เทคนิคและเครื่องมือทำงานที่บ้านช่วง ไวรัสระบาด

ช่วงนี้ไวรัส COVID 19 กำลังระบาด การอยู่รวมกัน อยู่ใกล้กันอาจจะทำให้เกิดโอกาสการติดได้ หลายบริษัทก็เริ่มมีมาตรการทำงานที่บ้าน (Work from Home) แต่การทำงานที่บ้านได้ เราจะมีเครื่องมืออะไรบ้าง ที่จะมาช่วยทำให้เราสามารถทำงานด้วยกันได้

อุปกรณ์และเครื่องมือ (Device)

  • คอมพิวเตอร์, Notebook, Tablet หรือ มือถือ คืออุปกรณ์สำคัญในการที่จะทำให้คนสามารถทำงานเชื่อมต่อด้วยกันได้ หากทีมไหนในบริษัททำงานด้วย Notebook ก็คงจะง่ายหน่อย เพราะสามารถยกกลับไปทำงานที่บ้านได้ แต่ถ้าบางทีมทำงานด้วย Desktop หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คุณอาจจะต้องเตรียมตัวได้หลายวิธี
    • เตรียม Notebook บริษัทไว้ให้ทีมเหล่านั้นใช้ (ถ้ามีคนเยอะอาจจะไม่พอ)
    • ให้ทีมงานใช้คอมพิวเตอร์ของตัวเองที่บ้าน (Own Device) ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่า คอมของทีมงาน มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการทำงานหรือไม่? ถ้าแรมน้อยไป บริษัทซื้อเพิ่มให้ก็ได้นะ เพราะเดียวนี้ แรมราคาไม่แพงเท่าไร
อ่านเพิ่มเติม

5 ขั้นตอนง่ายๆ ดึงดูดคนด้วย facebook advertising

เคยไหมคะเวลาขายสินค้าออนไลน์บางวันก็มีคนเข้ามาดูเยอะบ้าง น้อยบ้าง แล้วทำยังไงถึงให้มีคนเข้ามาดูมากขึ้นตลอดโดยเสียเงินน้อยที่สุด?

Plusible ขอบอกเลยนะคะว่าลง โฆษณาใน Social Media อย่าง Facebook จะได้ผลลัพธ์มากที่สุดเมื่อเทียบกับใน Social media อื่นๆเพราะจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนนั้นมีมากถึง 1.5 พันล้านคน ซึ่งสามารถเลือกเป้าหมายได้ว่าจะขายกับใคร เพียงแค่คุณมีเงิน 30 กว่าบาทก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้าเลยค่ะมาดูขั้นตอนต่างๆกันเลย >>>

1.กำหนดเป้าหมายทางการตลาด

ในหน้าแรกของเฟสบุ๊คเข้าไปที่ สร้างโฆษณา>ใส่ชื่อแคมเปญ>เลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาด

หลังจากนั้นก็ใส่ชื่อแคมเปญ และเลือกวัตถุประสงค์การตลาด

การเลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาดนี้เราเลือกจาก3 วัตถุประสงค์ทางการตลาด ซึ่งมี 3 ระดับตามความต้องการในการสื่อสาร การรับรู้ การพิจารณา และคอนเวอร์ชั่น


การรับรู้ คือ ทำให้คนรู้จักสินค้าเรามากขึ้น
การพิจารณา คือ หลังจากที่รู้จักแล้วนำสินค้าเรามาพิจารณา และหาข้อมูลเพิ่มเติม
คอนเวอร์ชั่น คือ ทำให้สนใจและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ

สามารถดูคำอธิบายของแต่ละวัตถุประสงค์เพิ่มเติมได้โดยเอาเมาส์ไปวางที่เครื่องหมาย i

2.กำหนดกลุ่มลูกค้าที่เราจะสื่อสารด้วย

ยิ่งเรากำหนดได้เฉพาะกลุ่มมากเท่าไหร่ยิ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจริงได้มากเท่านั้น
ซึ่งจำนวนลูกค้าที่ เข้าถึงได้ควรมีประมาณ 50,000-100,000 คน ต่อไปนี้คือหัวข้อในการทำให้กลุ่มลูกค้าเราแคบลงนะคะ

ความสนใจ: เวลาเลือกความสนใจของกลุ่มลูกค้าควรหลีกเลี่ยง ความสนใจทั่วไปที่ทุกคนสนใจเหมือนกัน แต่ควรเลือกสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนของกลุ่มลูกค้าเช่น ชอบสินค้าแบรนด์ เพลง หนังสือรวมถึงเฟสบุ๊คเพจ

ที่อยู่ : เลือกที่อยู่ของกลุ่มลูกค้าให้จำกัดลงโดยระบุ ประเทศ , เขต, แขวง, หรือรหัสไปรษณีย์

ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ ภาษาหรือใส่พฤติกรรมเฉพาะของกลุ่มลูกค้าได้

3.ระบุงบประมาณและตารางเวลา

ในงบประมาณเราต้องดูว่าเราจะจ่ายเท่าไหร่ในระยะเวลาอย่างไร มีให้เลือกรายวัน กับตลอดชีพ ถ้าระยะเวลารายวันจะต้องลงเงินในปริมาณเฉลี่ยต่อวันในจำนวนเงินเท่ากันที่คุณคิดว่าจะจ่าย

แต่ถ้าระยะเวลาตลอดไปคือการระบุจำนวนเงินทั้งหมดที่จะต้องจ่ายหลังจากนั้นก็ระบุวันที่เริ่มต้น และสิ้นสุดของการทำโฆษณาด้วยค่ะ

4.ออกแบบโฆษณาของคุณ


เลือกสื่อที่จะใช้สื่อสารกับลูกค้า เช่น รูปภาพเดี่ยว สไลด์รูปภาพ หรือวีดีโอถ้าในส่วนรูปภาพ ควรมีขนาด1200 🇽 628 พิกเซล

และเราสามารถเลือกรูปภาพเองจากไฟล์ของเราหรือทางเฟสบุ๊คกำหนดให้ก็ได้ ต่อไปนี้จะเป็นส่วนประกอบต่างๆของโฆษณานะคะ

  1. รูปภาพที่เราโพส ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการที่คนจะหยุดเลื่อนและเปลี่ยนมาคลิ้กแอดของเรา
  2. หัวข้อเรื่อง ควรเป็นข้อความที่จับความสนใจของผูุ้คนได้และบอกได้ว่านี่คือโฆษณาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งไม่ควรเกิน 25 ตัวอักษร
  3. ข้อความ ควรบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโฆษณาว่าคุณจะสื่ออะไรซึ่งไม่ควรเกิน 90 ตัวอักษร
  4. ปุ่ม call to action คือปุ่มที่เมื่่อคลิกแล้วจะนำพาไปสู่อีกเว็บไซต์นึงซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นaction ไหนเช่น “Buy now” “subscribe” “contact us”
  5. คำอธิบายลิงก์ ไว้สำหรับบอกที่อยู่ของลิงก์ และคำอธิบายของเนื้อหาในลิงก์นั้

โดยที่จะมีหน้าสำหรับการใส่ที่อยู่URL ,ชื่อที่เราแสดง URL และหัวข้อเรื่อง รวมถึง รายละเอียดการจ่ายเงินให้เขียนให้ครบถ้วน

นอกจากนี้เราสามารถดูมุมมองการใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆได้เช่น ในจอเดสก์ท้อป จอสมาร์ทโฟน รวมถึง ในหน้าแรกของโปรแกรม Instagram

5.ทำความเข้าใจกับรายงานผลโฆษณาในเฟสบุ๊ค

เลือกเฉพาะผลที่เราสามารถวัดได้ เช่นจำนวนลูกค้าเข้ามาเท่าไหร่ จำนวนการคลิ้ก รวมถึงรายละเอียดของลูกค้าเราว่าเค้ามีเพศอะไร อายุเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์ใดในการเข้าดู

จบไปแล้วนะคะกับ ขั้นตอนการใช้ Facebook Advertising ไม่ยากเลยใช่ไหมคะลองไปทำกันดูแล้วมาบอก Plusible ได้นะคะ

cr.Headway capital infographic

5 แนวโน้มการตลาดดิจิทัลที่น่าจับตามองในปี 2562

ทุก ๆ ปีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกมาเทคโนโลยีที่มีอยู่เริ่มมีความชาญฉลาดมากขึ้น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีอย่างรวดเร็ว ที่กล่าวว่าเป้าหมายของการตลาด – และการตลาดดิจิทัลโดยเฉพาะ นั้นเหมือนกันเสมอมา คือ การได้รับและดึงดูดความสนใจของผู้ชม การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือสิ่งที่คุณต้องให้ความสนใจและนั่นคือสิ่งที่คุณต้องใช้ในการยกระดับ นี่เป็นแนวโน้มการตลาดดิจิทัล 5 ประการสำหรับปี 2562:

flat lay photography of macbook pro beside paper

Photo by rawpixel.com on Pexels.com

1 ปัญญาประดิษฐ์

ทุกคนพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจ คิดว่า AI เป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาสามารถเข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบได้ดีขึ้นโดยผ่านข้อมูล คุณสามารถใช้ AI สำหรับงานต่างๆเช่นกำจัดฐานข้อมูลของคุณและให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ทีมของคุณ ตัวอย่างเช่นคุณสามารถใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อค้นหาลูกค้าที่มีลักษณะเหมือนลูกค้าที่มีอยู่ของคุณ หรือสแกนการสนทนาผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้คุณได้รับ Intel แบบเรียลไทม์กับคู่แข่งของคุณ

เอเจนซี่ของเราใช้ AI เป็นประจำทุกวัน ตัวอย่างเช่นเราทำงานกับโรงเรียนอนุบาล, ศูนย์รับเลี้ยงเด็กและศูนย์ดูแลเด็กเล็ก ๆ น้อย ๆ ในความพยายามที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโต ในการลงทะเบียนเราต้องการผลักดันกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม จะมีวิธีใดที่ดีกว่าในการค้นหาโอกาสที่เหมาะสมกว่า ด้วยการวิเคราะห์การลงทะเบียนปัจจุบันและที่ผ่านมา เราดาวน์โหลดข้อมูลลูกค้าและใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อระบุรหัสไปรษณีย์และพื้นที่ใกล้เคียง ที่เราควรกำหนดเป้าหมายและแม้แต่คุณลักษณะที่ผู้ปกครองมีร่วมกัน ในอดีตการวิเคราะห์นี้ใช้เวลาหลายวัน

  1. Chatbots

แนวโน้มการตลาดดิจิทัลปียังคงพัฒนา ด้วยเหตุผลบางอย่างธุรกิจต่างๆจึงใช้งาน chatbots ได้ช้ากว่าที่คาดไว้ แต่ภายในปี 2565 คาดกันว่า chatbots จะช่วยให้ธุรกิจประหยัดได้มากกว่า $ 8 พันล้านต่อปี

Chatbots สามารถช่วยงานบริการลูกค้าและเชื่อมโยงกับระบบต่างๆของคุณเพื่อตอบคำถามลูกค้าซ้ำ ๆ เช่น: “แพคเกจของฉันจะถูกจัดส่งเมื่อใด” “นัดของฉันเวลากี่โมง” “คุณอยู่ที่ไหน?”

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บอทเพื่อสร้างโอกาสในการสร้างตารางนัดหมายการขายและช่วยในการซื้อ ฉันเพิ่งตั้งค่าบอทเพื่อช่วยลูกค้าปิดสินเชื่อรถยนต์ โดยไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์ มันถามคำถามทั้งหมดที่มนุษย์จะถามและได้รับการออกแบบให้รวมอิโมจิเพื่อให้การสนทนาเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ในการตัดสินใจว่าจะลงทุนบอทหรือไม่ ลองคิดดูว่าคุณต้องการใช้บอทสำหรับบริการลูกค้าหรือเพิ่มกำลังการขายหรือไม่ จากตรงนั้นคุณสามารถพาตัวเองไปสู่เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเป้าหมายของคุณ

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือ chatbots ไม่ได้หมายถึงการแทนที่การสนทนาของมนุษย์ที่ซับซ้อน พวกเขาสามารถช่วย แต่พวกเขายังคงพัฒนาและปรับปรุง

  1. ลำโพงอัจฉริยะและเสียง

Alexa เราถามคำถามมากมายเกี่ยวกับอุปกรณ์ (สิ่งที่ต้องทำสูตรและอื่น ๆ ) และสั่งซื้อสินค้าในไม่กี่วินาที ฉันเชื่อว่าเสียงจะยังคงเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต

ในการใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ ฉันขอแนะนำให้ปรับเว็บไซต์ของคุณเพื่อการค้นหาด้วยเสียง ในการทำเช่นนี้ คุณต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าของคุณกำลังค้นหา โปรดทราบว่าการสืบค้นด้วยเสียงเป็นการสนทนาที่ยาวนานขึ้น มีโอกาสค้นหาร้านอาหารจะไม่พูดว่า: “Alexa ร้านอาหาร” แต่บางสิ่งเช่น: “Alexa ร้านอาหารที่ให้บริการอาหารเย็นตอนนี้หรือไม่”

ขั้นตอนที่สองคือการรวมคำถามและวลีเหล่านั้นไว้ในเว็บไซต์ของคุณ สร้างส่วนคำถามที่พบบ่อยและตอบคำถามเหล่านั้นทั้งหมดที่คุณค้นพบ คุณสามารถเขียนบทความบล็อกในหัวข้อและคำถามต่าง ๆ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการรวมวลีนั้น ๆ หากคุณปรับให้เหมาะสมสำหรับ “ร้านอาหารที่ให้บริการอาหารเย็นในตอนนี้” คุณสามารถเขียนเนื้อหาที่กล่าวว่า “เราให้บริการอาหารเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 22.00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์” สิ่งนี้จะได้รับและช่วยให้คุณสามารถอันดับที่สูงขึ้นด้วยการค้นหาด้วยเสียง

  1. การตลาดผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

ในขณะที่การตลาดแบบมีอิทธิพลไม่ใช่เรื่องใหม่ การมุ่งเน้นไปที่ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นคือ หากคุณไม่ได้เป็นแบรนด์ระดับโลกหรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โอกาสทางการตลาดของคุณส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับท้องถิ่น ในขณะที่มัน “เจ๋ง” สำหรับผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีชื่อเสียงในการรับรองผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณให้กับแฟน ๆ นับล้านของโซเชียล พวกเขาสามารถมีอายุสั้น ลองร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นและรวบรวมแคมเปญและการส่งเสริมระยะยาว ทำรายชื่อผู้มีอิทธิพลสูงสุดในตลาดของคุณ ลองดูพอดแคสต์, Facebook, Twitter, YouTube, Snapchat, Instagram และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ติดตามพวกเขาก่อนและเรียนรู้เกี่ยวกับพวกเขาและแบรนด์ของพวกเขา จากนั้นติดต่อกับข้อความที่ไม่เป็นทางการและเริ่มการสนทนา

  1. วิดีโอถ่ายทอดสด

ยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของการตลาดเนื้อหา สิ่งเดียวที่ดีกว่าคือวิดีโอถ่ายทอดสด คิดถึงใจเขาใจเรา สิ่งที่คุณต้องการ ประสบการณ์จากบริษัทของคุณ เบื้องหลังการทำงานของคุณ การสาธิตผลิตภัณฑ์ / การเผยแพร่สด Q & As ฯลฯ

มีสองขั้นตอน ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับกลยุทธ์ด้าน VDO ของคุณ

ก่อนอื่นสิ่งสำคัญคือการสร้างกลยุทธ์เนื้อหาที่มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่ฉันชอบคือนั่งคิดเป็นเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมง หยิบสมุดโน้ตและแค่ระดมความคิด อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าของคุณจะพบว่ามีประโยชน์ หรือสนุกสนาน ระดมสมองและสร้างไอเดียจนกระทั่งมือคุณเริ่มเจ็บ

โปรดทราบว่าวิดีโอควรเป็นจุดเริ่มต้นของคุณ แต่สินทรัพย์เหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์จากหลายแพลตฟอร์มและเปลี่ยนเป็นเนื้อหารูปแบบอื่น ๆ (เสียง บล็อกเอกสารสีขาว อินโฟกราฟิก และสื่อสังคม ฯลฯ )

ขั้นตอนที่สองคือเลือกแพลตฟอร์มที่คุณต้องการมุ่งเน้น – Facebook Live, YouTube Live, Instagram Live, Periscope หรือแม้กระทั่ง Livestream.com ตอนนี้เรากำลังให้คำแนะนำแก่ลูกค้าของเราที่จะให้ความสำคัญกับ YouTube Live และ Instagram มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่มีผู้คนน้อยลง ทำให้วิดีโอของคุณสนุกมีส่วนร่วมและสร้างประสบการณ์ไปพร้อมกัน

ในขณะที่มีกลยุทธ์อื่น ๆ อีกมากมายสิ่งเหล่านี้คือ 5 สิ่งที่ฉันมุ่งเน้นในปี 2562 โดยที่กล่าวไว้แนวโน้มไม่ได้แทนที่การตลาดที่ดี วิธีที่ดีที่สุดสามวิธีในการสร้างแบรนด์ของคุณให้โดดเด่นบอกเล่าเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมและมอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และแท้จริง ทำสามสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและใช้ประโยชน์จากแนวโน้มล่าสุดและมันจบแล้ว (ในทางที่ดี) สำหรับคุณและธุรกิจของคุณ

“สาวไทยแก้มแดง ด้วยวิตามินแสนวิเศษ” สานต่อนโยบายรัฐสู่การทำผลงาน เพลงชวนสาวไทย ลงทะเบียนรับวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก

 

ผลงานเพลงล่าสุด“สาวไทยแก้มแดง”ที่กำลังได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนหลังจากเปิดตัวไปไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็มียอดวิวสูงถึง1 ล้านวิว เรามาดูที่มาที่ไปของโครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีที่มาจากไหน และนี่คือผลงานจากกรมอนามัยใช่ไหม เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

จุดเริ่มจากปัญหา

กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขจัดทำโครงการสาวไทยแก้มแดง ด้วยวิตามินแสนวิเศษ สานต่อนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ (ฉบับที่ 2) ที่เห็นว่าการส่งเสริมให้แม่และลูกมีสุขภาพที่ดีมีความพร้อมในการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ ด้วยโภชนาการเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผลสำรวจ สุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ.2556 – 2557 (NHESS) พบความชุกภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 – 45 ปี  ร้อยละ 22.7  กรมอนามัยจึงต้องขับเคลื่อนการป้องกันภาวะโลหิตจาง ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ให้ลดน้อยลง

ด้วยการเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกให้หญิงไทยอายุ 15 – 49 ปีทุกคนที่พร้อมตั้งใจมีลูก ให้กินสัปดาห์ละ 1 ครั้งอย่างน้อย 12 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์ลดภาวะซีด บำรุง ร่างกายป้องกันทารกพิการแต่กำเนิด โดยร่วมมือองค์การเภสัชกรรมพัฒนา และผลิต วิตามินที่ประกอบไปด้วยโฟลิกและธาตุเหล็กในเม็ดเดียวหรือที่เรียกว่า  “วิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก” เพื่อมอบให้กับสาวไทยทุกคนฟรีที่ลงทะเบียนออนไลน์ทาง www.สาวไทยแก้มแดง.com โดยระยะแรกตั้งเป้า 50,000 รายและจะขยายจำนวนเพิ่มขึ้น ในระยะต่อไป

 

ส่งต่อเพื่อสร้างสรรค์

จากข้อมูลที่ได้จากกรมอนามัยนั้นทางWinter Egency เอเจนซี่หัวใหม่แห่งย่านพญาไทเห็นว่า เพื่อไม่ให้ดูเป็นวิชาการเกินไป เลยพยายามหาวิธีสื่อสารที่เข้าใจง่าย  ก็เลยคิดกันว่าทำเป็นเพลง ดีกว่าไหม  และเมื่อได้ข้อสรุปตรงกันก็เริ่มแต่งเพลงกันเลยพอได้เนื้อเพลงคร่าวๆปั๊บก็วาง

Mood & Tone ว่าจะไปแนวไหนดีแร็ปดีไหมหรือจะป๊อป สุดท้ายเราก็มาลงที่เพลงฮิตเมโลดี้ติดหู ที่ทุกคนคุ้นชินนั่นก็คือ“สาวสวนแตง” ของ ครูสุรพล เราจึงขออนุญาตนำเนื้อร้องท่อนแรก มาเป็นจุดตั้งต้นและคิดว่าอยากให้เพลงมันร่วมสมัยแบบกลางเก่ากลางใหม่ก็เลยออกมาเป็น R&B ผสม RAP สนุกๆ ศิลปินที่เรานึกถึงก็คือพี่ตู่ภพธรที่เขามีความสนุกในการร้องออดอ้อนสาวๆ จึงได้ปรึกษากับพี่ตู่ว่าจะเป็นยังไงได้เพราะเรากังวลว่าจะไปทำศิลปินเขาเสียตัวตนไหม  แต่สุดท้ายด้วยความมืออาชีพของพี่ตู่ก็ทำออกมาเป็นเพลงในทางของตัวเองได้สนุกน่ารักร่วมสมัย

เนื้อเพลงทั้งหมดก็พูดได้ครบถ้วนทั้งบำรุงก่อนท้องด้วยวิตามินแสนวิเศษและที่สำคัญมากๆเลย

สาวที่ไม่ได้ท้องก็ต้องบำรุงด้วยนะจ๊ะจะได้สวยเต็มสาวใครๆก็ชอบสาวแก้มแดง พูดเยอะแล้ว ไปฟังกันดีกว่า ฟังจบแล้วอย่าลืม! ลงทะเบียนรับวิตามินแสนวิเศษฟรี!  ไปกินกันให้แก้มแดงฟรีๆได้ที่ www.สาวไทยแก้มแดง.com

คลิกเพื่อชมมิวสิควีดีโอ

https://www.facebook.com/redcheeksproject/videos/123767151614349/

ร่วมสร้างสรรค์ผลงานดีๆโดย

กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข

ขอขอบคุณลิขสิทธิ์เพลงจาก GMM GRAMMY

 

สร้างสรรค์ไอเดียดีๆโดยบริษัทวินเทอร์เอเจนซี่จำกัด

  • Creative: พุทธิคุณ เพ็ญวรรณ, ณัฐพล ม่วงทำ, ธนาภัสร์ บุญอุไร,กฤตภพ แก้วพรหม
  • Strategy: ภัทรนิษฐ์ พินธิตราลาภวัต
  • Producer: ยุทธนา ทรงเต๊ะ
  • Media: รมย์ชลี เลาหสัจจาพร, เจตณัฐ พูนลาภทวี, ฐานิตา ฉายประเสริฐกุล, ฐานิตา เขคม
  • Social Content: อสมา ลิมป์ธนกุล, ทัตพิชา เสมเจริญ, ชวรีย์ ศันสนียวัฒนกุล, ธนลัส จีนเหรียญ
  • Client Service: อัญชลี พงศ์อารีย์, ดวงหทัย มนูพันธ์, ธิติภา อินทรัตน์,

ทำ “SEO” ดันเว็ปไซต์ให้ติดหน้าแรก Google ด้วยตัวเอง

     ใครที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง ไม่ว่าหน้าเว็บของคุณจะเป็นบทความ หรือขายของ คุณก็คงอยากให้มีจำนวนคนเข้ามาดูมากๆอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ

     ถ้าอย่างนั้นเราควรเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าชมเข้าเว็บได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาผ่าน Google Adword ที่เป็นการเสียเงินผ่านการคลิ๊ก แต่ใช้วิธีโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรก ของเว็ป search engine ต่าง เช่น Google Yahoo Bing ด้วยการทำ SEO  กันดีกว่าค่ะ

     ภาพรวมของการทำSeo ถูกแบ่งออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆ 2 หัวข้อ

  • On Page SEO  การปรับแต่งภายในในเว็ปไซต์  
    • การตั้งชื่อเว็บไซต์ต้องบ่งบอกเนื้อหาหลักของเว็บไซต์                                                           
    •  สร้างเนื้อหาในเว็บให้มี คำค้นหา (keyword)                                                                            
    • ทำหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสำหรับทุกๆหน้าจอ (Responsive web design)                            
    • สร้างเนื้อหาให้ตรงความต้องการและมีประโยชน์กับผู้อ่าน
  • Off Page SEO   การมีลิ้งค์เชื่อมจากเว็บไซต์อื่น/ Social Media ต่างๆ (Backlink)

On page SEO

  •  การตั้งชื่อเว็บไซต์ต้องบ่งบอกเนื้อหาหลักของเว็บไซต์

การที่ชื่อเว็บไซต์ควรเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาหลัก เพราะผลการค้นหา Google จะปรากฏชื่อเว็บไซต์ก่อนที่จะเห็นเนื้อหาและยิ่งชื่อเว็บไซต์มีความน่าสนใจหรือคำพูดตรงความต้องการของผู้อ่านมากเท่าไหร่ จะยิ่งมีโอกาสที่คนจะคลิ้กเข้าไปดูเนื้อหาในเว็บไซต์เรามากยิ่งขึ้น

  •  เริ่มต้นสร้างเนื้อหาให้มี Keyword

แทรกKeyword ที่คนมักจะค้นหาอยู่เยอะๆ รวมถึงคำที่เป็น Synonymในหน้าเว็บไซต์ Google ก็ถือว่าเป็น Keyword เดียวกัน เช่น จะเสิชว่า SEO ก็ได้ หรือ Search Engine Optimizationก็ได้

แทรกKeywordทั้งTitle ,ย่อหน้าแรกของบทความด้วยเพราะทั้ง Title และย่อหน้าแรกมักจะถูกนำไปแสดงอยู่บนผลการค้นหาด้วย พอคนเสิชคำ Keyword ที่เราแทรกๆไว้จะทำให้อันดับการค้นหาของเราอยู่อันดับต้นๆ เป็นการบอก Google ให้รู้ว่าบทความเรามีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาที่มักจะค้นกันนะ แต่อย่าใส่ Keyword ที่มากเกินไปเพราะ Google จะจับได้ว่าเราพยายามยัดคำเข้าไป และไม่เป็นธรรมชาติ

  •  ทำหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสำหรับทุกๆหน้าจอ (Responsive web design)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากอุปกรณ์ที่คนใช้ในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตไม่ได้มีเพียงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ(Desktop)แล้ว แต่สมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์ที่คนเข้าใช้มากที่สุดถึง 82.1% และใช้งานเฉลี่ยถึง 5.7 ชั่วโมงต่อวัน รองลงมาคือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์พกพา และแท็บเล็ต

ดังนั้นรูปแบบของหน้าเว็บไซต์ต้องทำให้เหมาะกับอุปกรณ์ทุกๆแบบเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นด้วย

  •  สร้างเนื้อหาให้ตรงความต้องการและมีประโยชน์กับผู้อ่าน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เวลาเราเขียนบทความ หรือ ทำผลิตภัณฑ์ใดๆ เราต้องรู้ความต้องการของผู้อ่านเสมอ ต้องรู้ว่าคนเหล่านั้นอยากอ่านเนื้อหาแบบไหน อยากได้สาระความรู้ หรือความบันเทิง ไม่ใช่เขียนตามใจเราอย่างเดียว

อีกทั้งเนื้อหาควรมีความสดใหม่อยู่เสมอ ให้ทันต่อสถานการณ์ และยิ่งเนื้อหามีความเป็น Original มากเท่าไหร่ คือเนื้อหาต้องมีไม่ซ้ำและไม่เป็นการดัดแปลงจากเว็บไซต์อื่น  Google จะเห็นความสำคัญของเว็บไซต์เรามากขึ้น

นอกจากนี้ความยาวของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์มีผลต่ออันดับด้วย หน้าเว็บจะต้องไม่มีความยาวที่ยาวเกิน รวมถึงเนื้อหาที่มีแต่น้ำคนจะยิ่งอ่านข้าม และไม่สนใจ ผลวิจัยบอกว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรกมักจะมีเนื้อหาที่มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 1,890 คำ

Off page SEO

คือการสร้าง Backlink เชื่อมจากเว็บไซต์อื่นเข้ามาเว็บไซต์เรา ยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นเหมือนการยกย่อง กลายๆว่าเนื้อหา และคุณภาพของเว็บเราดีจึงมีคนอ้างอิงถึงเว็บเรามากและ เว็บอื่นๆเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านของเว็บไซต์เค้าด้วย แต่เราสามารถสร้าง ลิ้งค์ด้วยตัวเองจาก Social media ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook Instagram หรือ Twitter  ลิ้งไปยังเว็บไซต์เรา ลากผู้ใช้จากช่องทางหนึ่งไปยังอีกช่องทางหนึ่งเพื่อเพิ่ม Traffic ได้

ฝึกฝนทำ SEO ด้วยตัวเองบ่อยๆ แรกๆอาจจะใช้เวลานาน แต่ถ้าคล่องขึ้นแล้วคุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างคนอื่นเลยค่ะ  ^^

 

“Gamification ” เทรนด์ที่องค์กรคุณไม่ควรละเลย

         สมัยพวกเรายังเด็กๆ จำกันได้ไหมว่าการเล่นเกมส์เป็นหนึ่งในกิจกรรมโปรดเลยที่เด็กๆมักจะเล่นในเวลาว่าง และถ้าใครเล่นมากๆเข้ายิ่งเล่นก็ยิ่งติดทำให้บางคนลืมวันลืมคืนกันเลยทีเดียว ซึ่งหลักการเกมส์นั้นจะเล่นกับความรู้สึกอยากเอาชนะของคน พอผ่านด่านนี้ได้ก็อยากเล่นด่านต่อไปเรื่อยๆ โดยมีแต้มหรือมีรางวัลเป็นสิ่งล่อใจ

         Gamification ก็เช่นกัน ถ้าเรามาใช้ในองค์กรจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานมากขึ้น โดยใช้แนวคิดของเกมส์มาใช้ในกิจกรรมให้คนมาร่วมสนุกต่างๆ และนี่เป็นรูปแบบโปรแกรมต่างๆที่องค์กรปรับใช้ได้

gAme
1.Training Program
องค์กรสามารถใช้เกมส์ที่มีสาระความรู้ นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแก่พนักงานในช่วงเวลาพักแล้ว ยังถือเป็นการทดสอบความรู้แก่พนักงานอีกด้วย
ซึ่งพนักงานจะได้รับแต้มสะสมหรือรางวัลในการตอบแทน

บริษัท At Home Décor ขายอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในบ้านได้นำมาใช้กับพนักงาน และสังเกตว่า 99% ของพนักงานมีความรู้สึกเป็นส่วนร่วมกับบริษัทมากขึ้น และยังช่วยให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วย

2. Healthcare program
องค์กรสามารถสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่นวิ่งแข่งโดยวัดระยะทางการ วิ่งจากการ check in เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พนักงานคนอื่นกระตือรือร้นอยากจะวิ่งด้วย ซึ่งถือเป็นการแข่งขันที่ส่งเสริมให้พนักงานหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีกันมากขึ้น

3. Management system
ระบบที่ช่วยให้องค์กรจัดการกับเป้าหมายของพนักงานได้ง่ายๆ เช่น ถ้าพนักงานขายทำยอดขายถึงเป้า ในงานเฉลิมฉลองบริษัทนั้นจะสามารถเปิด youtube clip อะไรก็ได้ที่ตัวเองต้องการที่ทีวีของบริษัท เพื่อเป็นสัญญาณบอกให้คนอื่นรู้ถึงความสำเร็จก้าวนึงของตัวเอง และบอกผลประกอบการล่าสุดของแต่ละทีม จึงทำให้ทุกคนสนุกและอยากจะเล่นเกมส์นี้ไปพร้อมๆกัน
game2
4. career planning software
องค์กรสามารถใช้เกมส์เกี่ยวกับสมองโดยเฉพาะเพื่อคัดเลือกคนเข้ามาทำงาน เพื่อวัดระดับความสามารถพนักงานแต่ละปี หรือแม้กระทั้งใช้เพื่อการเลื่อนตำแหน่ง เช่นเล่นเกมส์ถ้าผ่านด่านการจัดการสินค้าคงคลังแล้ว แสดงว่าสามารถเลื่อนไปทำหน้าที่ผู้จัดการแผนกสินค้าคงคลังได้

สุดท้ายนี้อย่าลืมว่า Gamification จะต้องมีการปลดล็อกกิจกรรมต่างๆเพื่อล่ารางวัล โดยใช้การแข่งขัน,การร่วมมือ,ปฏิสัมพันธ์กัน ที่อาจนำ social media มาใช้ให้เกิดประโยชน์
cr.https://www.entrepreneur.com/article/296461

5 ขั้นตอนง่ายๆ ดึงดูดคนด้วย facebook advertising

       เคยไหมคะเวลาขายสินค้าออนไลน์บางวันก็มีคนเข้ามาดูเยอะบ้าง น้อยบ้าง แล้วทำยังไงถึงให้มีคนเข้ามาดูมากขึ้นตลอดโดยเสียเงินน้อยที่สุด?

      Marketingbyte ขอบอกเลยนะคะว่าลง โฆษณาใน Social Media อย่าง Facebook จะได้ผลลัพธ์มากที่สุดเมื่อเทียบกับใน Social media อื่นๆเพราะจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนนั้นมีมากถึง 1.5 พันล้านคน ซึ่งสามารถเลือกเป้าหมายได้ว่าจะขายกับใคร เพียงแค่คุณมีเงิน 30 กว่าบาทก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว  ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้าเลยค่ะมาดูขั้นตอนต่างๆกันเลย  >>>

1.กำหนดเป้าหมายทางการตลาด

     ในหน้าแรกของเฟสบุ๊คเข้าไปที่ สร้างโฆษณา>ใส่ชื่อแคมเปญ>เลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาด

หลังจากนั้นก็ใส่ชื่อแคมเปญ และเลือกวัตถุประสงค์การตลาด

  การเลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาดนี้เราเลือกจาก3 วัตถุประสงค์ทางการตลาด   ซึ่งมี 3 ระดับตามความต้องการในการสื่อสาร  การรับรู้ การพิจารณา และคอนเวอร์ชั่น

  •     การรับรู้         คือ ทำให้คนรู้จักสินค้าเรามากขึ้น
  •     การพิจารณา คือ หลังจากที่รู้จักแล้วนำสินค้าเรามาพิจารณา     และหาข้อมูลเพิ่มเติม
  •     คอนเวอร์ชั่น  คือ ทำให้สนใจและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ

 สามารถดูคำอธิบายของแต่ละวัตถุประสงค์เพิ่มเติมได้โดยเอาเมาส์ไปวางที่เครื่องหมาย i

    2.กำหนดกลุ่มลูกค้าที่เราจะสื่อสารด้วย

      

    ยิ่งเรากำหนดได้เฉพาะกลุ่มมากเท่าไหร่ยิ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจริงได้มากเท่านั้น

ซึ่งจำนวนลูกค้าที่ เข้าถึงได้ควรมีประมาณ 50,000-100,000 คน  ต่อไปนี้คือหัวข้อในการทำให้กลุ่มลูกค้าเราแคบลงนะคะ

 

 

ความสนใจ: เวลาเลือกความสนใจของกลุ่มลูกค้าควรหลีกเลี่ยง ความสนใจทั่วไปที่ทุกคนสนใจเหมือนกัน แต่ควรเลือกสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนของกลุ่มลูกค้าเช่น ชอบสินค้าแบรนด์  เพลง  หนังสือรวมถึงเฟสบุ๊คเพจ

ที่อยู่ : เลือกที่อยู่ของกลุ่มลูกค้าให้จำกัดลงโดยระบุ ประเทศ , เขต, แขวง, หรือรหัสไปรษณีย์

ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ ภาษาหรือใส่พฤติกรรมเฉพาะของกลุ่มลูกค้าได้

3.ระบุงบประมาณและตารางเวลา

    ในงบประมาณเราต้องดูว่าเราจะจ่ายเท่าไหร่ในระยะเวลาอย่างไร   มีให้เลือกรายวัน กับตลอดชีพ ถ้าระยะเวลารายวันจะต้องลงเงินในปริมาณเฉลี่ยต่อวันในจำนวนเงินเท่ากันที่คุณคิดว่าจะจ่าย

    แต่ถ้าระยะเวลาตลอดไปคือการระบุจำนวนเงินทั้งหมดที่จะต้องจ่ายหลังจากนั้นก็ระบุวันที่เริ่มต้น และสิ้นสุดของการทำโฆษณาด้วยค่ะ

4.ออกแบบโฆษณาของคุณ

เลือกสื่อที่จะใช้สื่อสารกับลูกค้า เช่น รูปภาพเดี่ยว สไลด์รูปภาพ  หรือวีดีโอถ้าในส่วนรูปภาพ ควรมีขนาด1200 🇽 628 พิกเซล

 

และเราสามารถเลือกรูปภาพเองจากไฟล์ของเราหรือทางเฟสบุ๊คกำหนดให้ก็ได้  ต่อไปนี้จะเป็นส่วนประกอบต่างๆของโฆษณานะคะ

  1. รูปภาพที่เราโพส  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการที่คนจะหยุดเลื่อนและเปลี่ยนมาคลิ้กแอดของเรา
  2. หัวข้อเรื่อง ควรเป็นข้อความที่จับความสนใจของผูุ้คนได้และบอกได้ว่านี่คือโฆษณาเกี่ยวกับอะไร  ซึ่งไม่ควรเกิน 25 ตัวอักษร
  3. ข้อความ  ควรบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโฆษณาว่าคุณจะสื่ออะไรซึ่งไม่ควรเกิน 90 ตัวอักษร
  4. ปุ่ม call to action  คือปุ่มที่เมื่่อคลิกแล้วจะนำพาไปสู่อีกเว็บไซต์นึงซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นaction ไหนเช่น “Buy now” “subscribe” “contact us”
  5. คำอธิบายลิงก์ ไว้สำหรับบอกที่อยู่ของลิงก์ และคำอธิบายของเนื้อหาในลิงก์นั้น

      โดยที่จะมีหน้าสำหรับการใส่ที่อยู่URL ,ชื่อที่เราแสดง URL และหัวข้อเรื่อง รวมถึง รายละเอียดการจ่ายเงินให้เขียนให้ครบถ้วน

    นอกจากนี้เราสามารถดูมุมมองการใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆได้เช่น ในจอเดสก์ท้อป จอสมาร์ทโฟน รวมถึง ในหน้าแรกของโปรแกรม Instagram

5.ทำความเข้าใจกับรายงานผลโฆษณาในเฟสบุ๊ค

       เลือกเฉพาะผลที่เราสามารถวัดได้ เช่นจำนวนลูกค้าเข้ามาเท่าไหร่ จำนวนการคลิ้ก รวมถึงรายละเอียดของลูกค้าเราว่าเค้ามีเพศอะไร อายุเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์ใดในการเข้าดู


จบไปแล้วนะคะกับ ขั้นตอนการใช้ Facebook Advertising ไม่ยากเลยใช่ไหมคะลองไปทำกันดูแล้วมาบอก Marketingbyte ได้นะคะ

cr.Headway capital infographic