต์และไฟประดับประดาปีใหม่ลง และโยนเศษค้กกี้ที่กินเหลือๆทิ้งไปและลองดูเทรนด์การตลาดออนไลน์ต่อไปนี้ที่กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ในปี 2016. ทางที่ดีที่สุดในการเอาชนะคู่แข่งคือเป็นผู้นำ และตามให้ทัน กับการตลาดดิจิทัล ลองดูเทรนด์ต่อไปนี้เพื่อไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณกันเลย
#1: การโฆษณาผ่านช่องทาง Social Media 
การโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ และการคาดการณ์ในปี 2017 เม็ดเงินในการลงสื่อโฆษราช่องทางออนไลน์จะแซงหน้าสื่อหลักอย่างโทรทัศน์
อ้างอิงจาก Interpublic Group’s Magna Global, ในปี 2015 ค่าโฆษณาในโลกดิจิทัลเติบโตขึ้นกว่า  17.2% (ประมาณ 160 พันล้านดอลลาร์) และจะเติบโตขึ้น 13.5% ในปี 2016, และคาดว่าจะแซงหน้าสื่อหลักรุ่นเก๋าอย่างช่องทางโทรทัศน์ ในปี 2017
ด้วยเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ก้อนยักใหญ่นี้ได้ถูกจัดสรรไปยังสือสังคม (Social Media) นักการตลาดทั้งหลายไม่อาจมองข้ามเทรนด์นี้ได้เลยในปี 2016  จากข้อมูลของ eMarketer predicts ค่าโฆษณาผ่านช่องทาง social network จะทะลุ 3.598 หมื่นล้านดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยกว่า 1.2 ล้านล้านบาท! )  ในปี 2017 คิดเป็น 16% ของเงินโฆษณาในวงการดิจิทัลทั้งหมด
แล้วนักการตลาดควรทำอะไร อย่างไร เพื่อให้แซงหน้าคู่แข่ง
  • เริ่มต้นจากการตัดสินใจว่า Social Media ตัวไหน ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ถ้าคุณขายสินค้าประเภท กระเป๋า Handmade สวยๆ ช่องทาง Instagram และ Pinterest น่าจะเป็นช่องทางที่เหมาะสม หรือถ้าคุณทำธุรกิจที่มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจ หรือ B to B การเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมใน Facebook อาจเป็นช่องทางที่เหมาะสมในในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ
  • ทดสอบการโพสท์ของคุณทั้งแบบการโพสท์ปกติแบบไม่ลงเงินโฆษณา (organic) และการลงโฆษณา หรือ promote ไม่ใช่แต่การกระจายเม็ดเงินโฆษณาแบบสุ่มๆ มั่วๆ แต่ควรเลือกเนื้อหาเด็ด หรือเนื้อหาน่าสนใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้คนเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น
  • อย่าปล่อยให้เม็ดเงินโฆษณาสูญเปล่าด้วยการใส่ใจกับ Call-to-Action หรือการทำโฆษณากระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมาย “ทำ” กิจกรรมที่คุณต้องการ เช่น การโฆษณาใน Facebook ที่กระตุ้นให้คนเข้าสู่เว็บไซต์ พร้อมปุ่ม call-to-action  โฆษณาลักษณะนี้ย่อมคุ้มค่ากว่าการโปรโมทธุรกิจเพื่อสร้างการรับรู้เพียงอย่างเดียว

A1

digital-marketing-trends-social
ตัวอย่างการทำโฆษณาแบบ Call-to-Action
#2: ข้อความ Facebook (Facebook Messenger สำหรับธุรกิจ)
ในเดือนมีนาคมของปี 2015 ที่ผ่านมา  Facebook ได้เปิดตัว Messenger สำหรับธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางในการใช้โปรแกรมแชทยอดฮิตที่ปกติเราจะใช้กันเพื่อคุยกับ เพื่อนๆ คนรัก และสมาชิกในครอบครับ และสามารถใช้ได้กับธุรกิจรูปแบบ B2C and และ B2B
จากฐานผู้ใช้ Facebook messenger’s ที่เพิ่มขึ้นกว่า 700 ล้านคนในทุกๆเดือน และการเติบโตกว่า  40% จากปี2014 ไปยัง 2015 (อ้างอิงจาก Luxury Daily) ค่อนข้างส่งสัญญาณชัดเจนว่า Messenger สำหรับธุรกิจจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับวงการธุรกิจ
นอกจากการเป็นช่องทางในการโต้ตอบกับลูกค้าแบบตัวต่อตัวแล้ว นักการตลาดยังใช้ช่องทางของ Facebook Messenger เหมือนกับการทำการตลาดผ่านอีเมล ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการแจ้ง Promotions ใหม่กับลูกคเป้าหมาย เพียงแค่คุณส่งข้อความไปเพื่อกระตุ้นให้เขากลับมาซื้อของ หรือแม้แต่การแจ้งสถานะการจัดส่งสินค้าแบบรายคนก็สามารถทำได้
เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Facebookระกาศให้ธุรกิจสามารถติดตั้งกล่องข้อความของ Facebook messenger ในเว็บไซต์ของพวกเขาได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจในวิธีการเดียวกับช่องแชทผ่านเว็บไซต์
A2
digital-marketing-trends-facebook
     ส่วนในประเทศไทย LINE Messenger ย่อมเป็นที่คุ้นเคยกับพฤติกรรมคนไทย และมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หัวใส ใช้เป็นช่องทางในการติดต่อเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการส่ง Promotion ไปยังกลุ่มลูกค้า หรือการแชทกับลูกค้ารายบุคคลเพื่อปิดการขาย
     สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และพยายามเข้าถึงกลุ่มที่ลูกค้าเป้าหมายเราอยู่ เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
#3: การตลาดออนไลน์แบบดั้งเดิม หรือ Banner โฆษณา
Ad blockers คือฝันร้ายของนักการตลาดออนไลน์สมัยนี้ แม้ว่า ad block ทำให้ผู้ใช้มองไม่เห็นโฆษณาต่างในเว็บไซต์ อาจจะไม่ใช่สิ่งใหม่ มันกลับกลายเป็นที่โด่งดังเมื่อ Appleระกาศ ว่าระบบปฏิบัติการใหม่ iOS9  ทั้งใน iPhone และ iPad จะไม่สนับสนุนการใช้ Ads Blockers
A310 Digital Marketing Trends to Watch Out for in 2016 | SEJ
ทำไมถึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ขนาดนี้? คำตอบคือ เพราะการทำโฆษณาออนไลน์ถือเป็นเชื้อเพลิงหลักของเว็บไซต์ เมื่อโฆษณาโดนปิด ก็เหมือนประตูเข้าเว็บไซต์ถูกปิดลงนั่นเอง
“ ในยอดผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GNPของสหรัฐอเมริกา เป็นตัวเลขเม็ดเงินโฆษณากว่า 350 พันล้านดอลลาร์  และ กลุ่มลูกค้าในวงการโฆษณายอมจ่ายเงินกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี” อ้างอิงจาก AdvertisingAge. “บางเว็บไซต์ที่มีฐานกลุ่มผู้เข้าชมกว่าล้านคน สูญเสียรายได้ว่า 40% เพราะ ad blocking.”
ไม่ว่า ad blockers จะส่งผลกระทบต่อคุณหรือไม่ในปี 2016, ตัวเลขด้านบนก็แสดงให้ถึงการวัดผลมูลค่าของสื่อที่อาจส่งผลกระทบ และกลับมาพิจารณาว่า เป้าหมายของหารโฆษณาไม่ไม่ได้ถูกบิดเบือนไป และนี่คือการวางแผนและปรับใช้ของสื่อโฆษณาในยุคเดิม หรือ Bannner โฆษณานั่นเอง
หากรูปแบบ ข้อความ หรือ ความรู้สึกหลังจากการเห็น Banner เป็นเนื้อหาที่ไม่ใช่การขายของ เทคโนโลยีของ ad blocking ก็จะไม่เอา Banner เหล่านั้นออกจากเว็บไซต์ การลงโฆษณาด้วย Banner ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง แต่พักหลังเริ่มมีการตื่นตัวกับการบล๊อกโฆษณา หรือ ad blocking มากขึ้น ดังนั้นลองพิจารณาเทรนด์นี้ และปรับใช้กับกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณ
#4: Personalized PPC
กว่า 1 ใน 3 ของนักการตลาดเห็นถึงความสำคัญของการทำการตลาดเฉพาะบุคคล (personalization) คือความสามารถของการตลาดที่สำคัญในอนาคตข้างหน้า จากการศึกษาของ Adobe study เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกของที่อินเทอร์เน็ตรู้จักตัวคุณมากกว่าเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้าคุณเสียอีก
เมื่อในหลายปีที่ผ่านมา การทำโฆษณาใน Search Engine คือการเลือกคำค้นหา หรือคำสำคัญที่ถูกต้องเพื่อเช้าถึงกลุ่มเป้าหมายของสินค้าหรือบริการของคุณ แต่กลยุทธ์นี้ก็มีข้อบกพร่องอยู่มาก จากการสร้างจำนวนคลิก และการเยี่ยมชมเว็บไซต์จากผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อการคลิก (PPC) ค่อนจ้างแพง ถ้าคุณวางแผนกับกลุ่มคำที่ไม่เหมาะสม ถึงแม้คุณจะวางแผนเรื่องคำสำคัญได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย แต่ปริมาณของคนที่ค้นหาคำนั้นอาจมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งอาจไม่เพียงพอในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในธุรกิจของคุณ
ถ้า Google รู้ข้อมูลของผู้ค้นหามากขึ้น ทำไมถึงเป็นการยากที่ผู้ลงโฆษณาจะหากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมได้ล่ะ? ข้อแรก Google ปกป้องข้อมูลของผู้ใช้แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ถึงความต้องการของผู้ลงโฆษณา ดังนั้นจึงเกิดบริการ Customer Match ในเดือนกันยายน  2015 บริการ Customer Match สามารถให้คุณอัพโหลดรายชื่อของลูกค้าที่คุณมีอยู่ และ สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านการค้นหา ฟีเจอร์นี้ก็มีในFacebook และ Twitter ด้วยเหตุนี้เองทำให้การโฆษณาผ่าน Search และ Social Media มีลักษณะคล้ายกับการทำโฆษณาผ่านอีเมล โดยการส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายด้วยความเข้าใจในระดับการซื้อของลูกค้าเป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างเช่น การนำรายชื่แฐานลูกค้ามาจากการสัมมนาล่าสุกบนซอฟท์แวร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ คุณสามารถทำโฆษณากับพวงเขาในช่องทาง Google , Facebook และ Twitter ในระดับการตัดสินใจซื้อที่แน่นอน ในปu 2016 ค่า โฆษณษาต่อคลิก (PPC) จะเริ่มเข้าสู่ระดับบุคคลมากขึ้น ซึ่งนักการตลาดต้องวิเคราะห์ และนำเครื่องมือไปใช้ เพื่อเชื่อมโยงกลุามลูกค้าเป้าหมายในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยใช้ข้อความที่เหมาะกับลูกค้าในแต่ละช่วงความต้องการ
#5: การทำการตลาดแบบอัตโนมัติ(Marketing Automation)
     การทำการตลาดแบบอัตโนมัติไม่ใช่เรื่องใหม่ ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 5.5 พันล้านของการใช้จ่ายเพื่อระบบการตลาดอัตโนมัติ นักการตลาดพยายามทำความเข้าใจถึงความสำคัญในการปรับใช้ การตลาดแบบอัตโนมัตินี้ประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ
     ที่บริษัท WordStream, เราต้องเพิ่มจำนวนคนในทีมเป็น 2 เท่า ถ้าเราไม่มีระบบอัตโนมัติ
     การลงตารางการส่งอีเมล แยกประเภทรายชื่อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การวางแผนโพสท์ Social Media ล่วงหน้า การจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์  ด้วยระบบอัตโนมัตินี้เองทำให้เราสามารถเข้าถึง และทำเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จ
     แล้วทำไมการทำการตลาดแบบนี้ถึงกลายมาเป็นเทรนด์ของปี 2016 หลายๆบริษัทนำระบบอัตโนมัติไปใช้แล้วพบว่าผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้
     ปี 2016 จะกลายเป็นปีที่นักการตลาดต้องศึกษาให้ลึกลงไป และ ระบุช่องว่างของยอดขายกับกลไกทางการตลาด  และวางกลยุทธ์ด้วยระบบอัตโนมัติ เพื่อทำให้งานง่ายขึ้น และมีสามารถบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น
#6: การทำการตลาดผ่านVideo
เมื่อหลายคืนที่ผ่านมา ฉันใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง ในการดู คลิป VDO ความยาว 30 วินาทีเกี่ยวกับสูตรการทำอาหารฉบับรวบรัดบน Instragram และตอนนี้ไม่ว่าชั้นจะเลื่อนหน้าจอใน  social media feed ไหนๆ ฉันก็ถูก VDO 1 , 2 ,3 หรือมากกว่านั้นกระโดดเข้าใส่หน้า ทั้งแบบมีเสียง และไม่มีเสียง และเริ่มเข้าใจว่าธุรกิจทุกขนาดใช้ VDO ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของชำเล็กๆใน South Dakota ไปยังบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ การตลาดผ่าน VDO นั้นมาแรงมากก มากกก และมากกกจริงๆ!!
10 Digital Marketing Trends to Watch Out for in 2016 | SEJ
จำนวนงบประมาณส่วนใหญ่ของการทำโฆษณาถูกจัดสรรไปที่ video  ที่บริษัท Yahoo ก็ได้ปรับใช้กับการโฆษณาผ่าน Video ทุกรูปแบบ เช่น การโฆษณาแบบเต็มหน้าจอที่เล่นแบบอัตโนมัติ  ( full-screen sized auto-play video ad) ที่ดึงดูดผู้ชมในหน้า search engines ได้
Videos ช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าผ่านการมองเห็น สี เสียง และดนตรี หน้าที่สำคัญของ videos คือช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจที่ไร้ตัวตนได้เข้าถึงผู้บริโภคผ่านการสื่อสารที่เป็นมนุษย์มายิ่งขึ้น และยังสร้างความจงรักภักดี และความเชื่อใจได้อีกด้วย อะไรที่จะน่าจดใจไปกว่าเนื้อหาของ Video ที่น่าทึ่ง และไม่อาจจะลืมได้ จากการศึกษาของ Web Video Marketing Council, 96% ของนักการตลาด B2B ใช้  Video เป็นเครื่องมือในการทำการตลาก 
“นักการตลาดได้เรียนรู้ว่า Video นั้นมีความสามารถมากกว่าการดึงดูดความสนใจ,”จาก  Tyler Lessard, CMO ของ Vidyard. “มันสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในทุกช่วงของการตัดสินใจและได้ผลดีกว่าคำโฆษณาที่ชวนซื้อเสียอีก”
ในปี2016 นักการตลาดควรจับตาดูในกระแสของ video marketing และการวิเคราะห์ หากนักการตลาดที่ยังไม่ได้ทำการตลาดและวัดผลด้วย video มันถึงเวลาแล้วนะ!!
#7:ยุคของ Mobile (อีกแล้ว)
เป็นปีของ mobile หรือมือถือจริงๆ! แต่เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่แค่ปีนี้ที่เป็นปีของ mobile แต่ปี 2014, 2013, and 2012 ก็เช่นเดียวกัน  แต่สิ่งที่เป็นสัญญาณชัดเจนคือการประกาศของ Google การใช้อินเทอร์เน็ตด้วยมือถือได้แซงหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ PC ไปแล้ว ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “Mobilegeddon” โครงสร้าง  algorithm เปลี่ยนไปทำให้การทำการตลาดแบบ SEOs ต้องปรับตัวต้อนรับเทรนด์นี้ โดยการปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีขนาดเหมาะสมกับขนาดหน้าจอมือถือด้วย
มือถือของพวกเรากลายเป็นเหมือนอวัยวะสำคัญของเราไปแล้ว ครั้งหนึ่งเราลืมมือถือไว้บนเครื่องบินแค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่ความรู้สึกเหมือนกับการสูญเสียเพื่อนสนิทไปทีเดียว สิ่งสำคัญที่นักการตลาดต้องปรับตัวคือ การให้ความสำคัญกับมือถือที่เปรียบเสมือนด่านหน้า และแค่รักษาระดับของการทำการตลาดบน PC หรือ คอมพิวเตอร์ไว้ และปรับเปลี่ยนแผนการตลาดให้เหมาะสมกับหน้าจอมือถือมากขึ้น
#8: อุปกรณ์ IT แบบสวมใส่ (Wearable Devices)
เมื่อเทคโนโลยีสามารถพันรอบข้อมือของคุณได้ หรือแม้แต่อยู่ในรองเท้าของคุณ มันเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆไหมกับเทคโนโลยแบบนี้ แน่นอนมันจำเป็น ตั้งแต่อุปกรณ์ IT ต่างๆได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรา มีการคาดการณ์ว่าอุปกรณ์ IT แบบสวมใส่ได้ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากว่า 28% ในปี 2016 ,ข้อมูลาก HubSpot.
แล้วมันมีความหมายอย่างไรในมุมของนักการตลาดล่ะ ข้อมูลที่มากขึ้นมาจากการกระทำของกลุ่มเป้าหมายของคุณ เช่น จำนวนก้าวที่เดิน หรือชั่วโมงการนอนหลับ ส่งสัญญาณถึงเทรนด์ “internet of things” ที่จะมีอิทธิพลต่อนักการตลาดในปีหน้าอย่างแน่นอน
#9: ปุ่ม “ซื้อ” (Buy  Button)
นักการตลาดของธุรกิจ E-commerce และธุรกิจค้าปลีกต่างๆ จงฟัง!!!  ปุ่ม”ซื้อ” เริ่มปรากฏในแพลท์ฟอร์มออนไลน์ต่างใน บนร social media เช่น Pinterest และ Twitter เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  Google ได้ยืนยันที่จะทดลองปุ่มซื้อของตัวเองเช่นกัน การเพิ่มขีดความสามารถในการซื้อจาก Social Media ต่างๆ และ Searc Engine จะเกิดขึ้นปี 2016 และนักการตลาดของ e-commerce marketers ต้องทำความเข้าใจอย่างมาก บางคนอ่าจไม่ชอบไอเดียนี้เพราะทำให้สูญเสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ และกลัวว่า Google และ social media กำลังพยายามทำตัวเป็นผู้ขายสินค้าด้วยตัวเอง ปุ่มซื้อนี้ขึ้นอยู่กับเราว่าจะใช้ในการสื่อความหมายอ่นๆ เพื่อเพิ่มการเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ (Conversions) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากช่องทางมือถือ
“เมื่อการซื้อขายผ่านช่องทางมือถือเติบโตมากกว่าคอมพิวเตอร์ 3 เท่า ภายใน 3 เดือนแรก  สัดส่วนของคนที่ซื้อสินค้าหลังจากที่คลิกโฆษณาในมือถือมีต่ำกว่าคอมพิวเตอร์หรือเดสก์ทอป อ้างอิงจาก Re/code’s Joshua Del Ray “แต่ถ้าคุณใช้วิธีการเพิ่มปุ่มซื้อไปในโฆษณาบน Twitter, Facebook, Pinterest หรือ Google อัตราของ conversion rate ก็จะพัฒนาดีขึ้น และเมื่อ conversion rate ดีขึ้น, ผู้ซื้อโฆษณาก็จะจ่ายค่าโฆษณามากขึ้น ”
ไม่ว่าคุณจะชอบปุ่ม Buy นี้หรือไม่ แต่ปุ่มเล็กๆปุ่มนี้จะได้รับความนิยมอย่างแน่นอนในปี 2016 นักการตลาดควรประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะกลุ่ม E-commerce
เทรนด์ 9 เทรนด์ต้อนรับ ปี 2016 เหมือนเป็นน้ำจิ้มในแต่ละเทรนด์เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ “มาแน่” คือ โลกดิจิทัลนั้นได้สร้างการเรียนรู้ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น และ สร้างความประหลาดใจให้กับนักการตลาดอย่างแน่นอน 

ทำ AdWords ด้วยตนเองกับจ้าง Agency ต่างกันอย่างไร?

สวัสดีชาว Marketingbyte ทุกท่านครับ วันนี้ผมเอาบทความดีๆ เกี่ยวกับ การทำ โฆษณาในช่องทางยอดฮิตที่เรียกว่า “Google Adsword” ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่ เป็นการโฆษณาผ่าน Keywords ที่ลูกค้าค้นหาผ่าน Search Engine ต่างๆ ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในสินค้า หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจริงๆ

 

google-adwords-local-map-featured

ในปัจจุบันมี Agency มากมายที่รับทำโฆษณาผ่าน Google แล้ววิธีไหนที่จะมีประสิทธิภาพดีกว่า ระหว่างการจ้าง Agency ทำโฆษณาให้ดี หรือว่าจะทำ AdWordsด้วยตนเอง?

วันนี้จะมาดูกันว่าความแตกต่างระหว่างการทำ AdWords ด้วยตนเองกับจ้าง Agency ต่างกันอย่างไร? โดยคำแนะนำเหล่านี้เราได้สัมภาษณ์ กูรูด้านการทำ Search Engine Marketing จากบริษัท Redrank.co.th คุณปภาดา อมรนุรัตน์กุล ได้ให้ความรู้ทางทีมงานเกี่ยวกัยการทำการตลาดผ่านช่องทาง Search Engine โดยผ่าน Agency ว่ามาความแตกต่างกันอย่างไร

1. การดูแลจัดการ
เนื่องจากระบบของ Google AdWordsนั้น เป็นในลักษณะของ Pay per click (ppc) :การจ่ายเงินค่าโฆษณาตามจำนวนคนที่คลิกลิ้งก์ โดยเป็นระบบประมูลแข่งกันด้วย keywords ที่ต้องการกับคู่แข่งรายอื่นๆ ที่ซื้อคำเดียวกัน ดังนั้นให้ถามตัวเองก่อนเลยว่า คุณมีเวลามากพอในการที่เข้าไปดูและแข่งค่า bid กับคู่แข่งรายอื่นๆ ตลอดเวลาหรือเปล่า

2. แนะนำให้คำปรึกษา
การสร้าง account AdWords ทำได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือการหา keywords ที่เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อให้แปลงมาเป็นยอดขายให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ใส่ keywords อะไรลงไปก็ได้ คุณสามารถหา keywords ที่ตรงใจคนค้นหาได้แล้วหรือยัง?

3. งบประมาณและการบริหารการเงิน
แน่นอนว่า เราทำโฆษณา ก็ต้องหวังจะมีรายได้เพิ่ม คุณสามารถจัดการกับ budget ที่มีของคุณใหืเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อกดให้ค่าคลิกที่เกิดขึ้น ต่ำที่สุดได้หรือยัง?

 

4. ประเมินและวัดผล
Google มีระบบวัดผลที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถวัดผล roi ได้เลยทีเดียว แถมบอกได้ด้วยว่า การตลาดต่อไปที่เราควรเลือกทำแบบไหนจึงจะเหมาะสม!! คุณอ่านค่าเหล่านั้นและวิเคราะห์เป็นหรือไม่?!?

5. ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ
คุณเคยทำ AdWords มามากน้อยขนาดไหนแล้ว? ซึ่งประสบการณ์คือสิ่งที่สอนกันไม่ได้ .. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายๆ อย่างต้องอาศัยผุ้เชี่ยวชาญ คุณพร้อมที่จะร้บมือกับปัญหาเหล่านี้หรือยัง? เช่น ads ไม่ผ่านการ approve?!

6. การปรับตำแหน่ง
คุณรู้ใช่ไม่ว่า ตำแหน่งการขึ้นของ ads นั่นมีผลมากกับการคลิกของลูกค้า แล้วคุณรู้ไหมว่า การปรับตำแหน่งให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด จะสามารถทำได้ ย่างไร?

7. ความรู้เชิงเทคนิค
AdWords มี tools มากมาย และถูกซุกซ่อนอยู่ในระบบ เพื่อเพิ่มยอดคลิก เพิ่มยอดขาย คุณสามารถเปิด module หรือฟังก์ชั่นเหล่านั้นได้ ว่าแต่คุณได้ลองเปิดใช้งานแล้วหรือยัง?

unnamed (1)2 (2)

 

กรณีตัวอย่าง เรามีงบประมาณ1000 บาท หากทำ โฆษณาเองเราอาจจะได้ราคา cost per click (CPC) ได้ คลิกละ 3 บาท แต่ถ้าเราใช้ agency แน่นอนด้วยประสบการณ์ และ know how มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ (optimize) keyword ที่โดนใจ ส่งผลให้ CPC ต่ำลง เหลือแค่ 1 บาท หรือมากกว่านั้น นั่นแปลว่าในจำนวนเงินที่เท่ากัน ทำกับAgency คุณจะได้ถึง 1000 คลิก แต่ถ้าทำเอง คุณจะได้คลิกแค่ 333 คลิก ต่างกันถึง 3 เท่าทีเดียวนะครับ

 ถ้าอ่านครบ 7 ข้อนี้ คำตอบของคุณคือ “ไม่” จงจ้าง agency เถอะครับ หนึ่งใน Agency ด้าน search engine ที่น่าสนใจคือบริษัท redrank ที่นอกจาก google และ ยังมีบริการไปยัง platformอื่น เช่น baidu search ที่ได้รับความนิยมจากจีนอีกด้วย ใครสนใจเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ redrank.co.th นะครับ

ลองใช้ search engine agency เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณการตลาดของคุณดูนะครับ เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับมันมากกว่าสิ่งคุณคิดหรือเสียเวลาทำเองอย่างแน่นอนครับ :)) !!

 

 

 

 

Pay.sn ตัวช่วยใหม่ของแม่ค้าออนไลน์ เก็บเงินง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว !!!

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเป็นยุคทองของพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ เพราะความสะดวกของ Social Media และsmart phone ที่ขายดิบขายดี ที่ทำให้ลูกค้าและบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามากใกล้กันมากขึ้น นอกจากเราจะใกล้ลูกค้ามากขึ้น สิ่งสำคัญคือการจ่ายเงิน หรือชำระค่าสินค้าต่างๆ ก็สะดวกมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม

เผย!! ทุกทีเด็ด จับทุกเคล็ดการตลาดไทยกับงาน Thailand Digital & E-Business Trends 2015

1

จบลงไปท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้เข้าร่วมงานสัมนา Thailand Digital & E-Business Trends 2015 หรือที่รู้จักกันในนาม #TDET2015 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรม เอส31 สุขุมวิท โดยงานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีผู้สนับสนุนหลักอย่างบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมเหล่าพันธมิตรที่สนับสนุน  ได้แก่  ไทยรัฐทีวี, Instaprinta สำหรับรูปภาพสวยๆ และ  Eventhai ที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน

 

สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจภายในงาน Thailand Digital & E-Business Trends 2015

  • สำหรับใน Session แรก เปิดงานด้วย คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ บรรยายในหัวข้อ  แนวโน้มธุรกิจและการตลาดสุดฮอตยุคดิจิทัลอีโคโนมี เผยข้อมูลว่าเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ที่โตอย่างต่อเนื่องกว่า 44% ในปี 2557 เมื่อเทียบกับปี 2556 พร้อมจุดกระแสเทรนด์ Personomic หรือ เศรษฐศาสตร์ส่วนบุคคล กับการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน ที่จะเน้นการทำธุรกิจในกลุ่มบุคคลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถสร้างความผูกพันที่มากกว่าการขายสินค้าเท่านั้น พร้อมกับการเปิดตัวกลุ่มบริษัท เลือดใหม่แห่งวงการดิจิทัล “efrastructure” โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจดิจิทัล แบบครบวงจร8

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานกรรมการเครือ EfraStructure

  • หัวข้อ “Change Business to Digital Business” ด้วยหลัก Change to Win

– Change : ลงงบการ Digital Marketing ให้มากขึ้น

– To : ปรับการสื่อสารให้เป็นแบบเฉพาะเจาะจง / ส่วนตัวกับผู้บริโภคมากขึ้น

– Win : ชนะด้วยเสียงของผู้บริโภคบนโลกโซเชียลมีเดีย

 

DSC_3381

คุณเอกชัย ปาริชาติกานนท์ , Winter Egency

  • Session สุดฮอตกับ Drive to Big Data กับการปรับตัวของธุรกิจ โดยใช้ข้อมูล Big data เพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นต้องใช้เงินจับลูกค้าให้ตรงกลุ่ม  Social CRM สามารถช่วยเรื่องยอดขายได้  การใช้Social Listening Tool ช่วยเก็บข้อมูลที่คนพูดถึงบนโลกออนไลน์ และการสื่อสารตรงกับผู้บริโภค ช่วยให้เกิดการซื้อมากยิ่งขึ้น9

คุณธีรนิติ์ เจียรพัฒนาคม ผู้จัดการทั่วไปบริษัท Zocial inc.

  • เสวนาเด่นในช่วงเช้า  หัวข้อ สร้างแบรนด์อย่างไรให้ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ ร่วมกับคุณขวัญเนตร  รัตนพฤกษ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  บมจ.ธนาคารกสิกรไทย  คุณณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) คุณวุฒิศักดิ์   ศักดิ์ศรีบำรุง  ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดสื่อดิจิตอล บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) โดยแต่ละแบรนด์มาร่วมแชร์ประสบการณ์ และ ปัจจัยความสำเร็จในแต่ละวงการธุรกิจ  สำหรับประเด็นสำคัญคือ “สิ่งที่องค์กรจะต้องคิดคือ ทำไงให้เราอยู่ใน Lifestyle ของผู้บริโภคได้อย่างไร แบบที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ และ ผู้บริโภคก็ต้องระวังข้อมูลที่จะเปิดเผยในช่องทาง Digital เช่นกัน และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เราจะสื่อสารกับลูกค้าต้องเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วย”

 

10

คุณณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง, คุณวุฒิศักดิ์ ศักดิ์ศรีบำรุง, คุณขวัญเนตร รัตนพฤกษ์ และ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

 

  • ต่อกันช่วงบ่ายกับหัวข้อ “ติดอาวุธ! E-Commerce ด้วย Search Engine เสิร์ฟลูกค้าถึงมือคุณ

11

คุณปภาดา อมรนุรัตน์กุล กรรมการบริหาร บริษัท เรดแร็งค์ จำกัด

  • หัวข้อพิเศษจากทาง Baidu  “ไป่ตู้ผู้นำเทคโนโลยีชั้นนำจากจีนที่มีดีมากกว่า Search “ โดย คุณ Yu Yen-Te  “Senior Business Development Manager” บริษัท ไป่ตู้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลอัตรานักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคนจีนหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย ท่องเที่ยวไทย วีซ่ามาไทย และดิวตี้ฟรี  ในส่วนของจีนเอง ก็มีการพยายามปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของต่างชาติมากขึ้นเพื่อปรับปรุงและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวคนจีน สำหรับการทำการตลาดใน Baidu Search Engine ที่นิยมในจีนเอง ก็มีการทำ web directory เพื่อให้ง่ายในการเสิร์ชข้อมูล

12

คุณ Yu Yen-Te  “Senior Business Development Manager” บริษัท ไป่ตู้ ประเทศไทย จำกัดมหาชน

  • อีก Session ที่น่าสนใจคือหัวข้อ “Get your Customer Money right now with the right payment สรุปได้ว่าในโลกออนไลน์ เราจะต้องเปลี่ยนผู้เข้าชม ให้เป็นลูกค้าของคุณ อย่ามองข้ามระบบชำระเงินออนไลน์  การเพิ่มอำนาจการจับจ่ายให้กับลูกค้า เช่น ระบบการผ่อนชำระ, การทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง , มีรอบการชำระเงินและนโยบายการคืนเงิน

13

คุณเอกราช ศาลยุติเดช บริษัท Pay Solution

  • พร้อมกับช่วงพิเศษ อัพเดทเทรนด์ในอุตสากรรมการเงินการธนาคารกับe-Commerce ในยุคลูกค้าดิจิตอลและนวัตกรรมทางการเงินออนไลน์ K-Cyber for SME” โดย  คุณเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้บริหารฝ่ายบริหารช่องทางธุรกิจดิจิทัล ธนาคารกสิกรไทย เผยนวัตกรรมเอาใจชาว SMEs เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในธุรกิจ พลิกโฉมหน้าการทำธุรกิจ ติดอาวุธผู้ประกอบการไทย

14

คุณเจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้บริหารฝ่ายบริหารช่องทางธุรกิจดิจิทัล ธนาคารกสิกรไทย

  • “ถ้าจะให้สรุปสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ทั้ง ในประโยคเดียว  กลยุทธ์ทางการตลาดด้วยราคา กำลังจะเป็นอาวุธหลักในปีนี้ แต่เป็นราคาในแบบ ที่เฉพาะบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมากขึ้น ลูกค้า  – ต้องการรู้สึกถึงความสำคัญของเขา มุมธุรกิจ  – เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้นักการตลาดกำลังพยายามข้ามพรมแดนสุดท้าย  ที่ไม่ใช่ประเทศ  ซึ่งทำได้ถ้ามี  Big Data” คุณพัทยา อุประ

DSC_6173

คุณพัทยา อุประ

  • ปิดท้ายด้วยการเสวนาด้าน e-commerce  ภายใต้หัวข้อ  โกยเงินล้านด้วย e-commerce กับสุดยอดเทคนิคจากกูรูผู้คร่ำหวอดใน  คุณสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์ สบาย จำกัด  ,คุณทิวา ยอร์ค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด ( Kaidee ) , คุณวรรณา สวัสดิกูล  จาก ประธานกรรมการบริหารฝ่ายธุรกิจออนไลน์   บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส)  และ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ดำเนินรายการ มาแชร์ประสบการณ์ในวงการe-commerce ที่การแข่งขันกำลังร้อนแรงพร้อมเผยว่า”ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีการแข่งขันที่สูงมาก เราจะต้องมีการพัฒนาให้แข่งขันกับต่างชาติได้, การใช้โทรศัพท์มือถือก็จะยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้น, คนจะหันมาใช้งานออนไลน์เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น

 

15

คุณสมหวัง เหลืองไพพูลญ์ศรี, คุณทิวา ยอร์ค, คุณวรรณา สวัสดิกุลและคุณภาวุธ


ก่อนจะจากกัน….เรายังมีอีก ‘ทีเด็ด’ ให้ชมกัน นั้นก็คือของที่ระลึกสุดเก๋ในงาน

Thailand Digital & E-Business Trends 2015

5

……จะเห็นได้ว่าทั้งวิทยากรและผู้เข้าร่วมงานใส่ผ้าขาวม้าเต็มไปหมด ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าคนไทยหรือแบรนด์ไทยเองก็เก๋ไก๋ระดับโลกได้ไม่ต่างกับแบรนด์ต่างชาติเลย เพียงแค่คุณรู้จักปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับการตลาดในยุคปัจจุบัน

สามารถติดตามชมภาพบรรยากาศงาน และ ดาวน์โหลดเอกสารประกอบคำบรรยายภายในงานได้ที่ www.efrainc.com/tdet2015

5 เคล็ดลับง่ายๆ ในการสร้าง Profile LinkedIn แบบมืออาชีพ

“จงระวังสิ่งที่คุณจะโพสบน Social Media”

คุณน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาก่อนว่าในสังคมปัจจุบัน คุณจะต้องระวังสิ่งที่คุณกำลังจะโพสลงบน Twitter หรือ Facebook ที่ทุกคนสามารถเห็นสิ่งที่คุณโพสได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการหางานใหม่หรือเป็นตัวแทนพนักงาน นั่นคือสิ่งที่ LinkedIn มีให้บริการ

มีผู้คนจำนวนมากที่กำลังดูโปรไฟล์ของคุณอยู่ ถ้าคุณกำลังจะมองหางานที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวคุณเอง อาจจะมีบริษัทที่คุณกำลังมองหาอยู่โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงลูกค้าที่คาดหวังไว้หรือคู่ค้าทางธุรกิจ

การทำให้โปรไฟล์ของคุณดูดี มันอาจจะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพหรือไม่? หรือควรจะต้องทำอยู่แล้ว? มีอยู่ 5 สิ่งที่คุณควรจะทำบน LinkedIn เพื่อทำให้โปรไฟล์ของคุณดูโดดเด่น ไม่เพียงแต่แสดงถึงว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ แต่มันแสดงถึงความเป็นมืออาชีพด้วย

 

  1. เข้าร่วม Groups

– อาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อไปหน่อยสำหรับการสลับสับเปลี่ยนจำนวนสมาชิกภายใน Groups แต่มันจะช่วยให้คุณได้รับการเตือน นี้อาจเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งอย่างน้อยคุณควรจะเข้าร่วมกลุ่มอย่างน้อย2-3กลุ่ม โดยอาจจะเริ่มจากกลุ่มสมาคมศิษย์เก่าของคุณซึ่งคุณมีบางอย่างที่สามารถเข้าร่วมกับสมาชิกทั้งหมดได้อยู่แล้ว ส่วนในกลุ่มอื่นๆอาจจะเป็นกลุ่มของอุตสาหกรรมซึ่งกลุ่มเหล่านี้ควรจะเป็นกลุ่มที่คุณต้องให้ความสนใจมากที่สุด

  1. เพิ่ม Keywords และ Links

– คุณสมบัติใน Portfolio ของคุณ ที่แสดงถึงประสบการณ์การทำงานของคุณจะช่วยให้คนที่สำรวจการทำงานของคุณมีความสนใจมากขึ้น โดยจะต้องมีเนื้อหาในLinkของคุณที่เป็นต้นฉบับและเกี่ยวข้องกัน เช่น Blog posts และ Youtube videos ซึ่งนี่คือสิ่งที่อุตสาหกรรมต้องการ แต่ใน Portfolio ของคุณควรบ่งบอกถึงทักษะและความสามารถของคุณด้วย

  1. ใส่ใจในรายละเอียดกับส่วนข้อมูลสนับสนุน  (Rec)

– นักเขียน Forbes, William Arruda กล่าวว่า การสนับสนุนที่มีอยู่อย่างจำกัดใน5อันดับแรกของทักษะที่คุณมีที่ทำให้คุณดูโดดเด่น ไม่เพียงแต่การรองรับทักษะของผู้คนทั่วไปเมื่อคุณได้เห็นเขาเหล่านั้นเป็นการส่วนตัว

– ข้อเสนอแนะของคุณไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่ามีเพียงแค่2อันดับแรกที่ปรากฎอยู่บนหน้าเพจของคุณ ซึ่งคุณจะต้องแน่ใจว่าคุณยอมรับในข้อเสนอแนะที่ดีที่สุดของคุณอยู่

  1. สร้างเพจส่วนตัวของคุณเอง

– ตามที่William Arrudaกล่าว เพจLinkedIn ของคุณไม่ใช่Resume และควรมีการใช้คำพูดที่นุ่มนวล ซึ่งหมายความว่าคุณเป็นคนแรกที่ได้ใช้และมีการแชร์ความเห็นลงในที่ที่เหมาะสม ซึ่งนี้จะช่วยให้เชื่อมต่อกับบุคคลอื่นๆได้

-ให้เก็บเป้าหมายผู้ที่เข้ามาชมโปรไฟล์คุณไว้และพูดออกมาอย่างตรงๆ อย่าไปกลัวที่จะรวบรวมKeywordsในสรุปของคุณ อย่างไรก็ดี Keywordsเหล่านี้จะช่วยให้ค้นหาผลลัพธ์ได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณยังไม่ได้เพิ่มลงในสรุปในหน้าเพจของคุณ สามารถดูได้จากภาพข้างล่างนี้

 

bh5Qp048_820x351.png-600x351

คลิปที่ “View More” ปุ่มสำหรับดูหน้าอื่นๆในเพจของคุณ

ทั้งนี้คุณยังสามารถเพิ่มในส่วนของรางวัลที่เคยได้รับมา ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าคุณเยี่ยมแค่ไหน และอาจได้รับการยอมรับในการทำงานของคุณเองด้วย อีกทั้งยังสามารถนำไปคุยโวเกี่ยวกับตัวคุณเองได้

อีกประการหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่จะช่วยทำให้มั่นใจว่าภาพถ่ายหน้าตรงที่จะเอาไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ของคุณ จะช่วยดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาสนใจในเนื้อหาของคุณได้

Link Humans แนะนำสำหรับURLส่วนตัวของคุณเพื่อเพิ่มรายละเอียดในโปรไฟล์บนResumeหรือธุรกิจของคุณ

 

The new link ending should make sense and include your name. Something like “sdawgsupersysko” isn’t gonna fly with employers, or honestly, anyone. It should be short, sweet, and easy to remember.

When viewing your public profile, look to the left hand side for a box that says “Your Public Profile URL”. Once edited looks like this:

LinkedIn URL

  1. อัพเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ

–  LinkedIn Profileของคุณจะเป็นตัวแทนในสิ่งที่คุณเคยทำและที่คุณเคยทำงานอยู่ ถ้าคุณจะทำสิ่งหนึ่งในรายการนี้ ควรที่จะเก็บข้อมูลประวัติส่วนตัวของคุณที่ทันสมัยซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายๆที่ ไม่ต้องใช้สมองมากนัก

– LinkedIn จะให้คุณมีพื้นที่มากมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคุณ นี่เป็นวิธีที่ดีที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของคุณโดยไม่ต้อง พยายามที่จะจำกัดตัวเองเหมือนกับบนประวัติส่วนตัว

– การศึกษา ประสบการณ์ และสิ่งจำเป็นสำหรับการสมัครงานของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการปรับปรุง การหางานและระบบเครือข่ายเป็นสิ่งที่ยาก แต่การทำให้แน่ใจว่าโปรไฟล์ของคุณเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้ว่าคุณไม่ได้กำลังมองหางานชั่วคราวใหม่ก็ตาม LinkedIn เป็นทรัพยากรที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้าที่เป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่จะทำให้เป็นมืออาชีพที่ดี ผู้คนต้องการมอบความรู้สึกเชื่อมต่อให้เข้าถึงกับคุณและคุณต้องการให้ความ เคารพคุณ เคล็ดลับเหล่านี้ทำให้ขึ้นในการจัดการ

 

ห้ามพลาด!! กลยุทธ์สุดฮอตที่น่าจับตามองในปี 2015

 

ที่มาบทความ : What’s Your Strategy for Being Found in 2015? by Richard Sink

 

สถานการณ์ปัจจุบันของตลาดการซื้อขายทั่วโลก เจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นต้องการความช่วยเหลือในเรื่องการดึงดูด และรักษาลูกค้า ความท้าทายคือ ธุรกิจส่วนใหญไม่รู้ว่าจะใช้ระบบหรือกระบวนการ หรือแม้แต่วิธีการอะไรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันจึงเกิดไอเดียขึ้นมาว่า “เราควรมีบัญชีผู้ใช้ของ Social Media ในแต่ละตัวหรือเปล่านะ?” “เราควรมีเว็บไซต์ของบริษัทรึเปล่า?” เราควรที่จะจ้างคนมาดูแลธุรกิจออนไลน์หรือไม่?”

เพื่อช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นสามารถสร้างสถานะออนไลน์ได้ Googleได้ใส่ชุดวิดีโอที่เรียกว่า”สร้างธุรกิจออนไลน์ของคุณ (Build Your Local Business Online)” ซึ่งนำโดยทีมนักพัฒนาของGoogle “Maile Ohye” 6ขั้นตอนของชุดนี้สามารถสรุปขั้นตอนขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินการโดยผู้ประกอบการได้ ซึ่งตัววิดีโอจะอธิบายวิธีที่จะสร้างเป้าหมายทางธุรกิจ วิธีเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจและหาลูกค้าออนไลน์ อีกทั้งยังมีแนวทางที่จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจดำเนินกลยุทธ์ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่เพื่อทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในตลาดออนไลน์

 

เรื่องเด่น ประเด็นร้อน

 

[youtube_sc url=”http://youtu.be/TUOyHUFhHK4″%5D

ในวิดีโอเบื้องต้นนี้ ได้ระบุไว้ว่าเจ้าของธุรกิจจะรู้ถึงวัตถุประสงค์ของชุดวิดีโอนี้ว่าคืออะไร เพื่อแนะนำให้ว่าสามารถสร้างธุรกิจออนไลน์ได้โดยในการเริ่มต้น ผู้ประกอบการควรที่จะระบุวิธีการที่จะค้นหาลูกค้าและเลือกธุรกิจที่จะทำก่อน ซึ่งอาจจะมีการค้นหาได้จากที่บ้านโดยใช้คอมพิวเตอร์หรือจะใช้สมาร์ทโฟนก็ได้ ตามการวิจัยที่ผ่านมาโดยGoogleระบุไว้ว่า

85% ของผู้ใช้Smartphone จะค้นหาข้อมูลท้องถิ่น

81% การดำเนินการมีผลมาจากการค้นหาข้อมูล

40% ถูกเข้าชมโดยผู้คน

35% ถูกเรียกว่าเป็นธุรกิจหลังจากมีการค้นหาข้อมูล

ทั้งนี้ Maile Ohye ได้บอกว่าไม่มีความจำเป็นสำหรับธุรกิจที่จะต้องมีเว็บไซต์ตราบเท่าที่มีหน้าเพจ Social Media  ช่องทางการติดต่อ และจุดยืนที่โดดเด่นตามเพจรีวิวสินค้าอยู่แล้ว แต่ให้คิดไว้ว่าการสร้างสินทรัพย์ทางดิจิตอลของคุณเป็นในลักษณะเช่า พวกเขาเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจได้ตามใจต้องการ

ในทุกวันนี้มีทางเลือกมากขึ้นมากมายกว่าเดิมที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงธุรกิจออนไลน์ได้ มีทั้งSocial media, local listing, เว็บไซต์รีวิว และส่วนใหญ่ในช่องทางออนไลน์สามารถเข้าถึงได้โดยใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้คนสามารถมองหาธุรกิจที่ต้องการได้ทันที

 

– ตรวจสอบธุรกิจของคุณ เพิ่มมูลค่าและเป้าหมายออนไลน์

 

[youtube_sc url=”http://youtu.be/gzVMeXI94h0″%5D

คลิปนี้จะพูดถึงเกี่ยวกับการกำหนดธุรกิจ “Value-Add” Value-Addอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมลูกค้าเลือกธุรกิจเฉพาะที่เหนือกว่าคู่แข่ง การทำให้ธุรกิจไม่ซ้ำกันคืออะไร? ทำอย่างไรให้ธุรกิจดีกว่าคู่แข่ง? เมื่อเจ้าของธุรกิจได้ระบุValue addไว้ เขาสามารถนำมารวมในonline marketing campaignได้

ในขณะที่ส่วนใหญ่เจ้าของธุรกิจมักจะเพิ่มพูนรายได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่สำหรับบางรายอาจให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าหรือการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจที่จะต้องรู้เป้าหมายทางการตลาดอีกทั้งยังจะช่วยผลักดันทุกสิ่งอย่างที่ได้วางแผนที่จะทำ เพื่อธุรกิจออนไลน์ของพวกเขาเอง สุดท้ายเจ้าของธุรกิจต้องรู้อะไรคือการกระทำของลูกค้าที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจหมายถึงตัวธุรกิจเองหรือการเข้าชมของคนออนไลน์เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ

 

– การค้นหาลูกค้าที่มีศักยภาพ

 

[youtube_sc url=”http://youtu.be/0v4kjPtEgxQ”%5D

ณ จุดนี้เจ้าของธุรกิจควรเข้าใจว่าลูกค้ามีการมองหาธุรกิจอย่างไร ซึ่งเรียกว่า “Customer Journey” แม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องการใช้อินเทอรเน็ตในการค้นหาสินค้าหรือบริการเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นลูกค้าอาจจะเริ่มต้นด้วยการดูธุรกิจในเว็บไซต์เช่นเดียวกับYelpหรือMaps apps ลูกค้าโดยทั่วไปกำลังมองหาคำแนะนำจากคนอื่นๆในFacebookหรือLinkedIn ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก

 

– การดำเนินการขั้นพื้นฐานและBest Practices

[youtube_sc url=”http://youtu.be/5EjjTxDVh5M”%5D

หลังจากได้มีการระบุValue-Add, เป้าหมายออนไลน์และลูกค้า ในคลิปนี้จะโฟกัสไปที่กลยุทธ์การดำเนินการในธุรกิจออนไลน์และการดึงดูดลูกค้า ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเริ่มตั้งค่าบัญชีในช่องทางออนไลน์ที่รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับลูกค้า

Highlightบางส่วนของBest practicesถูกกล่าวถึงโดย Ohyeที่บอกถึงตำแหน่งในธุรกิจออนไลน์ของเขา

– อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า

– หลีกเลี่ยงการCopyจากเว็บไซด์หนึ่งไปอีกเว็บไซด์หนึ่ง

– จดจำรายละเอียดการล็อคอินและการสร้างPasswordยากๆสำหรับแต่ละช่องทางออนไลน์

– ถามเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่รักในSocial media หรือประวัติออนไลน์หรือข้อเสนอแนะ

 

– สร้างความแตกต่างของธุรกิจของคุณจากการแข่งขัน

[youtube_sc url=”http://youtu.be/lIXs4LdCISY”%5D

วิดีโอชุดนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขามีความแตกต่างจากการแข่งขันทางธุรกิจ ในขั้นตอนนี้ต้องใช้การวิจัยธุรกิจเล็กน้อย ซึ่งในขั้นตอนแรกจะต้องระบุคู่แข่งและตรวจสอบกิจกรรมออนไลน์ของพวกเขาก่อน และดูว่าพวกเขามีการใช้Google+หรือไม่? มีการใช้Yelpหรือไม่? และมีการใช้Websiteหรือไม่? องค์กรต่างๆควรทำความเข้าใจในกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของคู่แข่ง การทำอย่างนี้เพื่อเก็บเอาไอเดียดีๆ และเปรียบเทียบภายในอุตสาหกรรมของตัวเอง

 

-ดึงดูดลูกค้าบนออนไลน์แบบองค์รวม

[youtube_sc url=”http://youtu.be/VmM4od_bGu8″%5D

ในขั้นตอนสุดท้ายนี้ จะโฟกัสไปที่การสร้างสถานะออนไลน์แบบองค์รวมซึ่งหมายความว่า ลูกค้าที่มีศักยภาพจะเป็นตัวนำทางได้ดีและอย่างง่ายดายในช่องทางธุรกิจไปสู่อื่นๆ ที่สำคัญช่องทางออนไลน์เหล่านี้อาจจะถูกพบบ่อย ซึ่งอาจมีการทำการเชื่อมต่อคล้ายๆกัน และมีข้อมูลสารสนเทศไปยังเครือข่ายต่างๆเช่นGoogle+, Facebook, Pinterest and LinkedIn.

เจ้าของกิจกา่รห้ามพลาด!!! 5 ไอเดียพื้นฐานการทำการตลาดบนอินเทอร์เน็ต (ตอนที่ 1)

ที่มา : 5 Basic Internet Marketing Ideas for Entrepreneurs

entrepreneur-online-mba-degrees

 

เปิดปีใหม่มานี้ หลายคนคงวางแผนลองอะไรใหม่ๆ วางแผนชีวิตกันสินะครับ สำหรับบทความในต้นปีนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ใหม่มากสำหรับเรื่องการตลาดบนอินเทอร์เน็ต แต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่จะมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณครับ

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง หรือแม้แต่ธุรกิจที่กำลังจะต้องพลิกชะตาธุรกิจว่าจะรอดหรือไม่รอดกันแน่ แนวความคิดต่อไปนี้จะช่วยคุณได้ บทความนี้จะสมมุติให้คุณนำเสนอสินค้า หรือบริการ โดยจะโปรโมทเพื่อกิจการของตนเองหรือ โปรโมทเพื่อแบรนด์ของบริษัทคุณก็ได้

นอกจากตัวคุณเองที่จะต้องพัฒนาแล้ว สิ่งสำคัญที่คุณต้องสร้างขึ้นมาคือ “แผนการทำงาน”  เพื่อบริหารเวลา และเงินอย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะทำด้วยตัวคุณเองคนเดียว หรือ ทำร่วมกับหุ้นส่วนของคุณ สิ่งที่น่าสนใจคือ คุณสามารถบริหารเวลาได้มากขึ้น โดยจ่ายเงินให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนทำ แต่คุณเป็นคนควบคุม และสั่งการเท่านั้น

สิ่งที่คนทำธุรกิจลืมคือ คุณมีเวลาจำกัดซึ่งไม่เพียงพอที่จะทำทุกอย่างได้หมด —ใช้มันอย่างชาญฉลาดถ้าคุณต้องการจะประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจ

 

งานแรกก่อนที่จะวางแผนคือ ทำความเข้าใจกับ keyword ของคุณซะก่อน – คำหรือประโยคไหนที่ผู้คนมักใช้ในการค้นหาคุณจากเครื่องมือค้นหาต่างๆ (search engine ) ลองนั่งทบทวนสักชั่วโมง และ เริ่มต้นค้นหา(เริ่มจาก Google)ด้วยสินค้า และบริการจริงๆที่คุณนำเสนอ จากนั้นไปดูเว็บไซต์ของคู่แข่ง และดู keyword ที่พวกเขาใช้ (ไปที่Tools, View Source, search for “keywords”)

จากนั้นคุณควรใช้คำ keyword เหล่านั้น และพยายามทำให้คุณเป็น 1 ใน 3 ของโฆษณาที่เป็น Top3 บน Google ads จากสถิติพบว่า ผู้คนส่วนมากจะมองเห็นจากลิสท์รายการ 2-3 อันแรกเพื่อตัดสินใจเข้าเว็บไซต์  ลองใช้ http://www.googlekeywordtool.com เว็บไซต์ที่ดีสามารถช่วยคุณเริ่มต้นจากข้อมูลพื้นฐาน จากนั้นล งเข้าhttp://adwords.google.com/keywordplanner สำหรับการวางแผนเพื่อลงเงินโฆษณา

จากนั้นไปที่ข้อมูลประชากรศาสตร์ของกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มที่คุณอยากให้เขาใช้สินค้า หรือ บริการของคุณมากที่สุด พวกเขาอายุเท่าไหร่ เพศ สถานะการแต่งงาน จำนวนรายได้ และที่อยู่ละแวกไหน  รวมถึงข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย คุณสามารถสมัครโฆษณาบน Facebook  และ Google Adwords เพื่อใช้เครื่องมือในการหาข้อมูล แยกประเภทเหล่านี้ได้ฟรี หากคุณได้เป็น Google Adwords Partner ทาง Google จะให้ข้อมูลประชากรศาสตร์จากบริการGoogle Consultant

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญน่ะหรอ ตอบเพื่อให้เห็นภาพคือ เราคงไม่่ขายครีมลดริ้วรอยให้คนที่เข้าคอร์สยกกระชับใบหน้ามาแล้วหรอกนะ หรือจะขายกับคนที่ไม่มีรายได้ก็คงยาก แต่คุณขายมันได้กับผู้หญิงอายุ 40 ถึง 60ผู้ที่อยู่แถวภาคใต้ที่มีแดดแรงๆ

นอกจากนี้เพื่อให้สินค้าและบริการของคุณขายได้ทั่วโลก!! คุณควรเพิ่มภาษาทีี่แตกต่างกันบนเว็บไซต์ (ไม่จำเป็นต้องมีแต่ภาษาใน Google translation เท่านั้น )

คุณไม่สามารถขายบริการทางการเงินไปยังคนที่ใช้ชีวิตโดยการจ่ายเช็คเงินสด และ คุณคงไม่อยากขายอสังหาริมทรัพย์ไปยังคนที่มีเครดิตทางการเงินที่ไม่ดี นีคือเหตุผลที่การตลาดบนอินเทอร์เน็ตตอบโจทย์มากกว่าการอาศัยแค่เครือข่ายลูกค้าเดิม หากคุณจะหากลุ่มเป้าหมายบนโดยการผ่านการโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ต การโพสบน Social Media หรือบทความออนไลน์ที่คุณเผยแพร่ คุณต้องรู้ก่อนว่าตามหลักแล้วกบุ่มเป้าหมายมองหาอะไรจากผลิตภัณฑ์ / บริการ และต่อมาอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องเลือกซื้อมัน

เมื่อคุณออกมาจากเครือข่าย คุณอาจจะต้องเริ่มคุยกับคนอื่นๆ แม้กระทั่งเพื่อนเก่าๆ แต่สิ่งที่แปลกคือคุณอาจลืมไปว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณโบกมือเรียกคนอยู่ในฝูงชนเพื่อรอให้คุนไปค้นหาพวกเขา

แม้ว่ากลุ่มเครื่อข่ายอาจไม่ใช้วิธีที่ดี (ในมุมมองของผู้เขียน) และนั่นเองคือเหตุผลที่ทำไมคุณต้องตรวจสอบรายการเงินที่ลงทุนไป กับเงินที่ได้กลับมา หากไม่มีรายได้ก็ไม่มีเงินที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ กลุ่มใน LinkedIn และ  Facebook นั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายโดยธรรมชาติ

อีกหนึ่งคำแนะนำที่ดีที่สุดที่ผู้เขียนมักจะได้รับคือ “จงเชื่อมโยงกับผู้เชื่อมโยง” หากคุณต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านเครื่อข่ายทางสังคม ให้เริ่มจากคนที่เป็น Top ของวงการนั้นๆ มองหาคนที่เป็นผู้เชื่อมโยงที่ดีที่สุด และทำให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับผลิคภัณฑ์หรือบริการของคุณ และเรียนรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาอยากได้เพื่อเป็นการตอบแทน คุณควรช่วยผู้อื่นโปรโมทธุรกิจของพวกเขาด้วย หากคุณต้องการความช่วยเหลือจากเขา

สร้างลิสท์รายละเอียดของสินค้า/บริการ เมื่อทางเขาร้องขอ คุณสามารถให้ข้อมูลแก่เขาได้ทันที และยิ่งไปกว่านั้น ลองโทรไปหา ชวนเขาคุยเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกัน หรือนัดหมายล่วงหน้าเพื่อป้องกันการลืมของพวกเขา

ดังนั้น คุณอาจจะเดาได้ว่าผมจะพยายามรักษาเวลาที่ออกจากออฟฟิศให้น้อยที่สุด  ผมพบว่าอินเทอร์เน็ตช่วยเพืิ่มประสิทธิภาพในการใช้เวลา ผมเริ่มต้นวันแต่เช้าตรู่ ท่ามกลางความเงียบเพิ่อทำงานของผมให้เสร็จ และพยายามทำงานให้ลุล่วงโดยไม่มีนัดหใายเลยจนกว่าจะบ่ายสามโมง ดังนั้นผมจะไม่ถูกขัดจังหวะ  มันค่อยข้างยากสำหรับการนัดพบตอนเช้า และกลับมามีสมาธิเพื่อทำงานทุกอย่างให้เสร็จ

ในครั้งหน้า เรามาดูกันนะครับว่า 5 วิธีที่เจ้าของกิจการทั้งหลายควรจะรู้นั้นมีอะไรกันบ้าง บอกใบ้ให้นิดว่าเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือทางการตลาดบนอินเทอร์เน็ต อาจจะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่ลองมองมันในมุมมองใหม่ๆ หรือมีเทคนิคใหม่ๆ มาอัพเดทกันในบทความหน้านะครับ

 

 

อำนาจบนโลก Social สิ่งสำคัญที่นักการตลาด Social Media ไม่ควรมองข้าม

ที่มา : The Importance of Social Authority in Social Media Marketing 

AUTHORITY

 

นักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนให้ความสำคัญกับขั้นตอนต่างๆในการทำการตลาดบน Social  Media  แต่การทำการตลาดบนช่องทาง Social Media ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จในทุกๆธุรกิจ ทุกคนมีเพจบน Facebook และเจ้าของธุรกิจที่พร้อมจะทุ่มงบโฆษณา เช่นเดียวกันกับในช่องทาง Twitter LinkedIn  MySpace และ ทุกๆคน Social Mediaที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่บริษัทที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดดังกล่างนั้นมีเพียงไม่กี่ราย

บริษัทที่ประสบความสำเร็จเข้าใจในสิ่งสำคัญ โดยที่ธุรกิจอีกกว่า 90% ไม่เข้าใจ  สิ่งนั้นคือ “อำนาจบนโลก Social Media ” ที่มีความสำคัญมากกว่าแค่การนำเสนอผ่าน Social Media  บริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จมักใช้เงินทางการตลาดที่สูงปรี๊ด!  และรวมถึงชั่วโมงการทำงานบนอินเทอร์เน็ตที่บริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จได้ทุ่มเทมากเกินไป เพื่อสร้างอำนาจทาง Social

อำนาจบนโลก Social Media คืออะไร

การมีอำนาจในโลกก social media อาจเหมือนกับการที่จริงจังกับกิจกรรมบน social media  การมีอำาจในsocial media authority หมายถึงคนทั่วไปมองคุณว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของคุณเอง สิ่งที่คุณพูดจะถูกติดตามโดย” tastemakers” และ “the king makers” ผู้ซึ่งต้องการรักษาความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าซึ่งมีมากพอที่จะทำให้คุณอยู่รอกในธุรกิจ สรุปได้ว่ายิ่งคุณมีอำนาจทาง Social Media มากเท่าไหร่ คุณจะลดความทุ่มเทในทำการตลาดบน Social Media น้อยลงเท่านั้น

ทำอย่างไรเราถึงจะมีอำนาจบน Social Media

ธุรกิจขนาดเล็กทั้งหลายควรให้ความสำคัญในการเพิ่มอำนาจบน Social Media ในแบรนด์ที่ตนเองเกี่ยวข้องอยู่  แม้ว่าคุณจะลงโฆษณาเพื่อโปรโมทบนเฟสบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ ในสิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดในอุตสาหกรรมของคุณ  แต่มันไม่ได้สร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น สิ่งที่คุณได้จากการสร้างอำนาจบนโลก Social Media คือความน่าเชื่อถือต่างหาก

อ่านเพิ่มเติม FREE และวิธีสร้าง Traffic เข้าเว็บไซต์ในราคาต่ำ

และอ่านฉบับหนังสือได้ที่นี่: http://mytoptier-business.com/maximum-traffic/

มีหลายวิธีที่เราจะสามารถเพิ่มอำนาจบนโลก Social Media ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลา และค่อนข้างน่าเบื่อ ดังนั้นวิธีการใดที่ทำได้โดยอัตโนมัติ สามารถทำได้โดยไม่ดูเสแสร้งจนเกินไป

ขั้นตอนแรก คุณควรนำเสนอตัวเองผ่าน Internet อย่างสม่ำเสมอ ทุกที่ๆบริษัทปรากฏอยู่ คุณก็ต้องไปปรากฏเช่นกัน นั่นแปลว่าคุณต้องเข้าไปฝังตัวตาม Webboard หรือ ในกรุ๊ปต่างๆบน Social เพื่อนำเสนอบริษัทของคุณเอง

ขั้นตอนที่สอง คุณควรมีข้อมูลว่าตอนนี้ผู้คนกำลังค้นหาหรือ ต้องการอะไร เมื่อคุณสร้างบัญชีใน Social Media ของคุณแล้ว ลองซุ่มอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์เฉพาะกลุ่มหลายๆเว็บไซต์ บางทีคุณอาจจะได้ต้นแบบที่จะเป็นเป้าหมายต่อไปของคุณ คุณจะเรียนรู้แนวโน้มธุรกิจ และค้นพบว่า หากต้องการค้นหาสิ่งที่ผู้คนต้องการได้จากแหล่งข้อมูลไหน หากคุณคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในอุตสาหกรรมนั้นแล้ว คุณสามารถนำเสนอข้อมูลใหม่ๆที่น่าสนใจได้

ขั้นตอนที่สาม ทะลุเป้าหมายด้วยการทำ Guest Post (Guest Post: คือการไปเขียนบนความใน Blog ของคนอื่น บทความนั้นจะต้องใหม่และไม่ซ้ำกับของบน Blog คุณ) และเป็นผู้นำในด้านนี้ การ Guest blogging หรือ Guest Post เป็นวิธีการที่ดีที่คุณจะสามารถเป็นแนวหน้าในบรรดาเหล่าผู้นำเทรนด์ในอุตสาหกรรมของคุณ ไม่ใช่การอ้างชื่อในบลอกตัวเองเท่านั้น การทำการตลาดบน social media ของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากมันมีพื้นฐานมาจากบลอก และการทำ Guest Post นั้นถูกมองเป็นขั้นตอนต่อไปหลายๆอุตสาหกรรม

รายละเอียดในกลยุทธ์ข้างต้นต้องใช้เวลาและความพยายาม บางขั้นตอนอาจต้องจ้าง outsourced หรือใช้คนภายในเพื่อรับผิดชอบงานนี้ สุดท้ายนี้ จำไว้ให้ดีว่ามีหู ของผู้คน (หมายถึงอำนาจที่จะเข้าถึงใจกลุ่มผู้ฟัง) ย่อมดีว่ามีงบประมาณที่ไม่จำกัด

เกาะกระแส!!! รู้เทรนด์ก่อนใครกับ 25 แนวโน้ม ด้าน เทคโนโลยีในปี2015

เกาะกระแสรู้เทรนด์ก่อนใครกับ 25 แนวโน้ม ด้าน เทคโนโลยีในปี2015

ที่มาบทความ :  25 Technology Trends for 2015 – 2016

บทสรุปจากงาน CES 2015 (Customer Electronic Show)เกี่ยวกับเทรนด์ของเทคโนโลยในปีนี้ที่ทางผู้เขียน Brian Solis

ได้เขียนในบทความ  ได้สรุปได้ดังนี้

 

  1. ไว้อาลัยแด่ Social Media 1.0ที่ตายไปแล้ว

Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัล   การทำการตลาดแบบ Real-time และ content marketing เริ่มสร้างความพึงพอใจ และ พกพาสะดวกมากขึ้น Social Media กลายเป็นจุดเชื่อมโยงหลักสำหรับการส้รางประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า Social Media เชื่อมโยงระหว่างขั้นตอนของ” Zero Moment of Truth” ช่วงเวลาที่ลูกค้าหาข้อมูลชองสินค้าหรือบริการก่อนการตัดสินใจซื้อ และ “Ultimate Moment of Truth” ช่วงเวลาที่ลูกค้าถ่ายทอดประสบการณ์การใช้สินค้าผ่านช่องทาง Social  ดังนั้น Social Media 1.0 หรือการสร้าง Social Media ขึ้นมาเพื่อโฆษณาสินค้าเพียงอย่างเดียว ได้ตายไปแล้ว จงทำให้ Social Media ของคุณมีชีวิต

mkt1

  1. อนาคตในเรื่องของการค้นหาข้อมูลต่างๆและ Search Engine Marketing

มากกว่า88%ของลูกค้าได้รับอิทธิพลมาจาก ผู้ใช้งานคนอื่นๆ เช่นการแสดงความคิดเห็นออนไลน์  อีกทั้งลูกค้ายังมีพฤติกรรรมเริ่มต้นค้นหาจากที่ต่างๆ เช่น Youtube, Pinterest หรือในApplicationต่างๆโดยตรง

  1. Messaging apps จะกลายมาเป็น Social Media แบบใหม่
  2. ในเอเชียและคู่แข่งอื่นๆในต่างประเทศ จะมีการแข่งขันกันในเรื่องของส่วนแบ่งผลกำไรและจะมีการผลักดันในเรื่องของ Massaging ให้ก้าวไปข้างหน้า
  3. หน้าต่างการแจ้งเตือนจะเป็นลักษณะชั้นบางๆ เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงที่รวดเร็ว
  4. นวัตกรรมของจีนจะส่งผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาทั้งภายนอกและภายใน
  5. The Internet of Things เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นความยุ่งเหยิงที่สวยงาม จนกระทั่งมันกลายเป็น the Internet of Everything โดยในปี 2020 จำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตคาดว่าจะเกิน 40 พันล้าน
  6. อุปกรณ์ไฮเทคที่สวมใส่ได้จะพยายามเข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราในทุกๆวัน

The Apple watch จะสร้างปรากฏการณ์ตอกย้ำเทรนด์ของ “Wearable” ซึ่งมันครอบคลุมไปทั้ง อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมด  แต่ส่วนใหญ่มักจะมีจุดประสงค์เดียว , ซ้ำซ้อน เฉลียวฉลาด หรือ เป็นแบบเรียบง่ายแต่ไร้ประโยชน์ สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือ killer app หรือ Application  เฉพาะรุ่นที่มีเฉพาะบาง Device สามารถชูจุดขายได้เป็นอย่างดี

9) การทดลองเทคโนโลยีเสมือนจริง(Vertual reality) ด้วย Application เฉพาะทาง สำหรับลูกค้า และตลาดธุรกิจ

 

  1. มุ่งเป้าไปที่กลุ่มวัยรุ่นในยุคGeneration Z มักจะมองเรื่องของโทรศัพท์เป็นอันดับแรก

11.Youtube, Vine, etc., ถูกขนานนามว่าเป็น New Hollywood

Youtubers, Viners และระบบการเงินจะช่วยสนับสนุนในนึกถึงHollywood ในช่วงต้นยุค1900 ที่ทำให้เด็กๆส่วนใหญ่สามารถรู้ชื่อของดาราที่ตนชื่นชอบได้ และสามารถค้นหาภาพยนตร์เก่าๆ เพลงดังๆในอดีต เพื่อดึงดูดความสนใจในการหาวิธีการใหม่ในเรื่องของการโฆษณาและเนื้อหาต่างๆ

  1. การรักษาความปลอดภัยในโลกCyber เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยป้องกันเหตุต่างๆ #sonygate
  2. บางบริษัทยังคงเชื่อว่าในโลกอินเทอร์เน็ตไม่ควรเปิดเผยในเรื่องของผลกำไรต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆได้
  3. Music Streaming ยังคงมีอยู่เพื่อทำลายธุรกิจเพลงและงานศิลป์ต่างๆ
  4. Wall Street กลายเป็นผู้มีอิทธิพลอีกแบรนด์ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับลูกค้า
  5. โครงสร้างเงินทุนในฝูงชนเกิดการหยุดชะงักในทุกที่
  6. 163 สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินแบบดิจิตอลมีการไหลเวียนอยู่ใน Bitcoin ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แม้ว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจะลดลง
  7. การชำระเงินผ่านมือถือ ในช่วงปลายของปี2013 เพียง6%ของอเมริกาได้มีการชำระเงินในร้านค้าโดยการสแกนหรือแตะสมาร์ทโฟนที่จุดชำระเงิน ซึ่งต่อไปจะขึ้นเป็น8% ทางบริษัทAppleได้มีการแนะนำว่า Apple Pay จะช่วยผลักดันให้อัตราเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นได้ และเกือบ15%ของลูกค้าStarbucksจะมีการชำระเงินผ่านมือถือ และเกือบ60%ของผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนมักจะชำระเงินผ่านมือถือซะส่วนใหญ่
  8. The Sharing Economy จริงๆแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเช่าและการกู้ยืมเงิน ซึ่งทุกๆอย่างจะกลายมาเป็น On-Demand
  9. องค์กรใหม่ที่มีการจัดการแพลตฟอร์มเพื่อเปลี่ยนการแข่งขันทางโลจิสติก
  10. สงครามไซเบอร์: การต่อสู้ทางการเมืองจะแสดงออกมาในมิติที่ 5
  11. ความเป็นส่วนตัวของคุณจะหมดไป : มันจะได้รับการซื้อขายรับเพื่อได้รับรู้การรักษาความปลอดภัยและยังเป็นสิ่งที่ดีกว่าประสบการณ์ของลูกค้า
  12. การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big data) และ beacons (อุปกรณ์ Hardware ที่เชื่อมเข้ากับ Smart Phone มักใช้ Tracking ในสถานที่ต่างๆ)จะเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าทั้งในโลกออนไลน์ , ใน Application และ ประสบการณ์ในร้านค้า ดังนั้นลองเปิดประตูบายใหม่ๆให้ลูกค้ามาสัมผัสกับแบรนด์คุณในแบบที่ต่างมุมมอง โดยปัจจัยที่คุณควรให้ความสำคัญมีดังต่อไปนี้

– จำนวนคนเข้าร้าน , ยอดผู้เข้าเยี่ยมชมออนไลน์ , ยอดเข้าเยี่ยมชมผ่าน Application

– ปริมาณ และ ความถี่ของการเข้าเยี่ยม พฤติกรรม และกิจกรรมที่เกิดขึ้น

– ความเชื่อมโยงกับแบรนด์

– สินค้าที่โปรดปราน

-ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ (เช่น เพศ อายุ)

– ตำแหน่ง (Location)

– การนำโปรแกรมสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ไปปรับใช้

– คุณภาพของบริการ การจัดคิว และ ยกเลิก Applicaition, หรือ Order สินค้า

– การวางแผนและจัดสรรทรัพยากร

 

mkt2

ตัวอย่าง Baecons : Hardware ที่เชื่อมโยงกับ Smartphone เพื่อส่งส่วนลดต่างๆให้กับลูกค้า โดยเชื่อมโยงผ่าน Bluetooth

 

Beacons นำเสนอโอกาสให้แก่บรรดาธุรกิจเพื่อจะสะสมข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ยังไม่ได้ประโยชน์  เช่น beacon hits and พฤติกรรมผู้บริโภค, ช่วงเวลาในการเช็คอิน ช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดในแต่ละวัน หรือสัปดาห์ จำนวนคนผ่านเข้าออกในแต่ละสถานที่ในแต่ละวัน  เป็นต้น ร้านค้าสามารถพัฒนาสินค้า การจัดสรรพนักงานในแต่ละฝ่าย การบริการ เป็นต้น

  1. Webrooming จะกลายเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยกว่า Showrooming (69% – 46% ตามลำดับ)

– Millennials (กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อแถมยังเป็นกลุ่มคนที่ใช้งานดิจิทัลมากที่สุด มีช่วงอายุประมาณ 14-32 ปี) ชอบใช้ Webrooming ซะส่วนใหญ่

– Amazon ยังคงเป็นอันดับ1ในการใช้ showrooming and webrooming

– การเชื่อมต่อแบบ Online และ Offline ใช้ประโยชน์จากทั้ง showrooming and webrooming

  1. การทำการตลาดเฉพาะทางกับผู้บริโภคจำนวนมาก และ ชุดโปรแกรมทางการตลาดแบบครบสูตรจะสร้างสนามการแข่งขันของผู้จัดจำหน่าย และเปลี่ยนวิธีคิดของแบรนด์

 

 

เคล็ดวิชาใช้ Video เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ SEO ของคุณติด Top ในหน้า Google

ที่มา : Using Videos to Improve Your SEO by Ben Theis

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมีหน้าที่ที่สำคัญมากในการเผชิญหน้ากับโลกธุรกิจ และสถานการณ์เศรษฐกิจ และค้นพบกับความท้ายทายที่หลากหลาย และโอกาสที่ธุรกิจใหญ่ไม่ได้ทันสังเกต ในขณะที่องค์กรใหญ่ใช้เงินหมดไปเป็นหลักล้านเพื่อหว่านโฆษณา แต่ธุรกิจเล็กๆใช้ประโยชน์จากการบอกแบบปากต่อปาก และ การวางแผนการตลาดที่รัดกุม พุ่งไปที่เป้าหมาย และควบคุมทิศทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน

 hifi-video-seo

วิชามาร- ธุรกิจขนาดเล็ก กับการทำ SEO

ในโลกของการทำ SEO กำลังจะเปลี่ยนไป และเจ้าของธุรกิจ SMEs ทั้งหลายอาจคิดไม่ถึงว่าพวกเขามีทรัพยากรหรือองค์ความรู้ที่ช่วยเพื่มประสิทธิภาพให้แก่การทำ SEO ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อแผนการตลาดของพวกเขา อย่างไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่ง่ายมากอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าคุณเพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO ของคุณได้ด้วยการเพิ่ม Video ลงใน Youtube   การทำ SEO ด้วย Video เป็นเครื่องมือที่คาดไม่ถึงแต่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มอันดับในการทำ SEO ได้อย่างรวดเร็ว และได้ผล

จากการศึกษาพบว่ากลุ่มผู้ใช้สินค้า หรือบริการ และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ มักตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นที่มองเห็นได้ เช่น วีดีโอสั้นๆ หรือ รูปภาพ มากกว่าบทความยาวๆ หรือ การโพสเนื้อหาว่าทำไมธุรกิจของคุณถึงเหมาะสมกับพวกเขา เพื่อสนองความต้องการของพวกเขาด้วยวีดีโอที่กระชับ ตรงประเด็น เพื่อเพิ่ม Engagemnt ของวีดีโอ และป้อนลูกค้าเข้าสู่ธุรกิจ SMEs ของคุณ

กลยุทธ์การตลาดที่รอบด้าน:

วีดีโอสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่สูง หรือ Production ที่อลังการ แต่การสื่อสารข้อความที่คุณต้องการส่งไปยังกลุ่มลูกค้า ด้วยความจริงใจผสมกับมุขตลก เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจทั้งหลายควรพยายามทำให้ได้มากที่สุด  วีดีโอ ประเภท How-to ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะโน้มน้าวให้ลูกค้าของคุณเห็นความสำคัญ หรือประโยชน์ ของสินค้า บริการ ที่คุณกำลังนำเสนอ การแชร์วีดีโอเหล่านี้ไปยังหลายช่องทาง เช่น Twitter  Youtube Facebook fanpage และช่องทางอื่นๆ สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าเป้าหมายที่ดูวีดีโอได้ดีพอกับการ Like Share และ Re-tweet

SMEs บางเจ้าอาจพบว่าการบริหาร YouTube channel อาจมากเกินกำลัง ,แต่การมีวีดีโอบน Youtube ที่อธิบายว่าธุรกิจของคุณคืออะไร และ บริษัทคุณมีความสามารถในด้านไหน จะช้วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำแผนการตลาดด้าน SEO ได้อย่างน่าทึ่ง!!

สิ่งสำคัญที่สุด:

แต่สุดท้ายแล้วการทำ SEO ที่ดี ไม่ใช่แค่การทำเนื้อหาบน Youtube หรือ วีดีโอที่ดีเท่านั้น แต่ส่วนผสมระหว่างการตลาดด้านออนไลน์ และ ออฟไลน์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันแสดงถึงการเข้าถึงของแบรนด์คุณบนโลกโฆษณาทั้งหมด (ออนไลน์ และออฟไลน์) ปัจจัยสำคัญคือการปรับปรุงคุณภาพของ การทำการตลาดผ่าน Video ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเชิง SEO  (ทำให้อันดับในการ Search ดีขึ้น) การเพิ่มเนื้อหาที่น่าสนใจผ่าน Social Media อื่นๆ และเพิ่มปริมาณลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเดิมให้ผูกพันกับบริษัท และสนใจกับสิ่งที่บริษัทของคุณทอยู่  ในที่สุด การกระจายของเนื้อหาและข้อมูลที่มีคุณภาพเพื่อติดปีกธุรกิจของคุณ อย่าลืมเอาไปใช้ เคล็ดลับเป็นยังไงมาบอกกันบ้างนะครับ 😀